ออสฯ เปิดพรมแดนให้ผู้ถือวีซ่าอีกครั้งในรอบเกือบ 2 ปี

ออสเตรเลียเปิดประเทศให้ผู้ถือวีซ่านักเรียน-แรงงานทักษะแล้ววันนี้ หลังรัฐบาลเบรกแผนเปิดพรมแดน 2 สัปดาห์เมื่อต้นเดือน ธ.ค.จากวิกฤต "โอไมครอน"

Zady Flores (left) and his partner at Sydney airport on Wednesday morning

Zady Flores (left) and his partner at Sydney Airport on Wednesday morning Source: SBS News/Dijana Damjanovic

15 ธ.ค. ผู้ถือวีซ่าออสเตรเลียได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศแล้ว หลังปิดพรมแดนมานานเกือบ 2 ปี จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้แรงงานทักษะ และนักศึกษาต่างชาติ สามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องยื่นขอยกเว้นการเดินทาง (travel exemption) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

การตัดสินใจเปิดพรมแดนระหว่างประเทศในวันนี้ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลสหพันธรัฐได้ระงับแผนเปิดพรมแดนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

รัฐบาลออสเตรเลียได้ประมาณว่า จะมีผู้ถือวีซ่าออสเตรเลียประมาณ 235,000 คน ที่ได้รับสิทธ์ในการเข้าประเทศ ซึ่งรวมถึงนักศึกษาต่างชาติประมาณ 133,000 คน

Advertisement
นางแคทรีโอนา แจ็คสัน ประธานบริหารจาก Universities Australia (สภามหาวิทยาลัยออสเตรเลีย) กล่าวว่า เธอรู้สึกยินดีที่นักศึกษาต่างชาติกลับมายังออสเตรเลียได้ในที่สุด

“เราคิดถึงการมีอยู่ของพวกเขาอย่างยิ่ง และยินดีมากที่จะต้อนรับพวกเขากลับมาตั้งแต่วันนี้” นางแจ็กสัน กล่าว

“เราตระหนักได้เป็นอย่างดีถึงผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อสวัสดิภาพของพวกเขา และความยืดหยุ่นที่พวกเขามีท่ามกลางความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง”

โดยวันนี้ยังถือเป็นวันแรกของการเริ่มต้นเขตเดินทางพิเศษ (travel bubble) ระหว่างออสเตรเลียกับประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เช่นเดียวกับการเปิดพรมแดนอีกครั้งระหว่างรัฐแทสเมเนียกับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้วจากทั่วออสเตรเลีย 

ผู้มีความประสงค์จะเดินทางไปยังรัฐแทสเมเนียจากพื้นที่บางส่วนซึ่งได้รับการกำหนดว่ามีความเสี่ยงสูง จะต้องมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบภายในเวลา 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางมาถึง ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ไปรับการฉีดวัคซีนจะยังคงต้องยื่นขอยกเว้นการเดินทาง (travel exemption)

ข้อมูลจาก ระบุว่า มี 4 ประเทศที่ได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่เดินทางปลอดภัยระหว่างประเทศ (International Safe Travel Zone) ได้แก่ นิวซีแลนด์ สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 

มีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการแพร่ระบาดในรัฐนิวเซาท์เวลส์วันนี้ โดยอนุญาตให้ผู้ที่ไม่ได้ไปรับการฉีดวัคซีนไปร้านค้าปลีกและสถานบริการได้แล้ว แต่ก็มีความกังวลว่า การตัดสินใจดังกล่าวอาจทำให้การติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม หลังรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้พบกับอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน

เมื่อคืนวานนี้ (14 ธ.ค.) รัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ประกาศว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วที่เดินทางมาจาก 8 ประเทศในแอฟริกา จะไม่ต้องกักตัวภายในโรงแรมกักกันโรคเป็นเวลา 14 วันอีกต่อไป และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันกับผู้เดินทางขาเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม พญ.เคอร์รี ชานท์ ประธานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสที่เดินทางมาถึงจากต่างประเทศทุกคน จะยังคงต้องกักกันตนเองเป็นเวลา 72 ชั่วโมง 



แซ็ดลี ฟลอเรส (Zadly Flores) ต้องรอเป็นเวลาเกือบ 2 ปี เพื่อเริ่มต้นการเรียนในระดับปริญญาโท สาขาการจัดการในออสเตรเลีย

เขาและคู่ครอง กล่าวว่า ทั้งสองรู้สึกยินดีที่ได้เดินทางมาถึงซิดนีย์ในที่สุด เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ โดยทั้งสองเดินทางมาจากกรุงมะนิลา ผ่านทางประเทศสิงคโปร์

“มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะบอกว่า การแพร่ระบาดใหญ่ทำให้การกักโรคต้องถูกยืดออกไปอีก แต่อย่างน้อยเราก็อยู่ที่นี่แล้วในตอนนี้ และเราดีแล้ว และเราสบายดี” เขากล่าว

เขากล่าวอีกว่า เขาตั้งใจที่จะเริ่มต้นการศึกษาของเขา รวมถึงชีวิตในแบบของ “ชาวออสเตรเลีย”

“ผมเพียงอยากจะบอกกับนักเรียนคนอื่น ๆ ที่อยู่ในประเทศของตัวเองว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง ขอเพียงให้ภาวนาให้คุณเข้ามาและสัมผัสกับชีวิตแบบชาวออสเตรเลียได้”

อันกิต โพคเรล (Ankit Pokhrel) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในออสเตรเลียระหว่างถือวีซ่านักเรียนเมื่อ 2 ปีก่อน เขาเดินทางออกจากออสเตรเลียเพื่อไปเฉลิมฉลองหลังเรียนจบแล้ว แต่ต้องติดค้างอยู่ในประเทศนั้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

“ผมพยายามมาที่นี่ ผมยื่นขอยกเว้นการเดินทางและทำทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีหวัง” เขากล่าว

โดยในตอนนี้ เขาได้เดินทางกลับมายังออสเตรเลียได้แล้ว ภายใต้วีซ่าแรงงานทักษะ“มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ผมคงจะทำงานและสนุกกับชีวิตระหว่างที่อยู่ในออสเตรเลีย ผมเพิ่งเรียนจบเมื่อ 2 ปีก่อน และยังไม่ได้สนุกกับชีวิตเลย”

ss
Shobhit Singh playing against Pakistan. Source: Supplied


คุณโพคเรล กล่าวว่า  เขาต้องสูญเงินไปหลายพันดอลลาร์ หลังต้องยกเลิกเที่ยวบินที่จะเดินทางมายังออสเตรเลียเที่ยวแรก

“ผมได้ยินจากข่าวว่าพรมแดนจะเปิดในวันที่ 1 ธ.ค. ผมจองเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. แต่นายกฯ ประกาศว่าพรมแดนจะปิดอีกครั้ง ผมเลยต้องยกเลิกเที่ยวบิน ผมเสียเงินไปทั้งหมดกับการยกเลิกเที่ยวบิน” เขากล่าว

“ผมต้องจองเที่ยวบินของควอนตัสในนาทีสุดท้ายเพื่อมาออสเตรเลีย ซึ่งผมต้องจ่ายไปประมาณ $2,000 ดอลลาร์ ผมคิดว่าผมน่าจะเสียค่าตั๋วเครื่องบินไปประมาณ $5,000 ดอลลาร์เพียงเพื่อมาออสเตรเลีย”

คุณอราวินด์ ปาร์ชูรา (Aravind Parchura) วิศวกรซอฟท์แวร์ เดินทางมาถึงออสเตรเลียจากเมืองไฮเดอราบาดของอินเดีย เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ด้วยวีซ่าที่เหลืออายุอยู่เพียงเดือนเดียว เขาหวังว่าจะต่อวีซ่าหลังจากรอเพื่อเข้ามาออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบ 2 ปี

“ผมรอเพื่อมาออสเตรเลียที่ประเทศบ้านเกิดอยู่ 2 ปี เนื่องจากเที่ยวบินถูกแบนและมาตรการป้องกันโควิด มันทำให้ผมต้องเสียเวลาในเส้นทางอาชีพไปเกือบ 2 ปี” เขากล่าว

“ผมรอให้การระบาดใหญ่นี้ผ่านพ้น และเพื่อใช้ชีวิตปกติของผมต่อไป มันส่งผลกระทบในเรื่องส่วนตัวสำหรับผมและครอบครัว”

“ในที่สุดผมก็เดินทางมาถึง และรู้สึกดีใจที่ได้อยู่ที่นี่ ผมจะไปกักตัว 3 วัน ไปตรวจเชื้อ และกลับไปทำงานต่อ”


จนถึงขณะนี้ ทั่วออสเตรเลียมีประชาชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปที่ไปรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสร้อยละ 89.5 มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกร้อยละ 93.4 และมีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วมากกว่า 771,000 คน


คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้

หากคุณมีอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ให้ติดต่อขอรับการตรวจเชื้อได้ด้วยการโทรศัพท์ไปยังแพทย์ประจำตัวของคุณ หรือโทรศัพท์ติดต่อสายด่วนให้ข้อมูลด้านสุขภาพเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus Health Information Hotline) ที่หมายเลข 1800 020 080

คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์  บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ 

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจจาก เอสบีเอส ไทย



Share
Published 15 December 2021 at 12:21pm
Presented by Tinrawat Banyat
Source: SBS News