Coming Up Mon 10:00 PM  AEDT
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

วีซ่าเกษตรกรรมใหม่พร้อมทางเลือกเป็นผู้อาศัยถาวรในออสเตรเลีย

Minister for Agriculture David Littleproud at a press conference at Parliament House in Canberra, Source: AAP

วีซ่าด้านเกษตรกรรมใหม่ ซึ่งพุ่งเป้าไปยังลูกจ้างจากแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีทางเลือกของการเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรและการตั้งถิ่นฐานในส่วนภูมิภาคสำหรับลูกจ้างผู้อพยพย้ายถิ่นที่ด้วย

รัฐบาลสหพันธรัฐของออสเตรเลียจะเปิดตัววีซ่าด้านเกษตรกรรมโดยเฉพาะ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด ทั่วอุตสาหกรรมภาคการเกษตร การประมง และป่าไม้

วีซ่าเกษตรกรรมของออสเตรเลียประเภทนี้ ซึ่งพุ่งเป้าไปยังลูกจ้างจากแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ จะไม่มีการจำกัดจำนวนรับสูงสุดและจะให้ทางเลือกของการเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรและการตั้งถิ่นฐานในส่วนภูมิภาคด้วย

ในขั้นนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศใดบ้างจะเข้าร่วมโครงการวีซ่านี้บ้าง

วีซ่าประเภทนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ก่อนฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้น และเป็นโครงการที่เพิ่มเติมจากโครงการวีซ่าลูกจ้างตามฤดูกาล (Seasonal Worker Programme) และโครงการวีซ่าแรงงานแปซิฟิก (Pacific Labour Scheme) ที่รัฐบาลมองว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

“ที่เป็นการปฏิรูปด้านโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติด้านแรงงานเกษตรกรรมของออสเตรเลีย” นายเดวิด ลิตเติลพราวด์ รัฐมนตรีด้านเกษตรกรรมของออสเตรเลีย บอกกับเอบีซี

“มีลักษณะบางประการในเรื่องนี้ที่ตรงไปยังหัวใจของการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง ซึ่งอุตสาหกรรมเกษตรกรรมในส่วนภูมิภาคได้เรียกร้องมานานแล้ว” นายลิตเติลพราวด์ กล่าว

เขาเตือนว่า การปิดพรมแดนระหว่างประเทศของออสเตรเลียในขณะนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิด ซึ่งทำให้จำนวนผู้ถือวีซ่าเวิร์กกิง ฮอลิเดย์ (working holiday visa) ลดลง ได้ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรกำลังขาดแคลนแรงงานราว 30,000 คนในขณะนี้

“ภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปเนื้อสัตว์ของเราเกือบทั้งหมดกำลังดำเนินการในศักยภาพเพียง 60-70 เปอร์เซ็นต์ของศักยภาพเต็มในตอนนี้ เป็นเพราะพวกเขาเพียงแค่ไม่มีคนพอที่จะทำงานเหล่านี้” นายลิตเติลพราวด์ อธิบาย

“ชาวออสเตรเลียจะได้รับการเสนองานเหล่านี้ให้ก่อนใคร แต่สำคัญที่ต้องเข้าใจว่าเกษตรกรได้รอคอยอย่างใจเย็นมานาน และพวกเขารอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะพวกเขาจะเป็นต้องเก็บเกี่ยวผลผลิต”

รัฐบาลคาดการณ์ว่า จำนวนลูกจ้างจากแปซิฟิกและติมอร์ในออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็นจำนวนกว่า 24,000 คนภายใต้โครงการใหม่นี้

เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ลูกจ้างทั้งหมดจะต้องกักตัว 14 วัน ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นสำหรับการนำลูกจ้างมาจากแปซิฟิกหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่นายลิตเติลพราวด์กล่าวว่า รัฐบาลสหพันธรัฐกำลังประสานงานกับรัฐและมณฑลต่างๆ เพื่อพยายามทำให้แน่ใจได้ว่า สามารถช่วยตอบสนองความจำเป็นด้านแรงงานที่ขาดแคลนได้ ขณะยังคงปฏิบัติตามจำนวนจำกัดที่เคร่งครัดของการรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ

มุขมนตรีและหัวหน้ารัฐมนตรีของรัฐและมณฑลต่างๆ ทั้งหมดยังคงยืนกรานว่า พวกเขาต้องการดูแลเรื่องการกักตัวของลูกจ้างเกษตรกรรมเอง โดยเพิ่มเติมจากจำนวนจำกัดของการรับผู้เดินทางจากต่างประเทศของแต่ละรัฐ

“บางรัฐไม่ได้รับผู้เดินทางจากต่างประเทศเต็มจำนวนสูงสุดที่รับได้ในขณะนี้ ดังนั้น จึงยังคงมีสมรรถภาพในรัฐต่างๆ เหล่านี้ที่จะรับลูกจ้างเหล่านี้ได้จำนวนหนึ่ง แม้แต่ภายในระบบกักตัวในโรงแรมในขณะนี้”

รัฐบาลสหพันธรัฐได้ส่งเสริมได้รัฐบาลของรัฐและมณฑลต่างๆ มองหาวิธีการที่ปลอดภัยในการนำลูกจ้างมาจากต่างประเทศ รวมทั้งการกักตัว 14 วันภายในฟาร์ม หรือกักตัวภายในพื้นที่อื่นในประเทศ

“เราเพียงแค่หวังว่ารัฐและมณฑลต่างๆ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างมีวุฒิภาวะและเปิดรับโอกาส”

“ถ้าไม่ใช่เพราะทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตร เศรษฐกิจของเราคงเสียหายอย่างหนักระหว่างการระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างรายได้ให้แก่ชาติของเรา และเราจำเป็นต้องตอบแทนด้วยความกล้าหาญและความเชื่อมั่น”

ในเดือนมกราคม รัฐวิกตอเรียได้ลงกับกับแทสเมเนีย ที่จะอนุญาตให้ลูกจ้างตามฤดูกาลที่กักตัว 14 วันในแทสเมเนียให้สามารถเดินทางมายังวิกตอเรียได้ เพื่อช่วยเติมเต็มแรงงานที่ขาดแคลน


คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Source SBS News
This story is also available in other languages.