Coming Up Thu 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

การหมิ่นประมาทคืออะไรและขอบเขตอยู่ตรงไหนในออสเตรเลีย?

0:00

NEWS: ขณะที่บุคคลที่มีชื่อเสียงก้องโลกหลายคนในออสเตรเลียกำลังฟาดฟันในการฟ้องร้องกรณีหมิ่นประมาท แต่ความจริงแล้ว คนธรรมดาทั่วไปก็อาจถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทผู้อื่นได้

You can read the full article in English here.

การฟ้องร้องกรณีหมิ่นประมาทที่เกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนในออสเตรเลีย กำลังจะมีการพิจารณากันในศาลในเดือนนี้

นางซารา แฮนสัน-ยัง วุฒิสมาชิกพรรคกรีนส์ กำลังดำเนินการฟ้องร้องวุฒิสมาชิกเดวิด เลย์ออนแฮล์ม ของพรรคลิเบอรัล เดโมแครต ขณะที่เจฟฟรีย์ รัช นักแสดงฮูลีวูดชาวออสเตรเลีย ขึ้นศาลเมื่อวันจันทร์สัปดาห์ที่แล้ว (15 ตุลาคม) เพื่อฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ เดอะ เดลี เทเลกราฟ (The Daily Telegraph)

คดีความเรื่องการหมิ่นประมาทกำลังได้รับความสนใจจากสาธารณะชนมากขึ้น แต่แท้จริงแล้วการหมิ่นประมาทนั้นคืออะไร

การหมิ่นประมาทคืออะไร?

จะกล่าวก็คือ การหมิ่นประมาทหมายถึงกระบวนการของการทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง

หากผู้ใดรู้สึกว่าสิ่งที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับตน ที่มีบุคคลอื่นมากกว่า 1 คนเห็นสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าว ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของตนเสื่อมเสียในสายตาของสาธารณะ ผู้นั้นก็อาจมีเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินการฟ้องร้องได้

วิธีหนึ่งที่จะแก้ต่างข้อกล่าวหาการหมิ่นประมาทได้ คือการพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่กล่าว หรือตีพิมพ์ หรือเผยแพร่ไปนั้น เป็นความจริง

“หากคุณพูดความจริงเกี่ยวกับคนอื่น นั่นเป็นข้อแก้ต่างที่ปกป้องคุณจากข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทได้” ศาสตราจารย์เดวิด รอล์ฟ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

“เพราะคุณมีสิทธิเฉพาะชื่อเสียงที่สมควรได้รับ ไม่ใช่ชื่อเสียงที่มี”

ข้อแก้ต่างกรณีถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทผู้อื่นอีกอย่างหนึ่ง คือสิ่งที่เรียกกันว่าเป็นการแสดงความเห็นอย่างชอบธรรม (fair comment) หรือแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา (honest opinion)

"หากคุณแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือเป็นผลประโยชน์สาธารณะ และความเห็นนั้นสรุปจากข้อเท็จจริง คุณก็มีสิทธิที่จะมีความเชื่ออย่างที่คุณมีได้" ศาสตราจารย์ รอล์ฟ อธิบาย

 Rebel Wilson ดาราฮอลีวูดชาวออสเตรเลียอีกคน ที่ฟ้องร้องสื่อว่าหมิ่นประมาท (Getty Images)
Rebel Wilson ดาราฮอลีวูดชาวออสเตรเลียอีกคน ที่ฟ้องร้องสื่อว่าหมิ่นประมาท Source: Getty Images
Getty Images

คนธรรมดาจะถูกหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทคนอื่นได้หรือไม่?

คำตอบคือ ได้และได้

จากการศึกษาวิจัยในปีนี้ของเซนเตอร์ ฟอร์ มีเดีย ทรานซิชัน (Centre for Media Transition) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ซิดนีย์ พบว่า หนึ่งในห้า ของโจทย์ในกรณีฟ้องร้องหมิ่นประมาท ระหว่างปี ค.ศ.2013-2017 เป็นบุคคลสาธารณะ และมีเพียง 1 ใน 4 ของจำเลยเป็นบริษัทสื่อสารมวลชน มากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 51) เป็นกรณีการหมิ่นประมาทผ่านสื่อดิจิทัล

“ช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย ทำให้พวกเราสามารถเป็นผู้เผยแพร่สารสู่โลกในวงกว้างได้ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ผู้คนจะทำลายชื่อเสียงของบุคคลอื่นในสายตาของผู้รับสารที่กว้างขึ้นกว่าเดิมมาก” ศาสตราจารย์รอล์ฟ กล่าว

นายแพทริก เทอร์เนอร์ ทนายความ บริษัทมอริส แบลกเบิร์น ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ชาวออสเตรเลียธรรมดาทั่วไปมากขึ้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาท

“โดยเฉลี่ยแล้ว มีการเพิ่มขึ้นอย่างสูง สำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่เรียกร้องค่าเสียหายหรือการชดใช้จากบุคคลที่กล่าวข้อความหมิ่นประมาทออนไลน์” นายเทอร์เนอร์ บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

โซเชียลมีดีกำลังถูกกล่าวโทษเป็นเหตุให้ชาวออสเตรเลียธรรมดาถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท (Tracy Le Blanc from Pexels)
โซเชียลมีดีกำลังถูกกล่าวโทษว่าเป็นเหตุให้ชาวออสเตรเลียธรรมดาทั่วๆ จำนวนมากถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท Source: Tracy Le Blanc from Pexels
Tracy Le Blanc from Pexels

อดีตนายกเทศมนตรีของพื้นที่ชนบทแห่งหนึ่งในนิวเซาท์เวลส์ ได้รับค่าเสียหายกว่า 100,000 ดอลลาร์ จากการชนะคดีหมิ่นประมาทในศาลเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังประชาชนในพื้นที่คนหนึ่งถูกศาลตัดสินว่าหมิ่นประมาทเขาในการโพสต์ทางเฟซบุ๊ก โดยกล่าวหาว่าเขาทุจริตคอรัปชัน และข่มขู่ข่มเหงผู้อื่นด้วย

สมาชิกสภาเทศบาลคนปัจจุบันผู้หนึ่งยังถูกศาลสั่งให้จ่ายค่าเสียหาย 10,000 ดอลลาร์ จากการแสดงความเห็นในโพสต์ดังกล่าว และกระตุ้นให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม

ใครมีแนวโน้มจะชนะคดี?

ศาสตราจารย์รอล์ฟ กล่าวว่า กฎหมายออสเตรเลียมีแนวโน้มเข้าข้างโจทย์ (ผู้ที่กล่าวหาผู้อื่นว่าหมิ่นประมาทตน) มากกว่าจำเลย (ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทผู้อื่น)

“อย่างเดียวที่โจทย์ต้องทำคือ แค่พิสูจน์ว่า สารที่เป็นการหมิ่นประมาทนั้น ได้ระบุชี้ตัวพวกเขา ในสายตาของผู้อื่นมากกว่า 1 คน และนั่นก็ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทแล้ว” ศาสตราจารย์รอล์ฟ อธิบาย

ส่วนจำเลยจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สารที่ว่าเป็นการหมิ่นประมาทนั้นเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นเรื่องจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำเลยที่จะพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหานั้นไม่ใช่เรื่องจริง กฎหมายออสเตรเลียมักมีแนวโน้มที่จะสันนิษฐานว่าข้อกล่าวหานั้นไม่ใช่เรื่องจริงก่อนเสมอ

ศาสตราจารย์ รอล์ฟ กล่าวต่อไปว่า นี่ตรงข้ามกับในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐธรรมนูญของสหรัฐปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

“เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกของสหรัฐ (ซึ่งปกป้องเสรีภาพในการแสดงความเห็น เสรีภาพของสื่อมวลชน และเสรีภาพทางศาสนา) กฎหมายหมิ่นประมาทจึงเข้าข้างจำเลยในด้านสิทธิในการแสดงความคิดเห็นมากกว่า และปกป้องเรื่องชื่อเสียงน้อยกว่า”

เราจะหลีกเลี่ยงการพัวพันคดีหมิ่นประมาทได้อย่างไร?

ทำได้ง่ายๆ คือ: จงระวังในสิ่งที่คุณโพสต์ออนไลน์

“สิ่งเย้ายวนใจมักจะเป็นเรื่องการได้บ่นการได้ระบายความคับข้องใจผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่สิ่งที่เราได้เห็นว่ากำลังเพิ่มขึ้นคือการฟ้องร้องบุคคลธรรมดาทั่วไปว่าหมิ่นประมาท มากกว่าฟ้องร้องสื่อมวลชนยักษ์ใหญ่ต่างๆ” นายเทอร์เนอร์ ทนายความ ชี้แจง

“ขอให้ระวังสิ่งที่คุณพูด แชร์ หรือทวีต โดยเฉพาะเมื่อคนอื่นสามารถเซฟสกรีนชอตสิ่งที่คุณโพสต์ได้ การลบโพสต์ทิ้งอาจไม่ได้ทำให้คุณพ้นผิด”

หากคุณรู้สึกว่าคุณกำลังถูกหมิ่นประมาท หรือคุณถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทผู้อื่น คุณก็ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย คุณเทอร์เนอร์ ทนายความ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่นี่

Source SBS News, AAP