Coming Up Mon 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

อัลฟา เดลตา แคปปา สายพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่คนในออสเตรเลียควรรู้

Source: SBS News

จากที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบสี่ล้านคน สาธารณสุขทั่วโลกต้องต่อสู้กับการกลายพันธุ์หลายครั้ง โดยเฉพาะไวรัส 3 สายพันธุ์ที่กำลังสร้างความกังวลในออสเตรเลียตอนนี้ โดยเดลตากำลังจะเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก และเป็นสาเหตุของการระบาดในซิดนีย์ครั้งล่าสุด

ประเด็นสำคัญ

  • ไวรัสสายพันธุ์อะไรที่ทั่วโลกจับตา?
  • เดลตา: สายพันธุ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุด
  • อัลฟา: ยังคงเป็นที่น่ากังวล
  • แคปปา: อีกหนึ่งสายพันธุ์
  • วัคซีนของออสเตรเลียป้องกันสายพันธุ์เหล่านี้หรือไม่?

เป็นเวลากว่า 18 เดือนแล้วที่โควิด-19 เป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เริ่มแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วจากเมืองวูฮั่น ประเทศจืน ก่อนจะแพร่ระบาดและคร่าชีวิตผู้คนนับล้าน และสร้างความโกลาหลให้กับระบบสาธารณสุขทั่วทุกมุมโลก

ตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกกำลังใกล้หลัก 4 ล้านคน บางครั้งมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 180 ล้านคนพร้อมๆ กัน

ในระหว่างนี้ ไวรัสไม่เพียงแพร่เชื้อ แต่ยังกลายพันธุ์อีกหลายครั้ง เวลานี้มีไวรัสที่กลายพันธุ์จากไวรัสโควิด-19 หลายสายพันธุ์ที่สามารถแพร่เชื้อได้เร็วกว่า และมีหนึ่งสายพันธุ์ที่คาดว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดเร็วๆ นี้

ไวรัสสายพันธุ์อะไรที่ทั่วโลกจับตา?

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตั้งชื่อใหม่ให้สายพันธุ์โควิดที่กลายพันธุ์ตามตัวอักษรกรีก

ในออสเตรเลีย มี 3 สายพันธุ์ที่เป็นที่น่ากังวล อัลฟา เดลตา และแคปปา สายพันธุ์เหล่านี้เป็นชนวนการเกิดการติดเชื้อที่พุ่งสูงในหลายภูมิภาคแถบยุโรปและในบางทวีปของโลก ในขณะที่สายพันธุ์ที่มีชื่อว่า เบตาและแกมมาก็สร้างความปั่นป่วนในแอฟริกาและอเมริกาใต้อยู่ในขณะนี้

องค์การอนามัยโลกกำลังจับตามองสายพันธุ์อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา โดยเดลตาเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลที่สุด

Family members wearing full PPE suits carry the remains of their elderly family member who died of COVID-19 in Johannesburg, South Africa.
The Beta variant was first identified in South Africa, but health experts say there have been very very few cases of it in Australia.
EPA

โควิด-19 นั้นเกิดจากไวรัสตระกูลอาร์เอ็นเอ (RNA) ชนิดเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ (influenza)

ศาสตราจารย์โรเบิร์ต บูย (Robert Booy) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อแห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์และกลุ่มพันธมิตรสร้างภูมิคุ้มกันกล่าวว่า ไวรัสตระกูลอาร์เอ็นเอนั้นมีแนวโน้มที่จะกลายพันธุ์ “ง่ายมาก”

“เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ไม่สามารถสร้างสำเนาของตัวเองได้ ดังนั้นเซลล์ต้นกำเนิดหรือลูกหลานของไวรัสตัวเดียวกัน จึงมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยกลายพันธุ์จากไวรัสต้นกำเนิด” ศจ. โรเบิร์ตกล่าวกับเอสบีเอสนิวส์

“ไวรัสต้องการอยู่รอดเหมือนคุณและผมที่อยากอยู่รอด ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่มีความตั้งใจ แต่พวกมันก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ ไวรัสตัวที่อยู่รอดได้คือตัวที่สามารถแพร่เชื้อได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการกลายพันธุ์  ไวรัสตัวที่สามารถแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกหนึ่งคน และแพร่ต่อๆ ไป เป็นสิ่งที่ฝังตัวอยู่ในชุมชน”

เดลตา: สายพันธุ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุด

เดลตาถูกพบครั้งแรกในอินเดีย ในขณะนี้มีการรายงานการแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้กว่า 80 ประเทศ และสร้างความกังวลให้สาธารณสุขเพิ่มมากขึ้น จากการแพร่เชื้อที่รวดเร็ว

ไวรัสตัวนี้เป็นสาเหตุของการระบาดครั้งล่าสุดในซิดนีย์และการระบาดครั้งล่าสุดในเมลเบิร์น

“สายพันธุ์เดลตากำลังจะกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก เพราะความสามารถในการแพร่เชื้อได้รวดเร็ว” นางโสมยา สวามีนาทาน หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลกกล่าว

นางแคเทอรีน เบนเน็ตต์ ประธานภาคระบาดวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยดีคิ้นกล่าวว่า เดลตา “มีอยู่ในทุกที่ที่มีโควิดอยู่ในขณะนี้”

“มันเป็นสายพันธุ์ที่เราจับตาดู เพราะเราเห็นว่ามันเหนือกว่าสายพันธุ์อื่นที่น่ากังวล” นางแคเทอรีนกล่าว

“มันมีอิทธิพลเหลือกว่าสายพันธุ์อื่นที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว เราเห็นไวรัสตัวนี้ในอังกฤษ เราเห็นมันในยุโรปตอนนี้ และเรายังเห็นมันในสหรัฐอเมริกา ในบางแห่งมันกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลได้อย่างรวดเร็ว”

A woman receives her vaccine in Kolkata, India. The highly Delta variant was first identified in India.
A woman receives her vaccine in Kolkata, India. The highly Delta variant was first identified in India.
PIYAL ADHIKARY/EPA

เพียงสามเดือนหลังถูกพบครั้งแรกในอังกฤษ กว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของเคสเกิดจากสายพันธุ์เดลตาที่นั่น และยังเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรัสเซีย ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดเมื่อเทียบกับการระบาดในช่วงเริ่มต้น

“สายพันธุ์นี้สามารถแพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟาถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นถึง 50 เปอร์เซ็นต์” ศจ. เบนเน็ตต์กล่าว

ผลการวิจัยของสาธารณสุขอังกฤษประเมินว่าเดลตามีค่าการสืบพันธุ์อยู่ที่ 6.0 เทียบกับสายพันธุ์อื่นที่อยู่ที่ระหว่าง 2-3 นั่นหมายความว่าทุกๆ หนึ่งคนที่ติดเชื้อเดลตา สามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีก 6 คน

“นักวิจัยพบว่าสายพันธุ์เดลตามี “ปริมาณไวรัส” ที่ผู้ติดเชื้อมีสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ” ศจ. เบนเน็ตต์กล่าว

“มันสร้างตัวเองได้เร็วกว่า และผู้คนสามารถติดเชื้อได้เร็วกว่า โดยมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อเนื่องจากได้รับปริมาณไวรัสสูง”

และในขณะที่ข้อมูลบ่งชี้ว่ามันสามารถแพร่เชื้อได้ไวกว่า นักระบาดวิทยากล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่ชี้ว่ามันทำให้เกิดการเจ็บป่วยขั้นรุนแรงหรือไม่

ขณะนี้อินเดียกำลังจับตาดูสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า เดลตา พลัส (Delta Plus) ที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีคนติดเชื้อแล้ว 22 ราย

นายราเจช บูแชน เลขานุการกระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลสหพันธรัฐในอินเดียแถลงว่า พบสายพันธุ์เดียวกันนี้ในอีก 8 ประเทศ และกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด แต่สายพันธุ์เดลตายังคงเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลที่สุด”

อัลฟา: ยังคงเป็นที่น่ากังวล

อัลฟา นับเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลในสหราชอาณาจักร ซึ่งอาจถูกเดลตาแย่งตำแหน่งสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดไปครองเร็วๆ นี้ แต่ยังคงเป็นปัญหาสำหรับสาธารณสุขในหลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย

มันแพร่ระบาดได้เร็วกว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ต้นกำเนิดถึง 50 เปอร์เซ็นต์

“อัลฟายังคงเป็นที่น่ากังวล และกำลังแพร่กระจาย” ศจ. บูย กล่าว

“เรายังคงเห็นสายพันธุ์อัลฟาที่ข้ามพรมแดนของเรามา เป็นสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับเคสผู้ติดเชื้อที่เป็นลูกเรือบนเครื่องบินในรัฐควีนส์แลนด์ และแพร่เชื้อในโรงแรมที่นั่น” ศจ. บูย เผย

Technicians prepare vaccines at the newly opened COVID-19 Vaccination Centre in Sydney on 10 May 2021.
Technicians prepare vaccines at a COVID-19 vaccination centre in Sydney.
AAP

ศาสตราจารย์เบนเน็ตต์ชี้ว่า อัลฟาเคยเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลในออสเตรเลีย แต่ถูกแซงโดยอัลฟา

“เราเห็นอัลฟาเข้ามาโดยคนที่เดินทางกลับ”

“แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนจากเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกาเหนือ โอกาสที่จะมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกจากสายพันธุ์เดลตามีสูง ดังนั้นฉันคิดว่าเราควรต้องยอมรับความจริงที่ว่าเดลตาจะเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก และนั่นคือสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ”

แคปปา: อีกหนึ่งสายพันธุ์

ยังมีคำเตือนสำหรับสายพันธุ์แคปปาในออสเตรเลีย หรือที่เรียกว่า “สายพันธุ์อื่น” ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในอินเดีย

