Coming Up Thu 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

“เพื่อประโยชน์ส่วนรวม”: ผู้เชี่ยวชาญหนุนแอปติดตามผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด

File photo Source: AAP

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและด้านโรคติดเชื้อต่างกล่าวว่า แผนของรัฐบาลที่จะนำแอปพลิเคชันติดตาม-แจ้งเตือนผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้ อาจช่วยให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น ขณะที่บางคนวิตกเรื่องความเป็นส่วนตัว

รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศแผนที่จะเริ่มนำแอปพลิเคชัน สำหรับติดตามและแจ้งเตือนผู้ที่พบปะใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้ ซึ่งแผนนี้ได้รับการชื่นชมจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและด้านโรคติดเชื้อ

นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) ว่าแอปพลิเคชันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้งานภายใน 2 สัปดาห์นี้ อาจช่วยให้ประชาชนในออสเตรเลียกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น โดยจะช่วยให้รัฐบาลสามารถผ่อนปรนข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวของประชาชนได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีประชาชนจำนวนที่มากพอ ใช้แอปพลิเคชันนี้

แอปดังกล่าวเป็นทางเลือกตามความสมัครใจของประชาชน แต่ต้องมีประชากรอย่างน้อยร้อยละ 40 ใช้แอปนี้จึงจะมีประสิทธิภาพเพียงพอ

แอปพลิเคชันนี้จะใช้สัญญาณบลูทูท (Bluetooth) เพื่อดูว่ามีโทรศัพท์มือถือเครื่องใดบ้างที่โทรศัพท์มือถือของคุณได้เข้าใกล้ และจากนั้นหากผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเหล่านั้นคนใดถูกพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แอปนี้ก็จะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือคนอื่นๆ ที่ได้เข้าใกล้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ติดเชื้อ ได้แยกตัวเพื่อกักโรคและไปรับการตรวจหาเชื้อ

Prime Minister Scott Morrison said the app should be ready in around a fortnight.
Prime Minister Scott Morrison said the app should be ready in around a fortnight.
AAP

คุณเอียน ฮิกกี ผู้อำนวยการร่วมด้านสุขภาพและนโยบายของศูนย์สมองและจิตใจ แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่า การที่ประชาชนจะใช้แอปพลิเคชันนี้มากน้อยเท่าใดนั้นจะเป็นบททดสอบถึงความเหนียวแน่นของชุมชน

“นี่เป็นความท้าทายอย่างแท้จริงของชุมชนออสเตรเลีย พวกเรามีความเหนียวแน่นเพียงพอที่จะปล่อยวางความไม่ไว้วางใจบางอย่างของเราต่อรัฐบาลและต่อผู้อื่น พอที่จะทำเช่นนี้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของพวกเราเอง หรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่?” คุณฮิกกี บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

“มันจะเป็นบททดสอบที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพวกเราเหนียวแน่นกันแค่ไหนในฐานะชุมชน”

ตัวอย่างจากสิงคโปร์และเกาหลีใต้

แอปพลิเคชันนี้มีต้นแบบมาจากแอปพลิเคชันที่ขณะนี้ใช้กันในประเทศสิงคโปร์ และรัฐบาลสิงคโปร์ได้แบ่งปันข้อมูลการเขียนชุดคำสั่งของแอปนี้เพื่อช่วยรัฐบาลออสเตรเลียในการพัฒนาออกแบบแอปของออสเตรเลียเอง

ในเกาหลีใต้ แอปพลิเคชันในทำนองเดียวกันได้ช่วยให้ผู้คนสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตกึ่งปกติได้เร็วขึ้น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถติดตามตัวผู้ที่ติดเชื้อและผู้ที่ได้พบปะใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อได้ และแจ้งให้พวกเขาแยกตัวเพื่อกักโรค

ในสิงคโปร์นั้น การใช้แอปพลิเคชันนี้แล้วแต่ความสมัครใจของประชาชน แต่มีผู้ร่วมใช้งานแอปนี้เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น

ศ.ไรนา แมคอินไทร์ หัวหน้าโครงการความมั่นคงทางชีวภาพ ของสถาบันเคอร์บี แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า แอปพลิเคชันนี้เป็นแนวคิดที่ดี และจำเป็นต้องมีประชาชนจำนวนมากเลือกใช้แอปนี้

“การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการการระบาดใหญ่ของเชื้อโรคนั้น เป็นแนวคิดที่ดี ในจุดหนึ่งมันจะเกินกว่าขีดจำกัดของทรัพยากรมนุษย์ สำหรับทุกกรณีของการติดเชื้อ อาจมีคนอื่น 10 คนที่ได้พบปะใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องติดตามหาตัว หากเราสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อทำเช่นนั้นได้ นั่นจะดีมาก” ศ.แมคอินไทร์ บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

Smartphone apps have helped officials in South Korea manage the outbreak.
Smartphone apps have helped officials in South Korea manage the outbreak.
AP

ข้อวิตกด้านความเป็นส่วนตัว

บางคนได้แสดงความวิตกด้านความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับว่ารัฐบาลจะเก็บข้อมูลและใช้ข้อมูลนั้นอย่างไร

คุณเบอร์นาร์ด โรเบิร์ตสัน-ดันน์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านสุขภาพของมูลนิธิด้านความเป็นส่วนตัวแห่งออสเตรเลีย บอกกับ เอสบีเอส นิวส์ว่า สิ่งที่จะบ่งชี้ว่าแอปพลิเคชันนี้จะดีหรือไม่เพียงใดอยู่ในรายละเอียด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่เปิดเผยให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับโครงการนี้

“ประเด็นใหญ่อย่างหนึ่งคือด้านข้อมูล จะมีการเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บแล้วจะไปไว้ที่ไหน ใครจะเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ และข้อมูลนี้จะมีวัฎจักรอย่างไร เหล่านี้เป็นสิ่งที่ยังไม่รู้ในขั้นนี้” คุณ โรเบิร์ตสัน-ดันน์ กล่าว

เขาตระหนักดีว่าประชาชนอาจยินดีที่จะแลกกับความเป็นส่วนตัวของตน หากรัฐบาลเปิดเผยถึงข้อดีข้อเสียอย่างชัดเจน เช่น เพื่อแลกกับการได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกได้บ่อยครั้งกว่า

หากมีสิทธิประโยชน์ต่อประชาชนและต่อประเทศโดยรวม ประชาชนก็อาจยอมแลกกับความเป็นส่วนตัว แต่หากไม่มีการระบุชัดเจนถึงประโยชน์เหล่านั้น อาจยากที่จะรู้ว่าคุณต้องการแลกกับความเป็นส่วนตัวของคุณหรือไม่” คุณเบอร์นาร์ด โรเบิร์ตสัน-ดันน์ เสริม

ประชาชนในออสเตรเลียต้องอยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1.5 เมตร และห้ามรวมกลุ่มกันเกิน 2 คน นอกจากว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับคุณหรืออยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

หากคุณเชื่อว่าคุณอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา ให้โทรศัพท์ปรึกษาแพทย์ (อย่าเดินทางไปที่คลินิก) หรือให้ติดต่อโทรศัพท์สายด่วนด้านสุขภาพเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา ที่หมายเลข 1800 020 080

หากคุณเริ่มมีปัญหาหายใจติดขัด หรือกำลังประสบสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพ ให้โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 000 เพื่อเรียกรถพยาบาล

คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai

Source SBS News