Coming Up Mon 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

รัฐบาลขยายนโยบายสงเคราะห์ค่ารักษาดวงตา

นโยบายใหม่ขอรัฐบาลจะช่วยให้การรักษาและยาสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาในออสเตรเลียบางประเภทมีราคาที่ถูกลง Source: DEA, M. FERMARIELLO, De Agostini, Getty Images

NEWS: รัฐบาลออกนโยบายใหม่ในการช่วยเหลือค่ายาและค่ารักษาปัญหาดวงตาทั่วออสเตรเลียหลายประเภท มีผล 1 พ.ย.นี้

You can also read the full version of this story on SBS News here.

ชาวออสเตรเลียที่มีภาวะโรคเกี่ยวกับดวงตาบางชนิดกำลัง’จะได้รับการสงเคราะห์จากรัฐบาลในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาและยา ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ในโครงการสิทธิประโยชน์ด้านเวชภัณฑ์ (Pharmaceutical Benefit Scheme)

อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ปลูกฝังในดวงตาเพื่อแก้ปัญหาเส้นเลือดอุดตันในกระจกตาจากเนื้องอก เป็นการรักษาแบบหนึ่งที่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งจะมีการกำหนดลงในโครงการฯ รวมกับการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาอื่นๆ และจะมีผลในวันที่ 1 พ.ย.นี้

ตัวยาอย่าง Ozurdex ซึ่งใช้ป้องกันและบรรเทาอาการอักเสบของดวงตา ซึ่งปกติราคาอยู่ที่ราว 1,350 ดอลลาร์ ก็จะได้รับการช่วยเหลือโดยรัฐบาลให้มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 39.50 ดอลลาร์

นอกจากนี้ ยังได้มีการขยายขอบเขตคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการฉีดยาเพื่อรักษาภาวะจุดภาพชัดจอตาเสื่อม (Macular Degeneration) ซึ่งเป็นโรคที่ถือว่าเป็นภาวะตาบอดทางกฎหมายในออสเตรเลียอีกด้วย

ส่วนยา Lucentis สำหรับผู้ป่วยภาวะสายตาสั้นเฉียบพลัน (Acute Near-Sightedness) และภาวะจอตาเสื่อมที่ไม่เกี่ยวกับความชรา (Choroidal neovascularization) ก็จะมีราคาที่ถูกลงด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลสหพันธรัฐได้สนับสนุนงบประมาณราว 80 ล้านดอลลาร์ ในการเพิ่มข้อกำหนดในโครงการสิทธิประโยชน์ด้านเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะต่างๆ เกี่ยวกับดวงตาในครั้งนี้

นายเกร็ก ฮันต์ (Greg Hunt) รัฐมนตรีด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียระบุว่า การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้จะช่วยรักษาและปรับปรุงสุขภาพดวงตาของชาวออสเตรเลียให้ดีขึ้น

“มันจะสร้างความแตกต่างให้กับผู้ป่วยและครอบครัวของพวกเขาที่ต้องเผชิญกับสายตาพร่ามัวและเสื่อมถอยจากภาวะทางดวงตาต่างๆ” นายฮันต์กล่าว

นอกจากนี้ นายฮันต์ยังระบุอีกว่า ขณะนี้ พรรคร่วมรัฐบาลกำลังจะเพิ่มการสงเคราะห์ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาและยาประมาณ 1 ประเภทในทุกๆ วัน

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่นี่

Source SBS World News, AAP