Coming Up Mon 10:00 PM  AEDT
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

เตือนออสเตรเลียจะขาดแรงงานเรื้อรังขณะผู้ย้ายถิ่นกว่าครึ่งล้านกลับประเทศ

The parliamentary report has called for changes to address COVID-19 impact on skilled migration. Source: Getty Images

มีรายงานรัฐสภา ที่ผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงการรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะอาชีพมายังออสเตรเลีย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ผู้อพยพย้ายถิ่นฐานกว่าครึ่งล้านคนได้เดินทางออกจากออสเตรเลียเพื่อกลับประเทศของพวกเขา นับตั้งแต่การระบาดใหญ่ของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อออสเตรเลียเมื่อต้นปีที่แล้ว ผู้ย้ายถิ่นฐานเหล่านั้นจำนวนมาก เป็นลูกจ้างที่มีทักษะการทำงานที่เป็นที่ต้องการ รายงานฉบับใหม่ของรัฐสภา ระบุ

คณะกรรมาธิการร่วมด้านการอพยพย้ายถิ่นฐานของรัฐสภา (Joint Standing Committee on Migration) ได้เสนอรายงานฉบับเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ที่แนะนำว่า รัฐบาลจะปรับปรุงระบบการรับผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะการทำงานที่เป็นที่ต้องการได้อย่างไร

รายงานดังกล่าวเตือนว่า การขาดแคลนผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะอาชีพที่เป็นที่ต้องการ และอัตราการว่างงานที่เกือบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงในหลากหลายด้าน รวมทั้งด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร

“จำนวนสุทธิของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศยังคงอยู่ในระดับติดลบ โดยคาดว่าผู้คนอีก 77,000 คนจะเดินทางออกจากออสเตรเลียในปีงบประมาณ 2021-2022” นายจูเลียน ลีเซอร์ ประธานคณะกรรมาธิการดังกล่าวและ สส พรรคลิเบอรัล ระบุในรายงานฉบับนี้

นายลีเซอร์ กล่าวว่า การหยุดชะงักชั่วคราว ของโครงการรับผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะอาชีพ เนื่องจากการปิดพรมแดนระหว่างประเทศ เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบทบทวน “อย่างถูกจำกัดน้อยลง” สำหรับโครงการรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน

หนึ่งในคำแนะนำจากรายงานนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำให้ง่ายขึ้นที่ผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะอาชีพจะได้รับสถานะผู้อยู่อาศัยถาวร

นี่รวมถึงการเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย (Department of Home Affairs) เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขวีซ่าระยะสั้น สำหรับวีซ่าชั่วคราวของผู้มีทักษะที่ขาดแคลน (temporary skills shortage visa -subclass 482)

“วีซ่าทุกประเภทที่มีนายจ้างเสนอชื่อผู้รับวีซ่าควรให้มีทางเลือกสำหรับการเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร” รายงานดังกล่าวระบุ

แต่รายงานนี้ยังคงยืนยันว่า เงื่อนไขของการเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรควรรวมไปถึง ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดี และผู้สมัครวีซ่าต้องอายุต่ำกว่า 45 ปี

รายงานจากสถาบันแกรตแทน (Grattan Institute report) ฉบับหนึ่งที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ กล่าวว่า ออสเตรเลียควรพุ่งเป้ารับผู้ย้ายถิ่นฐานที่อายุน้อยกว่าเดิม เนื่องจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ออสเตรเลียอาจได้รับในระยะยาวจากคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้

รายงานของคณะกรรมาธิการรัฐสภาฉบับนี้ ยังเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงระบบประมวลผลวีซ่าของกระทรวงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อพยายามทำให้แน่ใจได้ว่า กระบวนการสมัครขอวีซ่านั้น ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับผู้สมัครขอวีซ่าและสำหรับนายจ้าง

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำให้มีการปรับปรุงด้านลูกค้าสัมพันธ์ โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานประจำอุตสาหกรรมต่างๆ และให้มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้คำอธิบายการสมัครขอวีซ่า

รายงานฉบับนี้ยังผลักดันให้มีมาตรการช่วยให้นักเรียนต่างชาติเดินทางเข้ามาในออสเตรเลีย เพื่อช่วยเติมเต็มแรงงานที่ขาดแคลนอย่างเรื้อรังได้

มาตรการเหล่านี้ยังรวมไปถึงการลดระยะเวลาที่นักเรียนต่างชาติต้องมีประสบการณ์ทำงานจึงจะขอเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรได้ โดยลดระยะเวลาจาก 3 ปีเป็น 2 ปี

ด้านพรรคแรงงานมีรายงานคัดค้านรายงานฉบับนี้ โดยระบุว่า คำแนะนำของคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาชุดนี้ “พลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงแนวคิดใหม่สำหรับโครงการรับผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะอาชีพ ให้สามารถดึงดูดผู้ย้ายถิ่นฐานที่ทักษะอาชีพระดับสูงและอายุน้อย เพื่อเพิ่มพูนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งของออสเตรเลียในระยะยาว”

“ขณะนี้ ออสเตรเลียมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในหลายชั่วคนที่จะปฏิรูปโครงการรับผู้ย้ายถิ่นฐานของเรา”

ร่างงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาลสหพันธรัฐ ที่แถลงออกมาในเดือนพฤษภาคมปีนี้นั้น รัฐบาลคาดการณ์ว่า การอพยพย้ายถิ่นฐานชั่วคราวและถาวรจะค่อยๆ กลับมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2022


คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Source SBS News
This story is also available in other languages.
Show languages