A man has his booster shot in Perth.
A man has his booster shot in Perth.

Explainer

ฉีดวัคซีนต้านโควิดคนละยี่ห้อได้ไหมสำหรับวัคซีนเข็มกระตุ้น?

หากคุณฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาสำหรับวัคซีนต้านโควิด-19 สองเข็มแรก จะปลอดภัยไหมถ้าจะฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น? แล้ววัคซีนโมเดอร์นาล่ะ? นี่คือคำแนะนำล่าสุดสำหรับประชาชนในออสเตรเลีย

Published 13 December 2021 at 1:13pm
By Evan Young, Emma Lawson
Presented by Parisuth Sodsai
Source: SBS News
ในช่วงแรกๆ ของโครงการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มกระตุ้นให้แก่ประชาชนในออสเตรเลีย วัคซีนของไฟเซอร์เป็นวัคซีนชนิดเดียวที่ใช้ฉีดเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้ แต่ขณะนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

ตอนนี้ วัคซีนของโมเดอร์นาได้รับการอนุมัติแล้วจากกลุ่มที่ปรึกษาด้านเทคนิคเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันโรคแห่งออสเตรเลีย (Australian Technical Advisory Group on Immunisation หรือ ATAGI) ให้สามารถใช้ฉีดเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้เช่นกัน

ดร.เอมิลี เอ็ดเวิร์ดส์ จากภาควิชาภูมิคุ้มกันวิทยาและพยาธิวิทยาที่มหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่มีวัคซีนเพิ่มขึ้นที่สามารถใช้ฉีดเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้

Advertisement
“ยิ่งมีวัคซีนมากชนิดขึ้นที่ได้รับการอนุมัติ เราก็จะพบปัญหาน้อยลงเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชน นั่นหมายความว่าเราจะสามารถจัดหาวัคซีนให้แก่ชุมชนได้อย่างสม่ำเสมอ” ดร.เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

คำแนะนำล่าสุดของ ATAGI ขณะนี้ประชาชนสามารถฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นได้หลังฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปแล้วอย่างน้อย 4 เดือน และจะปรับเป็น 3 เดือนหลังวันที่ 31 มกราคม 2022 แต่ล่าสุดวิกตอเรีย นิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลีย และควีนส์แลนด์ อนุมัติให้เริ่มร่นเวลารอฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเหลือ 3 เดือนหลังฉีดเข็มสองทันทีตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการระบาดหนักของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 มกราคม 2022)


แต่จะดีหรือที่จะฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นหากคุณไม่ได้ฉีดวัคซีนโมเดอร์นามาก่อนหน้านี้ และโดยทั่วไปแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ที่จะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหรือเข็มที่สามโดยเป็นวัคซีนคนละยี่ห้อกับวัคซีนที่คุณฉีดเข็มแรกและเข็มที่สอง

ปลอดภัยไหมที่จะฉีดวัคซีนคนละยี่ห้อกัน?

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า คำตอบคือ ปลอดภัย

ดร.เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าวว่า "รายงานทางวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มันปลอดภัยที่จะฉีดวัคซีนต่างยี่ห้อกัน”

“หลักฐานที่ออกมาระบุว่า ไม่มีปัญหาอะไรที่จะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ต่างไปจากวัคซีนหลักสองโดสแรกของคุณ”

ยังมีข้อเสนอแนะด้วยว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นยี่ห้ออื่นอาจทำให้คุณมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้นด้วยซ้ำ

นพ.คริส มอย รองประธานแพทยสมาคมแห่งออสเตรเลีย กล่าวว่า "มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการผสมผสานวัคซีนสำหรับโรคเดียวกัน และความจริงแล้วการทำเช่นนั้นอาจได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าด้วยซ้ำ"

“แต่มันไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก โดยพื้นฐานแล้ววัคซีนเข็มกระตุ้นทั้งหมดดูเหมือนจะก่อให้เกิดผลดีคือ สามารถช่วยกระตุ้นให้มีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น” นพ.มอย กล่าว

คำแนะนำส่วนใหญ่มาจากการศึกษาวิจัยที่เปรียบเทียบการผสมผสานวัคซีนระหว่างโดสแรกและโดสที่สอง

แต่ นพ.มอย กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ใช่เรื่องยี่ห้อของวัคซีนเข็มกระตุ้นที่คุณได้รับ แต่สำคัญที่สุดคือ การได้รับการฉีดวัคซีน

“ผมคิดว่าเรากำลังพูดถึงความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างวัคซีนยี่ห้อต่างๆ แต่วัคซีนทั้งหมดนั้นดีอย่างมากและทั้งหมดมีข้อดีและข้อเสีย ... แต่โดยรวมแล้ว สิ่งเหล่านี้มีน้อยมากๆ มันเป็นเหมือนความแตกต่างระหว่าง LG กับ Samsung กับ Sony” นพ. มอย กล่าว

“ถ้ากังวล ก็สามารถเลือกตามที่ชอบใจได้ แต่บางครั้งสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการได้ฉีดวัคซีนลงบนแขนของคุณ”

ทุกคนที่มีข้อกังวลควรปรึกษาแพทย์ ดร.เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าวเสริม



แล้ววัคซีนแอสตราเซเนกาล่ะ?

วัคซีนของแอสตราเซเนกาสามารถใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนนี้แล้วในสองเข็มแรก และไม่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ แต่มีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนยี่ห้ออื่นมากกว่า

แต่ผู้ที่มีอาการข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญหลังฉีดวัคซีนประเภท mRNA สำหรับวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่สอง ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาจัดอยู่ในประเภทนี้ ก็สามารถฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้เช่นกัน

“วัคซีนของแอสตราเซนากาสามารถใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้เฉพาะในสถานการณ์ที่พบได้ยากมากเท่านั้นและเฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาไปแล้วสองเข็มแรก” นพ.มอย กล่าว

จนถึงขณะนี้มีกี่คนที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว?

เมื่อวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่แล้ว (9 ธ.ค.) ผู้คนมากกว่า 600,000 คนในออสเตรเลียได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว

การสำรวจของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีพบว่าร้อยละ 70 ของผู้ตอบแบบสอบถามจะ “ไปรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ‘อย่างแน่นอน’”

ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 22 กล่าวว่า พวกเขา "น่าจะไปฉีด" ร้อยละ 4.7 กล่าวว่าพวกเขา "อาจจะไม่ฉีด" ในขณะที่ร้อยละ 1.3 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าพวกเขา "จะไม่ฉีดอย่างแน่นอน” การวิจัยที่ดำเนินการในเดือนตุลาคมพบว่า ปัจจัยเบื้องหลังความลังเลใจของผู้ที่ไม่อยากฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นคือความกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันในการฉีดวัคซีน

ทั่วประเทศออสเตรเลีย กว่าร้อยละ 88 ของผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ครบสองโดสแล้ว ขณะที่ร้อยละ 93 ได้รับวัคซีนแล้ว 1 โดส



คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้

คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์  บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ 




Share