Coming Up Thu 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

รมต.อิมฯ จ่อบังคับผู้ขอวีซ่าคู่ครองสอบภาษาอังกฤษปลายปีหน้า

Australian Acting Immigration Minister Alan Tudge speaks to the media during a press conference Source: AAP Image/Lukas Coch

รัฐมนตรีด้านตรวจคนเข้าเมืองออสฯ เตรียมบังคับสอบภาษาอังกฤษสำหรับผู้สมัครวีซ่าคู่ครองปลายปีหน้า ชี้ส่งเสริมมีงานทำ-ป้องกันถูกเอาเปรียบ ผู้เชี่ยวชาญเผยอาจพาประเทศกลับสู่ยุคคนขาวเป็นใหญ่

ผู้อพยพย้ายถิ่น รวมถึงสปอนเซอร์ที่ยื่นสมัครวีซ่าคู่ครอง (partner visa) ของออสเตรเลีย จะต้องแสดงให้เห็นว่ามีทักษะภาษาอังกฤษ หรือมีความพยายามในการเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 เป็นต้นไป ขณะที่รัฐบาลมีความต้องการที่จะเพิ่มอัตราการจ้างงานให้มากขึ้น หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

นายอลัน ทัดจ์ รักษาการในตำแหน่งรัฐมนตรีด้านการตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนของรัฐบาล ในการกำหนดให้มีการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ยื่นสมัครวีซ่าคู่ครอง (partner visa) ซึ่งได้มีการเปิดเผยในการแถลงร่างงบประมาณแผ่นดิน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ต.ค.) 

รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดวีซ่าคู่ครองต้องสอบภาษาอังกฤษ
00:00 00:00

นายทัดจ์ กล่าวว่า ในโลกของการทำงาน ร้อยละ 13 เป็นผู้ไม่มีทักษะภาษาอังกฤษ เมื่อเทียบกับผู้ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ที่มีจำนวนร้อยละ 62

เมื่อช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้คนในออสเตรเลียที่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดี หรือพูดไม่ได้เลย เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และกำลังจะมีมากถึง 1 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่งนั้นเป็นผู้อยู่ในวัยทำงาน

นายทัดจ์ กล่าว

"เรายังได้ทราบอีกว่า การไม่มีทักษะภาษาอังกฤษที่เพียงพอ ทำให้ผู้อพยพย้ายถิ่นมีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในความรุนแรงในครอบครัว และการถูกล่วงละเมิดในรูปแบบอื่น ๆ และมีความเป็นไปได้น้อยที่จะทราบว่าสามารถไปขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนและอย่างไร” นายทัดจ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นสมัครวีซ่าคู่ครองไม่จำเป็นต้องสอบผ่านทักษะภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะเข้ามาถึงออสเตรเลียด้วยวีซ่าชั่วคราวระยะเวลา 2 ปี (Partner Provisional Visa) แต่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับพอใช้ได้ หรือแสดงให้เห็นว่า มีความพยายามในการเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะยื่นสมัครวีซ่าถาวร (Permanent Partner Visa) 

หนึ่งในการแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเรียนภาษาอังกฤษ คือการเข้าเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษของรัฐบาลฟรี ผ่านโครงการภาษาอังกฤษสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ย้ายถิ่นฐาน (AMEP) เป็นจำนวน 500 ชั่วโมง โดยนายทัดจ์ กล่าวว่า ได้มีการขยายโครงการนี้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้ผู้อพยพย้ายถิ่นใหม่สามารถเข้าถึงการเรียนภาษาอังกฤษได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง  

ในการแถลงต่อผู้สื่อข่าวหลากวัฒนธรรมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (7 ต.ค.) นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระดับทักษะภาษาอังกฤษในการยื่นสมัครวีซ่าคู่ครองนั้น “เป็นระดับทักษะในขั้นพื้นฐานมากกว่า” หากเทียบกับระดับทักษะของผู้อพยพย้ายถิ่นในช่องทางธุรกิจ โดยหมายถึงช่องทางสำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นที่มีทักษะทางอาชีพ ซึ่งต้องทดสอบทักษะภาษาอังกฤษอยู่แล้ว

โดยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถทำให้รัฐบาลออสเตรเลียประหยัดงบประมาณไปได้มากเกือบ $5 ล้านดอลลาร์ ในระยะเวลา 4 ปี

