Coming Up Mon 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ต้องการลดอัตรารับผู้อพยพย้ายถิ่น

0:00

NEWS: มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ต้องการลดการรับผู้อพยพย้ายถิ่นของรัฐ เผยอยากให้เหมือนสมัยนายกฯ โฮเวิร์ด หลังรัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายปฏิรูปวีซ่า

You can also read the full version of this story on SBS News here.

นางกลาดิส เบเรจิเคลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่า เขาต้องการให้มีการลดจำนวนการรับผู้อพยพย้ายถิ่นจากต่างประเทศในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ให้ถึงระดับเดียวกับสมัยนายจอห์น โฮเวิร์ด ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย ท่ามกลางการปฏิรูปนโยบายการรับผู้อพยพย้ายถิ่นในเวลานี้

0:00

“ในจุดนี้ มันถึงเวลาที่เราต้องแตะเบรกเพื่อรักษาระดับการรับผู้อพยพย้ายถิ่น พวกเราในรัฐนิวเซาท์เวลส์ควรกลับไปใช้อัตราการรับแบบเดียวกับสมัยที่นายจอห์น โฮเวิร์ด เป็นนายกรัฐมนตรี” นางเบเรจิเคลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้อพยพชาวอาร์เมเนียนกล่าวกับเดลี เทเลกราฟ

“รัฐบาลของเราต้องคอยตามสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ถนนหนทาง และระบบขนส่งมวลชนที่ผู้คนในรัฐต้องการ เพื่อรับมือกับประชากรที่เพิ่มมากขึ้น มันชัดเจนขึ้นทุกทีแล้วว่า อัตราการเติบโตของประชากรรัฐนิวเซาท์เวลส์นั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพูดถึง” นางเบเรจิเคลียนกล่าวเสริม

ด้านโฆษกของนางเบเรจิเคลียนระบุว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจว่า ตัวเลขในการลดอัตรารับผู้อพยพย้ายถิ่นที่รัฐบาลต้องการนั้นจะเป็นจำนวนเท่าใด

Premier Gladys Berejiklian.
นางกลาดิส เบเรจิเคลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ (Source: AAP)
AAP

ทั้งนี้ ในสมัยที่นายจอห์น โฮเวิร์ด จากพรรคลิเบอร์รัล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียนั้น รัฐนิวเซาท์เวลส์มีอัตราการรับผู้อพยพย้ายถิ่นอยู่ที่ราว 45,000 คนต่อปี เทียบกับ 100,000 คนต่อปีในปัจจุบัน

โดยขณะนี้ อัตรารับเข้าผู้อพยพย้ายถิ่นจากต่างประเทศของรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรีย คิดเป็นร้อยละ 75.6 ของอัตรารับเข้ารวมทั้งออสเตรเลีย โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์รับผู้อพยพย้ายถิ่นสูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกมาเมื่อปลายปี 2017 จำนวน 98,570 คน

Former Prime Minister John Howard. Migration levels were lower under the long-serving PM.
ในสมัยที่นายจอห์น โฮเวิร์ด ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียนั้น อัตรารับผู้อพยพย้ายถิ่นอยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน (Source: AAP)
AAP

ด้านกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลียได้คาดการณ์ไว้ว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์จะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับแรกของผู้อพยพย้ายถิ่น โดยคาดว่าจะมีการรับผู้อพยพยย้ายถิ่นใหม่อีกราว 70,500 คน ที่จะตั้งรกรากในพื้นที่ส่วนใหญ่ของนครซิดนีย์ก่อนสิ้นปี 2018

นางเบเรจิเคลียนได้แสดงความเห็นข้างต้น หลังรัฐมนตรีด้านเมืองและประชากร นายอลัน ทัดจ์ ได้ให้คำมั่นเรื่องการปฏิรูปวีซ่าที่จะส่งผลให้ให้ผู้อพยพย้ายถิ่นถาวรจำนวนหนึ่ง จากอัตราสูงสุด 190,000 คน ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองถึงสามปีในพื้นที่ชนบทของออสเตรเลีย ก่อนที่จะสามารถย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในเมืองใหญ่อย่างนครซิดนีย์ และเมลเบิร์น

Skilled migrants
รัฐมนตรีด้านเมืองและประชากร นายอลัน ทัดจ์ ต้องการให้ผู้อพยพย้ายถิ่นไปอยู่อาศัยในพื้นที่ชนบท (Source: AAP)
AAP

วีซ่าสำหรับการไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น สามารถพาให้ผู้อพยพย้ายถิ่นไปอยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทได้เพียง 5,000 คน จากโควตาอัตรารับเข้าผู้อพยพย้ายถิ่นประจำปีจำกัดอยู่ที่ 190,000 คน

ระหว่างนี้ เอสบีเอส นิวส์ กำลังรอฟังความเห็นจากผู้นำฝ่ายค้านรัฐนิวเซาท์เวลส์ นายลุก โฟลีย์

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่นี่

Source SBS World News