“เมื่อหลายเดือนก่อน มีคนสังเกตว่ามีสายพันธุ์ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ในอินเดีย” ศจ. บูยกล่าว

“พวกเขาเรียกมันว่าการกลายพันธุ์สองครั้ง แต่จริงๆ แล้วอาจจะมีการกลายพันธุ์ถึงสิบสองครั้งที่ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่นี้ขึ้น”

“เราเห็นแคปปาที่เป็นสาเหตุของการระบาดครั้งล่าสุดในรัฐวิกตอเรีย ที่มีส่วนทำให้มีผู้ติดเชื้อเกือบ 100 ราย” ศจ เบนเน็ตต์กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า ข้อกังวลคือเดลตาและแคปปาเป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้เร็ว แพร่ไปทั่วอินเดียและทวีปอื่น และตอนนี้ในออสเตรเลียด้วย

“เราต้องรับสถานการณ์ให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เราต้องเพิ่มมาตรการป้องกันที่สมเหตุสมผลอย่างที่เราเคยทำ การใส่หน้ากาก เป็นสิ่งที่ดี แต่ควรเว้นระยะห่างทางสังคมด้วย รักษาระดับไว้” ศจ. บูยแนะ

วัคซีนของออสเตรเลียป้องกันสายพันธุ์เหล่านี้หรือไม่?

วัคซีนที่ใช้ในออสเตรเลีย ได้แก่ ไฟเซอร์ และแอสตราเซเนกา

ศาสตราจารย์เบนเน็ตต์กล่าวว่า วัคซีนทั้งสองชนิดเป็นวัคซีนหลักที่ใช้ในสหราชอาณาจักร และทั้งสองวัคซีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถป้องกันสายพันธุ์เดลตา แต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิม

“มันก็ไม่ได้แย่นัก ถ้าคุณได้รับเข็มที่สอง สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว มันยังเป็นการป้องกันที่ดีโดยเฉพาะกับสายพันธุ์นี้” ศจ เบนเน็ตต์กล่าว

“สิ่งที่เราเห็นในสหราชอาณาจักรคือ 83 เปอร์เซ็นต์ของเคสที่เกิดจากเดลตานั้น เกิดในคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และความจริงแล้ว ในเคสผู้ติดเชื้อ 3.7 เปอร์เซ็นต์เป็นคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว ดังนั้นการฉีดวัคซีนยังคงเป็นกลยุทธที่ดีที่สุดของเรา”

ศาสตราจารย์เบนเน็ตต์กล่าวว วัคซีนทั้งสองชนิดมีอัตราการป้องกันการต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลสูง เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา

“สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีน ตัวเลขที่เป็นผลรายงานจากอังกฤษล่าสุดเผยว่า หากคุณได้รับวัคซีนครบ และเรากำลังพูดถึงการป้องกันจากการเจ็บป่วยร้ายแรงและการต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล คุณยังมีการป้องกันระหว่าง 96 ถึง 92 เปอร์เซ็นต์ การป้องกันไม่ว่าคุณจะฉีดแอสตราเซเนกาหรือไฟเซอร์หลังจากโดสที่สอง”

People queue outside the Melbourne Exhibition Centre coronavirus vaccination hub.
People queue outside the Melbourne Exhibition Centre coronavirus vaccination hub.
AAP

ข้อมูลล่าสุดจากสาธารณสุขแห่งอังกฤษและภาควิชาสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนแห่งกรุงลอนดอนชี้ว่า สายพันธุ์เดลตานั้นมีความอ่อนไหวต่อวัคซีน เมื่อพูดถึงความเจ็บป่วยร้ายแรง

“ดูเหมือนว่า ประสิทธิกาพต่อการติดเชื้อโดยรวมจะลดลงเล็กน้อย เมื่อคุณเทียบระหว่างสายพันธุ์ดั้งเดิมที่วูฮันกับสายพันธุ์อัลฟา และลดลงอีกเล็กน้อยเมื่อเป็นสายพันธุ์เดลตา” ศาสตราจารย์เบ็นเนตต์กล่าว

“แต่มันก็ยังสูงอยู่ เรากำลังพูดถึงการลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ มันอาจจะลดจาก 88 เปอร์เซ็นต์เป็น 80 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณนั้น มันหมายความว่ายิ่งชุมชนได้รับการป้องกันด้วยวัคซีนสูงจะยิ่งดี เพื่อชดเชยกับประสิทธิภาพที่ลดลงเล็กน้อยนั้น”

ศาสตราจารย์บูยกล่าวว่าวัคซีนทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสสายพันธุ์อัลฟาและแคปปา และเรียกร้องให้คนออสเตรเลียฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดที่พวกเขาสามารถจองนัดหมายเพื่อฉีดได้

“นี่เป็นช่วงเวลาที่อันตรายมาก เพราะเรากำลังเริ่มหละหลวม และกำลังวางใจกับสถานการณ์ ในเวลาเดียวกันกับที่ไวรัสเริ่มที่จะแพร่เชื้อได้เร็วขึ้น”


 

This story is also available in other languages.
Show languages