สรุปประเด็น
- มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) สั่งให้นักวิจัยทบทวนความร่วมมือกับประเทศที่ถูกคว่ำบาตร
- โฆษกของเครือข่าย Group of Eight ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของรัฐบาลกลาง
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียได้เพิ่มความเข้มงวดต่อความร่วมมือด้านการวิจัยกับอิหร่าน รัสเซีย เบลารุส และเกาหลีเหนือ
โดยเตือนว่าแม้แต่ความร่วมมือแบบไม่เป็นทางการก็อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และมีความผิดทางอาญาได้
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น ขณะที่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศกำลังทบทวนความร่วมมือกับต่างประเทศ ท่ามกลางการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นจากรัฐบาลกลาง
เครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำ 8 แห่งของออสเตรเลีย (Group of Eight) ระบุว่า สถาบันต่าง ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับประเทศที่ถูกคว่ำบาตร
ในอีเมลภายในที่เอสบีเอส นิวส์ ได้รับมา มีรายละเอียดว่า รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (University of New South Wales) เดน แมคเคมี ได้แจ้งต่อบุคลากรว่า ไม่ให้เริ่มต้นหรือดำเนินความร่วมมือกับบุคคลหรือสถาบันในทั้งสี่ประเทศดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงก่อน
ในอีเมลดังกล่าว เดน แมคเคมี ระบุว่า
“เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลออสเตรเลียได้เพิ่มความคาดหวังให้มหาวิทยาลัยต้องใช้ความระมัดระวังและการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้นต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ”
เขายังกล่าวว่า
“เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) จะต้องรับรู้การมีส่วนร่วมทั้งหมดกับบุคคลหรือองค์กรในอิหร่าน รัสเซีย เบลารุส หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกิจกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ที่อาจละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่มีอยู่ต่อประเทศเหล่านี้ หรือขัดต่อความคาดหวังของรัฐบาลออสเตรเลีย”
เขาระบุเพิ่มเติมว่า
“นับจากนี้ กิจกรรมใด ๆ กับบุคคลหรือองค์กรในประเทศเหล่านี้ จะไม่สามารถดำเนินการได้ หากไม่ได้รับอนุมัติล่วงหน้าจากคณบดี (Dean) หรือรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย (Pro Vice-Chancellor Research)”
เดน แมคเคมี ระบุเพิ่มเติมว่า นักวิจัยที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอาจเผชิญ “ผลกระทบร้ายแรง” รวมถึงอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาจากการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี
เขายังเตือนว่า
“แม้แต่การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค เช่น การให้คำแนะนำด้านบรรณาธิการ แก่บุคคลหรือองค์กรในประเทศเหล่านี้ ก็อาจถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรได้”
นอกจากนี้ แมคเคมียังระบุว่า แนวทางของมหาวิทยาลัยครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อ “การเปลี่ยนแปลงในนโยบายต่างประเทศของออสเตรเลียต่อรัฐบาลของประเทศเหล่านี้”
เดน แมคเคมี ระบุว่า
“มาตรการนี้ไม่ได้มีเจตนาแต่อย่างใดที่จะทำให้สมาชิกของชุมชนมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) ที่มาจาก หรือมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับประเทศเหล่านี้เสียเปรียบ”
ด้านโฆษกของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ซิดนีย์ ระบุว่า มหาวิทยาลัยได้รับ คำแนะนำล่าสุด จากรัฐบาลกลางออสเตรเลีย ก่อนส่งอีเมลแจ้งเตือนบุคลากรให้ขออนุมัติสำหรับกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร
ภายใต้กฎหมายออสเตรเลีย มาตรการหลายรูปแบบสามารถนำมาใช้กับประเทศที่ถูกคว่ำบาตรได้ รวมถึงการขอให้มหาวิทยาลัยไม่ให้บริการที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร และการทำธุรกรรมหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือองค์กรที่ถูกกำหนดรายชื่อ
ตามแนวทางของหน่วยงาน Australian Sanctions Office มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการรับนักศึกษาจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร การจ้างงานบุคคลจากประเทศเหล่านั้น รวมถึงความร่วมมือกับบุคคลหรือองค์กรจากประเทศที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร
โฆษกของ Group of Eight เปิดเผยกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความร่วมมือ หลังได้รับคำสั่งจากรัฐบาล
โฆษกระบุว่า
“มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้รับการขอให้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันต่อสถาบัน และขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบตามขั้นตอนที่เหมาะสม”
“เครือข่าย Group of Eight ยึดมั่นอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ และการปกป้องสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง พร้อมจะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดต่อไป”
ทั้งนี้เอสบีเอส นิวส์ ได้ติดต่อเพื่อขอความเห็นจากกระทรวงศึกษาธิการ (Department of Education) และ กระทรวงมหาดไทย (Department of Home Affairs) ซึ่งกำกับดูแลคณะทำงานด้านการแทรกแซงจากต่างชาติในมหาวิทยาลัย (University Foreign Interference Taskforce)
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม
