

Profile
Published
Updated
ดิดาร์ อาลี (ดิดาร์ Ali) หนีตายจากตาลีบัน (Taliban) หลังพ่อแม่ของเขาถูกสังหาร และขณะนี้เขาเปิดร้านขายของชำที่เน้นอาหารอัฟกัน ที่เมืองนาราคอร์ต (Naracoorte) ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
ธุรกิจของดิดาร์ อาลี สร้างขึ้นจากความซื่อสัตย์ของลูกค้า และกำลังเจริญเติบโตอย่างดี
ผู้ลี้ภัยชาวฮาซารา (Hazara) ผู้นี้เป็นเจ้าของร้าน Daily Market ร้านขายของชำที่เน้นอาหารอัฟกันแห่งหนึ่งที่เมืองนาราคอร์ต (Naracoorte) ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ครึ่งทางระหว่างเมลเบิร์นและแอดิเลด
นับตั้งแต่เปิดร้านนี้มาเมื่อเจ็ดปีก่อน การมองเห็นของดิดาร์ค่อยๆ ย่ำแย่ลงจนถึงจุดที่ว่า ตอนนี้เขาต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของลูกค้า ให้จ่ายเงินในราคาที่ถูกต้อง

“หากบางครั้งผมคิดเงินผิดพลาด พวกเขาจะบอกผมว่า นั่นไม่ถูกต้อง และจากนั้นก็จะอธิบายให้ผมฟัง” ดิดาร์ กล่าว
“มีผู้คนที่ซื่อสัตย์มากมาย ชาวออสเตรเลียเป็นคนซื่อสัตย์ และเมืองนาราคอร์ตก็เป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด”
ดิดาร์มีภาวะ retinitis pigmentosa ซึ่งเป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ตาซึ่งพบได้ยาก โดยภาวะดังกล่าวทำให้เซลล์ในเรตินาที่ไวต่อแสงเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ในระดับที่แตกต่างกันไป
“เรามองเห็นภาพเป็นแค่สีขาวหรือสีดำเท่านั้นแหละ ไม่ค่อยมีสี” เขากล่าว
“บรรดาแพทย์ทั้งหมดต่างไม่พบ (การรักษา) สำหรับปัญหานี้"
ดิดาร์ได้เรียนรู้การจัดวางชั้นวางสินค้าในร้านด้วยการสัมผัสสินค้าที่เขามีอยู่ในร้าน
ดิดาร์หนีออกจากอัฟกานิสถานหลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกสังหารโดยกลุ่มตอลิบาน
“เราพบศพพวกเขาที่หน้าบ้าน” เขากล่าว
“เมื่อเราถามว่า 'ทำไมจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นและทำไมคุณถึงต้องฆ่า' (พวกเขาพูดว่า) 'เพราะคุณเป็นชาวฮาซารา'”
ฮาซาราเป็นชนเผ่าหนึ่งที่ถูกกดขี่ในอัฟกานิสถาน
ด้วยเกรงว่าเขาจะถูกสังหารเช่นกัน ดิดาร์จึงหลบหนีไปยังอินโดนีเซีย จากที่นั่นเขาเริ่มการเดินทางทางเรือที่แสนอันตรายมายังออสเตรเลีย
"มันยากลำบากมากๆ ที่จะเดินทางเข้ามาทางเรือ แต่ก็ดีกว่าอยู่ต่อไปในอัฟกานิสถาน ซึ่งพวกตาลีบันจะฆ่าเรา" ดิดาร์กล่าว
เขาเป็นหนึ่งใน 40 คนที่เดินทางรอนแรมกลางทะเลเป็นเวลา 12 วันก่อนที่เรือจะพังและเริ่มจม
“ตอนนั้นผมดีใจมากที่ได้เห็นกองทัพมาถึงและช่วยกลุ่มของผมได้ทัน”
“ถ้าพวกเราไม่ได้รับการช่วยเหลือ ภายในสองสามวันทุกคนบนเรือคงจะจมน้ำตาย”
พื้นที่ที่ดิดาร์อาศัยอยู่มีชุมชนหลากหลายวัฒนธรรมที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเขากล่าวว่าลูกค้าบางคนขับรถมาไกลกว่า 100 กิโลเมตรเพื่อมาซื้อส่วนผสมที่หาได้ยากในร้านของเขา
เขาได้เรียนรู้ที่จะทักทายลูกค้าด้วยประโยคทักทายสองสามประโยคเป็นภาษาต่างๆ กว่า 40 ภาษาที่พูดกันในภูมิภาคนี้
ลูฟิซา นูร์ดิน (Loufiza Noordin) นักศึกษาชาวมาเลเซียกล่าวว่า Daily Market มีทุกอย่างที่เธอต้องการ ตั้งแต่พริกแช่แข็งไปจนถึงน้ำจากมาเลเซีย อุปกรณ์ตัดแต่งกิ่งให้ต้นไม้ และรองเท้าสำหรับการเดินโดยเฉพาะ
“ดิดาร์เป็นคนดีและอัธยาศัยดี ฉันชอบดิดาร์” เธอกล่าว “เราโกงดิดาร์ไม่ได้หรอก เพราะเขามองไม่เห็น”
ด้วยการมองเห็นของเขาที่หายไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์ บาสบานู ภรรยาของดิดาร์ และไรฮานา ลูกสาววัย 9 ขวบของพวกเขา ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินการประจำวันในร้าน
“พ่อเป็นคนมีน้ำใจเสมอ และพ่อก็เหลือเชื่อจริงๆ ” ไรฮานากล่าว “ถึงพ่อจะมีปัญหาที่ดวงตา แต่พ่อก็ยังทำงานต่อไป”
ดิดาร์ทำงานหลังเคาน์เตอร์เจ็ดวันต่อสัปดาห์ และหลังเลิกเรียนไรฮานาก็มาช่วยที่ร้าน
“บางครั้งหนูก็สะกดสิ่งต่างๆ ให้พ่อ หนูบอกราคาให้พ่อและบอกพ่อว่า (ลูกค้า) ให้เงินพ่อเท่าไหร่”
อย่างไรก็ตาม ดิดาร์เป็นห่วงอย่างมากสำหรับพี่น้องของเขาที่ยังคงอยู่ในอัฟกานิสถาน ท่ามกลางการยึดอำนาจของกลุ่มตาลีบันเมื่อเดือนที่แล้ว
ดิดาร์ไม่สามารถติดต่อพี่น้องของเขาทางโทรศัพท์ได้ตั้งแต่กลุ่มตาลีบันยึดหมู่บ้านของพวกเขา
ดิดาร์หวังว่า ใบสมัครเพื่อนำพี่น้องของเขามายังออสเตรเลียจะได้รับการอนุมัติ

