Coming Up Mon 10:00 PM  AEDT
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

ความอลหม่านในพรรคลิเบอรัล ฉุดโพลพรรคร่วมดิ่งต่ำสุดในสิบปี

0:00

NEWS: นายกรัฐมนตรี สก็อตต์ มอร์ริสัน ตั้งธงสู้เลือกตั้งปี 2019 โดยปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อกลับลำความเสียหายทางการเมืองจากการเปลี่ยนตัวผู้นำเมื่อวันศุกร์ ซึ่งก็ส่งผลกระทบชัดเจนจากการหยั่งเสียงนิวส์โพลล่าสุด

รัฐบาลของนายมอร์ริสันได้เผชิญหน้ากับโพลการหยั่งเสียงซึ่งแสดงให้เห็นถึงคะแนนเสียงปฐมภูมิ (primary vote) ของพรรคร่วม ร่วงลงถึง 33 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นผลลัพธ์ที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่นายเบรนแดน เนลสันเป็นผู้นำฝ่ายค้านเมื่อปี ค.ศ. 2008

นิวส์โพล แสดงให้เห็นว่า พรรคแรงงานนั้นทะยานไปข้างหน้าในการเลือกแบบสองพรรค (two-party preferred) และขณะนี้นำรัฐบาลอยู่ 56 - 44 โดยนายบิล ชอร์เทน นั้นก็ยังขึ้นเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมในฐานะนายกรัฐมนตรีมากกว่านายสก็อตต์ มอร์ริสัน

รัฐมนตรีคลังคนใหม่ นายจอช ฟรายเดนเบิร์ก ได้ยอมรับว่า ผลการหยั่งเสียงที่พินาศดังกล่าวนั้นไม่น่าแปลกใจ หลังจากสัปดาห์แห่งความโกลาหลที่ผ่านมาในกรุงแคนเบร์รา

“โพลต่างๆ ของวันนี้ ช่างน่าประหลาดใจราวกับการที่พระอาทิตย์จะขึ้นในวันพรุ่งนี้” นายฟรายเดนเบิร์กกล่าวกับ 3AW ในวันนี้

เขากล่าวว่า จะไม่มีการเลือกตั้งเร็วขึ้นกว่ากำหนด โดยโต้แย้งว่า ทีมผู้นำชุดใหม่นั้นจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อเรียบเรียงประเด็นสำคัญต่างๆ ออกมา

“สัปดาห์ที่แล้วเป็นสัปดาห์ที่ยากลำบากมากสำหรับพรรคและเพื่อนร่วมงานของผม แต่เราก็จำเป็นต้องไปต่อ” รัฐมนตรีคลังกล่าว

รัฐมนตรีการเงิน มาเธียส คอร์มันน์ ยอมรับว่า วิกฤตผู้นำนั้นส่งผลต่อความนิยมของรัฐบาล

“เรามีสัปดาห์ที่ยากลำบากมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งในบริบทนั้น ผลลัพธ์ในวันนี้จึงไม่น่าประหลาดใจ” วุฒิสมาชิกคอร์มันน์กล่าวกับเอบีซี

โพลของ นิวส์คอร์ป ซึ่งหยั่งเสียงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,783 คนตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากการโค่นล้มผู้นำที่ไม่คาดฝันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้นายมอร์ริสัน เอาชนะปีเตอร์ ดัตตันและ จูลี บิช็อป ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศออสเตรเลีย

Labor's Bill Shorten is more popular than Scott Morrison according to the latest Newspoll.
นายบิล ชอร์เทนได้รับความนิยมสูงกว่านายสก็อตต์ มอร์ริสัน โดยอ้างอิงโดยการหยังเสียงนิวส์โพลล่าสุด (AAP)
AAP

การที่ผลโพลร่วงนั้น ถือว่าเป็นปกติหลังจากเกิดความไม่มั่นคงของตำแหน่งผู้นำ

นักวิเคราห์การเลือกตั้ง คุณเควิน บอนแฮม ระบุว่า โพลที่แย่กว่านี้สำหรับพรรคร่วมนั้นคือผล 43 – 57 ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015 เมื่อนายโทนี แอ็บบอตต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เผชิญกับความยากลำบากหลังจากที่เสนอตำแหน่งอัศวิน (knighthood) ให้กับเจ้าชายฟิลิป

“หลังจากครั้งนั้น ผลโพลที่เลวร้ายจริงๆ ของพรรคร่วมนั้นก็จะมีระยะเวลาอยู่ประมาณแค่สามสัปดาห์” คุณบอนแฮทกล่าวผ่านทวิตเตอร์

“มันน่าสนใจว่าหากเมื่อเทียบกันแล้ว คราวนี้จะเป็นเช่นไร”

นายมอร์ริสันนั้นได้ปรับคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ผู้เข้าร่วมท้าชิงคือนายปีเตอร์ ดัตตัน นั้นได้กลับมาอยู่ในตำแหน่งมหาดไทย

อย่างไรก็ตาม อำนาจการตรวจคนเข้าเมืองก็จะถูกแยกออกจากหน้าที่รับผิดชอบของนายดัตตัน และถูกมอบให้กับนายเดวิด โคลแมน สส. พรรคลิเบอรัล ผู้ได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นมาในครั้งนี้

นายแองกัส เทย์เลอร์ อดีตรัฐมนตรีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ได้รับการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบด้านพลังงาน ซึ่งเป็นสายงานที่เต็มไปด้วยความน่าหวั่นเกรง เนื่องความล้มเหลวในการกำหนดเป้าการปลดปล่อยมลภาวะในแผนการพลังงานของนายมัลคอล์ม เทิร์นบูลล์นั้น ได้เป็นบริบทซึ่งก่อนให้เกิดการท้าชิงตำแหน่งผู้นำที่เกิดขึ้น

นายมอร์ริสันกล่าวว่า การเข้าแทรกแซงโดยรัฐบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือกับเกษตรกร ด้วยการกู้ภัยแล้งนั้น “เป็นความสำคัญอย่างปัจจุบันทันด่วน” ของรัฐบาลชุดใหม่ของเขา และกล่าวว่า เขาจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพรรคแนชันแนลในเรื่องดังกล่าว

ผู้นำพรรคแนชันแนล นายไมเคิล แมคคอร์แมค กล่าวกับสถานีวิทยุเอบีซีว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้นได้ “รับฟัง” ความวิตกกังวลต่างๆ ของเขา และกล่าวว่า จำเป็น “จะต้องมี” การให้ความช่วยเหลือที่เพิ่มมากขึ้นจากสมัยรัฐบาลของนายเทิร์นบูลล์ เพื่อใช่จ่ายช่วยเหลือครัวเรือนในชนบท

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่นี่

เรื่องราวที่น่าสนใจจากเอสบีเอสไทย

 

 

Source SBS News, AAP