สรุปประเด็น
- หลายประเทศได้ออกมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับความกังวลด้านการจัดหาเชื้อเพลิง
- ด้านทิม แอร์ส รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ระบุว่า การทำงานจากที่บ้านก็เป็น “ทางเลือกหนึ่งที่คนงานจำนวนมากสามารถทำได้”
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
รัฐบาลกลางออสเตรเลียยังไม่เร่งดำเนินการตามประเทศในเอเชียที่ออกมาตรการให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อรับมือกับความกังวลด้านการจัดหาเชื้อเพลิง โดยรัฐมนตรีรายหนึ่งระบุว่า เรื่องนี้ควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพนักงานแต่ละคน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) แนะนำให้ชาวออสเตรเลียทำงานจากที่บ้านหากสามารถทำได้ และขับรถด้วยความเร็วที่ลดลง เพื่อช่วยลดความต้องการใช้น้ำมัน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ในความพยายามประหยัดเชื้อเพลิง หลายประเทศ รวมถึงฟิลิปปินส์และเวียดนาม ได้เริ่มใช้ระบบการทำงานสัปดาห์ละสี่วันแล้ว
ประเทศไทยได้สั่งให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน และส่งเสริมการใช้บันไดแทนลิฟต์ เพื่อลดการใช้พลังงาน
ขณะที่รัฐบาลปากีสถานประกาศให้เจ้าหน้าที่รัฐร้อยละ 50 ทำงานจากที่บ้าน ยกเว้นหน่วยงานที่จำเป็น และให้หน่วยงานรัฐทำงานเพียงสัปดาห์ละสี่วัน
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการสนับสนุนให้ชาวออสเตรเลียทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ทิม แอร์ส รัฐมนตรีอุตสาหกรรม กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวควรขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
“การทำงานจากที่บ้านเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับคนจำนวนมาก และแต่ละคนก็จะตัดสินใจเอง” เขากล่าวกับสำนักข่าวเอบีซี เมื่อวันจันทร์
“เรายังไม่มีแผนจะดำเนินมาตรการไปไกลกว่านั้น แต่เราต้องการระบบแรงงานสัมพันธ์ที่มีความยืดหยุ่น เพื่อให้ชาวออสเตรเลียสามารถใช้สิทธิของตน และยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ขณะที่ฝ่ายค้านของรัฐบาลกลาง ซึ่งเคยหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาโดยเสนอให้ลดการทำงานจากที่บ้านของข้าราชการ ไม่ได้สนับสนุนแนวคิดที่จะผลักดันมาตรการนี้เพิ่มเติมในขณะนี้
เจน ฮูม รองหัวหน้าพรรคเสรีนิยม กล่าวว่า เธอไม่สนับสนุนมาตรการดังกล่าวและเชื่อว่าภาคธุรกิจก็คงไม่เห็นด้วยเช่นกัน โดยระบุว่าการบังคับให้ทำงานจากที่บ้านจะไม่ต่างจาก “มาตรการแบบช่วงโควิด”
“หากใครสามารถทำงานจากที่บ้านได้ และทั้งตัวพนักงานและนายจ้างเห็นว่าเหมาะสม ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี” เธอกล่าว
“แต่เรื่องนี้ไม่ได้ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก และไม่ได้ช่วยคนขับรถบรรทุก ชาวประมง เกษตรกร ผู้ผลิต หรือคนงานเหมือง ที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงในการทำงาน”
เธอกล่าวว่า วิธีแก้ปัญหาการจัดหาเชื้อเพลิงควรมุ่งเน้นไปที่ระบบการกระจายเชื้อเพลิงมากกว่า
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีความชัดเจนว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปอีกนานเพียงใด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
ส่งสัญญาณที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของปฏิบัติการทางทหาร Operation Epic Fury ซึ่งเป็นปฏิบัติการของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านที่เริ่มขึ้นเกือบหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
นักเศรษฐศาสตร์ของออสเตรเลียเตือนว่า หากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ถูกปิดเป็นเวลา 3 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงเกือบ 3 ดอลลาร์ต่อลิตร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ให้เวลาอิหร่าน 48 ชั่วโมงในการเปิดช่องแคบดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่ดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ทรัมป์ตั้งไว้ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
เขาประกาศเลื่อนแผนปฏิบัติการทางทหารออกไป เพื่อเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตอีก 5 วัน โดยระบุว่าการหารือที่ผ่านมามีความคืบหน้าในเชิงบวก
ทว่าด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาปฏิเสธคำกล่าวของทรัมป์
โดยระบุว่าเป็น “ข่าวปลอม” ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม
