Coming Up Mon 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ในเมลเบิร์นถูกสั่งปิดจากการล็อกดาวน์

A man walks through Bourke Street Mall before a citywide curfew is introduced in Melbourne, Sunday, August 2, 2020 Source: AAP

มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียประกาศมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่วันนี้ 429 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 13 ราย พร้อมประกาศมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มเติม ที่จะเห็นธุรกิจและอุตสาหกรรมจำนวนมากต้องปิดให้บริการหรือลดปริมาณธุรกิจ

ธุรกิจค้าปลีกเกือบทั้งหมดในนครเมลเบิร์นถูกสั่งให้ปิดให้บริการตั้งแต่เที่ยงคืนของวันพุธเป็นต้นไป ภายใต้มาตรการจำกัดใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ที่รัฐบาลของรัฐวิกตอเรียประกาศวันนี้ (3 ส.ค.)

ธุรกิจที่จำเป็นต่างๆ รวมทั้ง ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และธนาคาร จะยังคงเปิดให้บริการต่อไป

มาตรการใหม่ภายใต้การล็อกดาวน์ระดับ 4 เหล่านี้ได้ถูกประกาศออกมาในวันจันทร์วันนี้ ขณะที่รัฐวิกตอเรียพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ 429 ราย และพบผู้เสียชีวิตอีก 13 ราย

ในจำนวนนั้น มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 รายที่เชื่อมยังกับกรณีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนที่พบก่อนหน้านี้ และ 393 รายอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค

ผู้เสียชีวิตรายใหม่ดังกล่าว 8 รายเชื่อมโยงกับสถานดูแลผู้สูงอายุ ขณะนี้ มีจำนวนสะสมของผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาในรัฐวิกตอเรียอยู่ที่ 138 ราย ส่งผลให้จำนวนสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ 221 ราย

ผู้เสียชีวิตที่ประกาศในวันจันทร์วันนี้ รวมไปถึงชายวัย 60 ปีเศษผู้หนึ่ง ชาย 2 รายและหญิง 1 รายในวัย 70 ปีเศษ ชาย 2 รายในวัย 80 ปีเศษ และหญิง 5 รายและชาย 2 รายในวัย 90 ปีเศษ

ขณะที่ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 416 รายที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วรัฐในขณะนี้  ในจำนวนนั้น 35 รายกำลังรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต

ข้อจำกัดใหม่สำหรับธุรกิจต่างๆ

มุขมนตรีแดเนียล แอนดรูส์ ของรัฐวิกตอเรีย ประกาศในวันจันทร์ว่า ธุรกิจ 3 ประเภทในพื้นที่เขตมหานครของเมลเบิร์นจะถูกจำกัดในระดับต่างกัน

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในระดับแนวหน้าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ธุรกิจเหล่านี้ได้แก่ ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำและอาหารสด ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้านขายยา สถานีบริการน้ำมัน ธนาคาร ร้านขายหนังสือพิมพ์และนิตยสาร และที่ทำการไปรษณีย์ และบริการด้านการดูลสุขภาพทุกอย่าง

ธุรกิจประเภทที่สอง จะจำเป็นต้องปิดให้บริการระว่างช่วงล็อกดาวน์ 6 สัปดาห์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันพุธ

People shop at Queen Victoria Market hours before a citywide curfew is introduced in Melbourne.
People shop at Queen Victoria Market hours before a citywide curfew is introduced in Melbourne.
AAP

ธุรกิจต่างๆ เหล่านี้ได้แก่ ร้านค้าปลีก ธุรกิจการผลิตสินค้า และบางธุรกิจในภาคการบริหารจัดการหรือภาคธุรการ (administration) แต่ขณะที่ธุรกิจเหล่านี้จะถูกบังคับให้ปิดให้บริการ แต่อาจยังคงได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ผ่านการจัดส่งสินค้าให้ประชาชนตามบ้าน หรือบริการขายสินค้าให้ประชาชนไปรับด้วยตนเองที่ร้าน

ธุรกิจประเภทที่สาม จะยังคงสามารถเปิดต่อไปได้ แต่ต้องลดปริมาณงานลงหรือลดปริมาณลูกจ้างในสถานที่ปฏิบัติงานลง มุขมนตรีกล่าว โดยการเปลี่ยนแปลงสำหรับธุรกิจประเภทนี้จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนวันศุกร์ (7 ส.ค.)

