Coming Up Thu 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

เตือนสนามบินทั่วออสฯ คิวแน่นช่วงอีสเตอร์ แนะเผื่อเวลาเดินทาง

Source: AAP / Bianca De Marchi

สนามบินทั่วประเทศเตือนประชาชนที่จะเดินทางไปใช้เวลาช่วงวันหยุดอีสเตอร์เผื่อเวลาเดินทาง หลังเกิดวิกฤตขาดคนทำงานภาคพื้นทั่วประเทศ

สนามบินต่าง ๆ ในออสเตรเลียคาดว่าจะพบกับช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในรอบ 2 ปี หลังผู้โดยสารหลายพันคนเดินทางเพื่อไปใช้เวลาในช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนพนักงาน

ผู้โดยสารได้รับการแจ้งจากสนามบินให้เดินทางมาถึง 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทางสำหรับเที่ยวบินในประเทศ โดยสนามบินซิดนีย์ระบุว่า ผู้โดยสารราว 82,000 คนจะต้องผ่านด่านความปลอดภัยและเคาน์เตอร์เช็คอินที่เผชิญกับแรงกดดันจากวิกฤตนี้

ทั้งนี้ สนามบินซิดนีย์ได้พบกับแรงกดดันมาตลอดสัปดาห์นี้เนื่องจากขาดพนักงาน และมีพนักงานที่มาทำงานไม่ได้เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 ทำให้คิวเช็คอินมีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก

“ผมทราบดีว่ามันเป็นสารซึ่งยากที่จะรับฟัง แต่วันพฤหัสบดีนี้จะเป็นวันที่ยากลำบากอีกวันหนึ่งสำหรับนักเดินทาง และผมต้องขออภัยล่วงหน้าไปยังผู้ที่ไม่ได้รับความสะดวกสบาย” จิออฟ คัลเบิร์ท (Jeoff Culbert) ประธานบริหารสนามบินซิดนีย์ กล่าว

Huge queues are seen at the Virgin and Jetstar domestic departure terminal at Sydney Domestic Airport in Sydney, Friday, April 8, 2022. Domestic airline travels are queued outside the airport, forced to wait hours to get through check in and security. (AA
คิวผู้โดยสารจำนวนมาก ในอาคารผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติซิดนีย์
AAP

ขณะที่สนามบินอื่น ๆ คาดว่าจะต้องรับมือกับจำนวนผู้โดยสารมากขึ้นในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียน ซึ่งตามมาด้วยวันหยุดยาวช่วงเทศกาลอีสเตอร์ และวันแอนแซคเดย์ (ANZAC Day)

คาดว่าจะมีผู้เดินทางนับล้านคนผ่านเข้ามายังท่าอากาศยานซิดนีย์ ซึ่งเป็นสนามบินภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุด และเป็นศูนย์กลางของการเดินทางระหว่างประเทศ

ไมเคิล เคน (Michael Cain) เลขาธิการสหภาพแรงงานคมนาคมขนส่ง (TWU) กล่าวว่า พนักงานลำเลียงกระเป๋า พนักงานภาคพื้น และพนักงานรักษาความปลอดภัย กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมาก หลังพนักงานส่วนสูญเสียตำแหน่งงานตั้งแต่ช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าจ้างจ๊อบคีปเปอร์ (JobKeeper) ของรัฐบาลสหพันธรัฐ และได้รับการว่าจ้างจากบริษัทต่างชาติ

“นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราพบเห็นการขาดแคลนพนักงานที่นำไปสู่วันแบบนี้ ด้วยภาพความอลหม่านในสนามบินของเรา (ในซิดนีย์)” นายเคน กล่าวกับเอบีซีในวันนี้

ขณะที่เขายอมรับว่า การที่พนักงานไม่มาทำงานเนื่องจากโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญ เค้าได้กล่าวโทษไปยังรัฐบาลของ สกอตต์ มอร์ริสัน  กับการปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชยค่าจ้างในโครงการจ๊อบคีปเปอร์ให้กับคนทำงานในสนามบินส่วนใหญ่ และเขายังกล่าวโทษสายการบินต่าง ๆ ที่จ้างให้บริษัทต่างชาติเป็นผู้ว่าจ้างพนักงานภาคพื้น อย่างเช่น พนักงานลำเลียงกระเป๋า รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยตั้งแต่แรก

“คนทำงาน 2,000 คนเหล่านั้นพร้อมและอยากที่จะกลับมาทำงาน แต่สายการบินควอนตัสไม่นำพวกเขากลับมาทำงาน และในตอนนี้เราก็ได้เห็นการตอบสนองอย่างตื่นตระหนก” นายเคน กล่าว

เขากล่าวอีกว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะดึงคนทำงานกลับมาในอุตสาหกรรมการบิน เนื่องจาก “ความเสื่อมโทรมของข้อกำหนดและเงื่อนไข...นี่จึงเป็นปัญหาจริง ๆ”

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานคมนาคมขนส่งได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวในอุตสาหกรรมการบิน

ไลเยล สแตรมบิ (Lyell Strambi) ประธานบริหารสนามบินเมลเบิร์น ได้ขอให้ผู้เดินทางอดทนขณะที่อุตสาหกรรมการบินกำลังปรับตัวกับเที่ยวบินต่าง ๆ ที่กลับมาทำการบินอีกครั้ง สืบเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการจำกัดทางสังคมและการปิดพรมแดนทั่วประเทศจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“โควิด-19 สร้างความเสียหายให้กับสายการบินและสนามบินต่าง ๆ และเป็นผลให้คนทำงานทักษะสูงนับพันคนได้รับแจ้งให้หยุดงาน หรือต้องถูกเลิกจ้าง” นายสแตรมบิ กล่าว

“สายการบินต่างๆ รวมถึงซัพพลายเออร์ของพวกเขาตอนนี้กำลังเพิ่มจำนวนคนทำงาน แต่จากลักษณะของงานที่พวกเขาทำมีความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ การจ้างงานและการฝึกอบรมอีกครั้งอาจต้องใช้เวลา”

ทั้งนี้ สนามบินเมลเบิร์นคาดว่าจะมีผู้โดยสารราว 380,000 คนเดินทางมาถึงในช่วง 5 วันข้างหน้า ขณะที่สนามบินแอดิเลดคาดว่าวันนี้จะมีผู้เดินทางมาถึงอาคารผู้โดยสารที่เพิ่งมีการขยายต่อเติมราว 25,000 คน เช่นเดียวกับในวันศุกร์พรุ่งนี้ ส่วนสนามบินบริสเบนคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางมาในวันนี้ราว 50,000 คน


 

คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai

  

Source AAP, SBS