Coming Up Thu 10:00 PM  AEST
Coming Up Live in 
Live
Thai radio

ควรทำอย่างไรถ้าคุณติดเชื้อไวรัสโคโรนาในออสเตรเลีย?

Civil liberties organisations warn tough measures to deal with COVID-19 must not outlast the pandemic. Source: Getty Images

ขณะที่การสร้างระยะห่างทางสังคมและมาตรการปิดเมืองกำลังใช้ได้ผล แต่ยังคงสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในออสเตรเลียต้องรู้ว่า ควรทำอย่างไรหากติดเชื้อโควิด-19 และไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล

การได้รับคำยืนยันว่ามีเชื้อโควิด-19 อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าวิตกและน่ากลัว

จนถึงขณะนี้ ประสบการณ์นี้เกิดขึ้นกับผู้คนกว่า 6,000 คนในออสเตรเลีย

และขณะที่เป็นที่ยอมรับว่า ออสเตรเลียกำลังสามารถลดอัตราผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ให้น้อยลงได้ แต่มีแนวโน้มว่าจะมีผู้คนอีกมากมายที่จะติดเชื้อก่อนที่การระบาดของเชื้อนี้จะซาลง

ดังนั้น จึงสำคัญอย่างยิ่งที่ ผู้ที่ถูกยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา จะต้องรู้ว่าควรทำอย่างไร

คุณควรทำอย่างไรหากติดเชื้อไวรัสโคโรนา?

นพ.คริส มอย แพทย์ทั่วไปและประธาน สาขาเซาท์ออสเตรเลีย ของแพทยสมาคมแห่งออสเตรเลีย กล่าวว่า สิ่งแรกที่ผู้ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาควรทำคือ การอยู่บ้าน และผู้ที่อยู่บ้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อก็ต้องทำเช่นเดียวกัน

“เห็นได้ชัดว่า สิ่งแรกคือ พวกเขาต้องอยู่บ้าน เพราะพวกเขาไม่ต้องการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น” นพ.มอย บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

“และพวกเขาควรอยู่ให้ห่างจากคนอื่นๆ ในบ้าน บุคคลอื่นที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็จะกลายเป็นผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีเชื้อ ดังนั้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องแยกตัวเพื่อกักโรคเช่นเดียวกัน”

แล้วผู้คนที่คุณอาจนำเชื้อไปติดล่ะ?

จะมีกระบวนการติดตามหาผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ที่เรียกกันว่า คอนแทกต์ แทรซซิง (contact tracing)

นพ.มอย กล่าวว่า ผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะต้องปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่อาจแตกต่างกันไป

“ขณะนี้ จำนวนยังน้อยอยู่จึงพอที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจะสามารถติดต่อบุคคลแต่ละคน และแจ้งให้ทราบถึงสิ่งพวกเขาจำเป็นต้องทำได้” นพ. มอย กล่าว

People wearing face masks after picking up food in Brisbane.
People wearing face masks after picking up food in Brisbane.
AAP Image/Florent Rols / SOPA Images/Sipa USA

“เช่น ในเซาท์ออสเตรเลีย แต่ละคนจะได้รับการติดต่อ พวกเขาจะได้รับแจ้งถึงสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

“บางคน หากเริ่มมีอาการป่วยบ้างแล้ว พวกเขาอาจได้รับแจ้งว่าพวกเขาจำเป็นต้องอยู่บ้านนานเท่าไร แต่อย่างไรก็ตาม บางคน เช่น ผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ ที่ความจริงจำเป็นต้องได้รับการตรวจเชื้อ ก็อาจต้องอยู่บ้านนานกว่า ก่อนที่พวกเขาจะสามารถกลับไปทำงานได้”

จะทำอย่างไรหากคุณเกิดอาการไม่สบาย?

นายแพทย์มอย กล่าวว่า ผู้คนที่กำลังแยกตัวเพื่อกักโรค จำเป็นต้องผู้สังเกตอาการของตนและขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์ หากอาการของพวกเขาแย่ลง

“ไม่จำกัดว่าจะเป็นช่วงที่คุณกำลังอยู่บ้าน หรือหลังจากช่วงที่คุณได้รับคำแนะนำให้อยู่บ้านแล้ว หากคุณป่วยมากขึ้นในระหว่างนั้น คุณจำเป็นต้องขอรับการรักษา โดยให้โทรศัพท์ หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อขอคำแนะนำว่าคุณควรได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนหรือไม่”

“นั่นอาจเป็นการต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากคุณเกิดมีอาการปอดบวมที่น่าหวาดหวั่น”

ดังนั้น ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลใช่ไหม?