ศูนย์ข้อมูลเพื่อผู้อพยพแห่งออสเตรเลีย (Australian Migrant Resource Centre หรือ AMRC) กล่าวว่าการสนับสนุนจากครอบครัวสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะรับประกันความอยู่รอดของร้านค้าแห่งนี้ในอนาคต
คุณฟรานเซส เคอร์บี (Frances Kirby) ผู้จัดการของ AMRC สาขาเมืองนาราคอร์ต (Naracoorte) กล่าวว่า “มันจะน่าเสียดายมากถ้าเขาต้องปิดร้านลง เพราะนั่นจะทำให้เกิดช่องว่างในตลาดทั่วทั้งพื้นที่ ไลม์สโตน โคสต์ (Limestone Coast) เลยทีเดียว”
“ร้านของเขาค่อนข้างเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงเล็กน้อย หรือหายากสักหน่อย”
ดิดาร์ยังเป็นผู้นำในชุมชนชาวฮาซารา (Hazara) ในท้องถิ่น ซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 4 ของประชากรของ เมืองนาราคอร์ต จากข้อมูลตามการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2016
เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งของเทศบาลท้องถิ่น โดยหวังว่าจะตอบแทนชุมชนหลากวัฒนธรรมที่ให้การสนับสนุนเขา
“ไม่เป็นไรที่เขาไม่ได้รับเลือกตั้ง” คุณเคอร์บีกล่าว
“แต่เขาเป็นคนแรกจากชุมชนหลากวัฒนธรรม ที่เต็มใจจะเป็นตัวแทนชุมชนในเทศบาลท้องถิ่นแห่งนี้”
รัฐบาลออสเตรเลียได้ร่วมกับประเทศต่างๆ เรียกร้องเรียกร้องมีการรับประกันว่า ผู้คนที่ต้องการหลบหนีจากกลุ่มตาลีบันจะสามารถเดินทางออกจากอัฟกานิสถานได้อย่างปลอดภัย
ออสเตรเลียยังได้ประกาศเงินทุน 5 ล้านดอลลาร์แก่การองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ขอลี้ภัยที่หลบหนีออกจากอัฟกานิสถานได้
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai

คนไทยบอกเคล็ดลับสอบซิติเซ่นให้ได้ 100%