ธุรกิจเหล่านี้ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างและการชำแหละเนื้อสัตว์ ซึ่งลูกจ้างจะต้องทำงานในปริมาณที่ลดลง

นายแอนดรูส์ กล่าวว่า ธุรกิจชำแหละเนื้อสัตว์ทั่วรัฐวิกตอเรียจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่นี้ โดยที่ลูกจ้างทุกคนจะต้องสวมชุดป้องกันการติดเชื้อส่วนบุคคลเต็มรูปแบบขณะปฏิบัติงาน

มุขมนตรีวิกตอเรีย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ว่า “เหล่านี้เป็นหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีการประกาศบังคับใช้จากรัฐบาล” แต่ระบุว่า ข้อจำกัดเหล่านี้นั้น “จำเป็น” ในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสในรัฐวิกตอเรีย

“จนกว่าเราจะแก้ปัญหาด้านสุขภาพนี้ได้ จนกว่าเราจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างมากในระดับที่น้อยกว่านี้มาก เราก็ไม่สามารถจะกลับไปเปิดระบบเศรษฐกิจอีกครั้งได้”

จะมีเงินช่วยเหลือให้ 10,000 ดอลลาร์ สำหรับธุรกิจในพื้นที่เขตมหานครของเมลเบิร์นที่ต้องดำเนินธุรกิจภายใต้ข้อจำกัด เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือธุรกิจที่ถูกสั่งให้ปิดให้บริการ เช่น ร้านเสริมสวย และฟิตเนส ขณะที่มุขมนตรีแอนดรูส์ กล่าวว่า รัฐบาลวิกตอเรียจะรีบดำเนินการจ่ายเงินให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลังการแถลงของรัฐวิกตอเรียแล้ว ล่าสุดนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ได้ประกาศโครงการเงินช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติ (Disaster Payment) 1,500 ดอลลาร์เพื่อให้ประชาชนในรัฐวิกตอเรียสามารถลางานเพราะเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นต้นเหตุโดยได้รับค่าจ้าง

เงินดังกล่าวจะจ่ายให้แก่ลูกจ้างในรัฐวิกตอเรียที่จะเป็นต้องกักตัว แต่ไม่มีสิทธิ์ลาป่วย หรือไม่ได้รับเงินจ๊อบคีพเปอร์หรือเงินจ๊อบซีกเกอร์

นายมอร์ริสัน กล่าวว่า เขาคาดว่าเงินช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติ (Disaster Payment) จะจ่ายให้เพื่อช่วยเหลือผู้ถือวีซ่าระยะสั้นโดยเฉพาะ


ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตมหานครของเมลเบิร์น (Metropolitan Melbourne) อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ระดับ 4 และจะต้องปฏิบัติตามการห้ามออกจากเคหสถานระหว่างเวลา 20.00 น.-5.00 น.

ในระหว่างช่วงเวลาที่ห้ามออกจากเคหสถาน ประชาชนในเมลเบิร์นจะสามารถออกจากบ้านได้ เพื่อไปทำงาน หรือไปรับบริการด้านสุขภาพหรือไปรับการดูแลที่จะเป็น หรือเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัยเท่านั้น

ระหว่างเวลา 5.00 น. เป็นต้นไปจนถึงเวลา 20.00 น. ประชาชนในเมลเบิร์นจะสามารถออกจากบ้านได้ เพื่อออกกำลังกาย เพื่อไปซื้อของจำเป็นและไปรับบริการที่จำเป็น ไปทำงาน ไปรับบริการด้านสุขภาพ หรือไปให้การดูแลญาติที่ป่วยหรือผู้สูงอายุเท่านั้น

รายละเอียดข้อจำกัดทั้งหมดสามารถดูได้ที่นี่ ชาวรัฐวิกตอเรียทุกคนจะต้องสวมหน้ากากหรือผ้าปกคลุมจมูกและปากเมื่อออกจากเคหสถาน ไม่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ใด

ประชาชนในออสเตรเลียต้องอยู่ห่างกับผู้อื่นอย่างน้อย 1.5 เมตร คุณสามารถตรวจดูว่ามีข้อจำกัดใดบ้างที่บังคับใช้อยู่ในรัฐและมณฑลของคุณ ที่นี่

การตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาขณะนี้สามารถทำได้ทั่วออสเตรเลีย หากคุณมีอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ให้ติดต่อขอรับการตรวจเชื้อได้ด้วยการโทรศัพท์ไปยังแพทย์ประจำตัวของคุณ หรือโทรศัพท์ติดต่อสายด่วนให้ข้อมูลด้านสุขภาพเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus Health Information Hotline) ที่หมายเลข 1800 020 080

รัฐบาลสหพันธรัฐออสเตรเลียยังได้มีแอปพลิเคชัน COVIDSafe เพื่อติดตามและแจ้งเตือนผู้ที่พบปะใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้จากแอปสโตร์ (app store) สำหรับโทรศัพท์มือถือของคุณ อ่านเกี่ยวกับแอปพลิเคชันนี้ ที่นี่

คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai

Source SBS News
This story is also available in other languages.