‘หวนสู่ทัศนะคติคนผิวขาวเป็นใหญ่’

จากการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ทำให้คู่รักที่รอการพบกันในออสเตรเลียกล่าวว่า พวกเขารู้สึกตกใจมาก และเตือนว่า นี่อาจเป็นสิ่งที่คุกคามชาวออสเตรเลียที่มีความรักกับผู้ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ

นายแอนดรูว์ ไกล์ส (Andrew Giles) รัฐมนตรีด้านพหุวัฒนธรรมจากพรรคแรงงาน ยังได้แสดงความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยกล่าวว่า เขาไม่เห็นว่ามาตรฐานของทักษะภาษาอังกฤษของของใครสักคน จะเกี่ยวข้องกับการสานสัมพันธ์เชิงความรักกับใครในออสเตรเลีย

ดร.ลิซ แอลเลน (Liz Allen) นักประชากรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) กล่าวกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านวีซ่าคู่ครองนั้น “จะพาออสเตรเลียหวนสู่แนวคิดนโยบายคนขาวเป็นใหญ่ และเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลต้องการกำหนดความสัมพันธ์ให้มีความเหมาะสม” 

“การประกาศข้อกำหนดนี้จะสร้างความตึงเครียดและความสลดใจต่อผู้คนเป็นจำนวนมาก” ดร.แอลเลนกล่าว

โควตาการออกวีซ่าคู่ครองนั้นได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 72,300 คน สำหรับปีงบประมาณ 2020-21 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 47,000 คน โดยรัฐบาลออสเตรเลียจะให้ความสำคัญในการประมวลผลวีซ่าสำหรับผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียแล้ว หรือผู้ยื่นขอที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนภูมิภาคเป็นอันดับแรก 

มีการคาดการณ์ว่า ตัวเลขการอพยพย้ายถิ่นจากต่างประเทศสุทธิ จะลดลงเข้าสู่แดนลบเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยร่างงบประมาณแผ่นดินในปีนี้ได้เปิดเผยการคาดการณ์ว่า ออสเตรเลียจะสูญเสียผู้อพยพย้ายถิ่นเป็นจำนวน 72,000 คน ในปีงบประมาณนี้ และ 21,000 คน ในปีงบประมาณ 2021-22 โดยตัวเลขการอพยพย้ายถิ่นสุทธิของออสเตรเลียจะยังไม่ฟื้นตัวสู่สภาวะปกติ จนกว่าจะถึงปีงบประมาณ 2022-23

อัตราผู้อพยพย้ายถิ่นสุทธิที่ลดลงเข้าสู่แดนลบ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อัตราการเติบโตของประชากรออสเตรเลียนั้นลดลงเหลือเพียงร้อยละ 0.2 ในปีงบประมาณนี้ ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าศตวรรษ จากการที่ผู้อพยพย้ายถิ่นเดินทางออกจากประเทศ ขณะที่ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวไม่สามารถเข้ามายังออสเตรเลียได้ เนื่องจากมาตรการปิดพรมแดนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ผู้อพยพย้ายถิ่นมีความสำคัญ เพื่อทำให้แน่ใจว่าตลาดแรงงานในประเทศนั้นมีความพร้อมในการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจ และความกินดีอยู่ดีของออสเตรเลียที่เราคุ้นเคย

ดร.แอลเลน กล่าว

ออสเตรเลียได้ปิดพรมแดนระหว่างประเทศมาตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยยกเว้นสำหรับพลเมืองออสเตรเลีย ผู้อาศัยถาวร (รวมถึงสมาชิกครอบครัวใกล้ชิดของทั้งสองประเภท) และผู้ที่ได้รับการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในท้องถิ่น

โดยรัฐบาลออสเตรเลียคาดว่าจะมีวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วทั้งประเทศภายในสิ้นปี 2021 ซึ่งจะทำให้ออสเตรเลียสามารถทยอยกลับมาเปิดพรมแดนได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ นายทัดจ์ รักษาการในตำแหน่งรัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า จะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวีซ่าคู่ครองในเวลาอีก 2-3 เดือนข้างหน้า 


คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai

เรื่องราวที่น่าสนใจจากเอสบีเอส ไทย

This story is also available in other languages.