ไม่ใช่ทุกคนที่ถูกยืนยันว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาควรต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล

นพ.มอย เตือนว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยหนัก การไปโรงพยาบาลจะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรที่มีค่า

“ผมหมายความว่า เรามีศักยภาพที่จำกัด และมีปัญหา 2 อย่างเกี่ยวกับประเด็นนี้ อย่างแรกคือ มันสิ้นเปลืองศักยภาพของโรงพยาบาล ซึ่งพวกเราจะจำเป็นต้องใช้ และขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น มันก็จะไม่อาจกระทำได้อีกต่อไป”

“อีกอย่างคือ มันมีเหตุผลสมควรที่จะอยู่ที่บ้านได้ และไม่นำไวรัสมาที่โรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลจะต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อส่วนบุคคลจำนวนมากในการให้การรักษาแก่คุณ ซึ่งจะสูญไปในการบริหารจัดการคุณ ในเมื่อความจริงแล้วคุณอาจไม่ได้เป็นอะไรมาก”

แล้วบริการเทเลเฮล์ท (Telehealth) ล่ะ?

ท่ามกลางวิกฤตไวรัสโคโรนา รัฐบาลสหพันธรัฐของออสเตรเลียใช้งบประมาณมหาศาลในการขยายการให้บริการพบแพทย์ทางโทรศัพท์ หรือเทเลเฮล์ท ซึ่งช่วยให้ผู้คนในออสเตรเลียสามารถติดต่อและรับคำปรึกษาจากแพทย์ทางไกลได้

นพ.มอย กล่าวว่า นี่เป็นการดีสำหรับแพทย์ และผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังแยกตัวเพื่อกักโรค ควรฉวยโอกาสจากบริการนี้เมื่อทำได้

“บริการเทเลเฮล์ท ช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ค่อนข้างดี ความจริงแล้ว มันไม่ยากที่จะประเมินอาการป่วยผ่านทางเทเลเฮล์ท ว่าคนไข้มีอาการเลวร้ายลงหรือไม่”

“ขณะนี้ บางครั้ง พวกเขาอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายที่เหมาะสม และพวกเขาอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจเอ็กซเรย์ นั่นจะเป็นสิ่งที่ยากขึ้นมา แต่มันขึ้นอยู่กับสภาพของคนไข้ และกรณีของแต่ละบุคคล”

ออสเตรเลียทำได้ดีเพียงใดในการลดอัตราการติดเชื้อ?

สำนวน แฟลตเทน เดอะ เคิร์ฟ (flatten the curve) หรือการลดอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายเป็นศัพท์เฉพาะที่ได้ยินกันทั่วไปในออสเตรเลียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนวนนี้หมายถึงการลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยพยายามให้อัตราเหล่านั้นอยู่ภายใต้ขีดจำกัด ของทรัพยากรในระบบสุขภาพสำหรับการให้การรักษาแก่ประชาชน

นพ.มอย กล่าวว่า ดูเหมือนว่ามาตรการเข้มงวดที่เราได้เห็น ซึ่งแม้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนในออสเตรเลียในทุกๆ ด้านในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านี้กำลังทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง

“โดยรวมแล้ว ผมมีความหวังเต็มเปี่ยมว่าเราจะเริ่มเห็นความเชื่อใจกันมากขึ้น ในเรื่องของการสร้างระยะห่างทางสังคม มาตรการการแยกตัวจากสังคมเพื่อกักโรค ซึ่งได้ถูกนำมาใช้ทั่วประเทศออสเตรเลีย หวังว่าเราจะเริ่มเห็นการเริ่มต้นของกราฟอัตราการติดเชื้อที่สูงชันน้อยลง”

แต่ นพ.มอย ก็เตือนว่า ชาวออสเตรเลียยังไม่สามารถชะล่าใจได้ และทุกคนจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมากในการปฏิบัติตัวของเราต่อไป

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมว่าควรทำอย่างไรหากคุณติดเชื้อโควิด-19 หรือคุณเพิ่งได้รับผลการตรวจเชื้อที่ระบุว่าติดเชื้อ สามารถไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ health.gov.au

คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai

เรื่องราวที่น่าสนใจจากเอสบีเอส ไทย

This story is also available in other languages.