เมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.) นางออง ซาน ซู จี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา ผู้เคยถือครองรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปรากฏตัวในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในกรุงเฮค ประเทศเนเธอร์แลนด์ ท่ามกล่างข้อมูลนจำนวนมากเกี่ยวกับการสังหารหมู่และการข่มขืน หลังประเทศแกมเบีย ในทวีปแอฟริกาตะวันตกยื่นฟ้องเธอต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
ผู้คนนับพันที่นครย่างกุ้งร่วมเดินขบวนเพื่อร่วมสนับสนุนนางซู จี ในวัย 74 ปี ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างนานาประเทศของเธอ ในฐานะสัญลักษณ์แห่งสิทธิมนุษยชนถูกแปดเปื้อน จากการปิดเงียบข้อมูลเกี่ยวกับชะตากรรมของชาวโรฮิงญา
มีชาวโรฮิงญากว่า 740,000 คนที่ลี้ภัยไปยังบังคลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศใกล้เคียง หลังกำลังทหารของเมียนมาใช้กำลังเข้าโจมตี จนนำไปสู่เหตุนองเลือดเมื่อปี 2017 ซึ่งมีการสอบสวนโดยองค์การสหประชาชาติ และระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
“บอกกับเมียนมาให้หยุดการเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้แก่นสาร หยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนซึ่งสร้างความสะเทือนทางคุณธรรม และหยุดการสังหารผู้คนที่อยู่ในชาติเดียวกัน” นายอาบูบาคาร์ ตัมบาดู (Abubacarr Tambadou) รัฐมนตรียุติธรรมของประเทศแกมเบีย กล่าวต่อคณะลูกขุน
ประเทศแกมเบีย ได้กล่าวหาเมียนมาว่าละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปี 1948 และได้ร้องขอต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งก่อนตั้งขึ้นในปี 1946 ในการดำเนินคดีระหว่าประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อดำเนินมาตรการฉุกเฉินในการหยุดเหตุรุนแรงในอนาคต
“อีกครั้งที่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปรากฎต่อหน้าสายตาของเรา ซึ่งยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อที่จะหยุดมัน” นายตัมบาดู อดีตอัยการในการตัดสินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา เมื่อปี 1994 กล่าวเสริม
“ทุกวันที่มีการเพิกเฉย หมายถึงผู้คนจำนวนมากที่ถูกฆ่า ผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกข่มขืน และเด็กจำนวนมากที่ถูกเผาให้ตายทั้งเป็น เพียงเพราะพวกเขาเกิดมาแตกต่างจากคนอื่น”

ต่อมา นายตัมบาดูได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มันจะเป็นความ “ผิดหวังอย่างยิ่ง” หากนางซู จี ยังย้ำในคำปฏิเสธการกระทำผิดในการแถลงต่อศาลยุติธรรมระหว่าประเทศอีกครั้ง ในวันนี้ (11 ธ.ค.)
บรรยากาศบริเวณศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเมื่อวานนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น มีกลุ่มชาวโรฮิงญาราว 50 คน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรุงเฮค เพื่อฟังการพิจารณาคดี พร้อมถือป้ายที่เขียนว่า “เปิดรับชาวโรฮิงญา ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความยุติธรรมที่ถูกปฏิเสธ”
“วันนี้คือจุดเริ่มต้นของสิทธิของเราต่อความยุติธรรม” นายโมฮัมเม็ด ฮารัน อายุ 49 ปี ที่เดินมาจากกรุงลอนดอน เพื่อเข้าฟังการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
“มันเป็นวันแห่งความยุติธรรมระหว่างประเทศของชาวโรฮิงญา” นายฮารันกล่าวกับเอเอฟพี
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนนางซู จี ที่ได้แสดงป้ายสนับสนุนอยู่บริเวณด้านนองศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยเขียนข้อมความว่า “เรารักคุณ เราจะยืนเคียงข้างคุณ”
“นางซู จี คือคนเดียวที่จะแก้ปัญหาได้” Swe Swe Aye หนึ่งในผู้สนับสนุนอายุ 47 ปี กล่าวกับเอเอฟพี
รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ
ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai
