SKIP TO MAIN CONTENT

“ผลกระทบระดับโควิด”: หลายภาคธุรกิจกังวลแผนลดผู้ย้ายถิ่นพรรค วัน เนชัน

ผู้นำภาคเกษตรและภาคธุรกิจเตือนว่า แผนลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นของพรรควันเนชัน (One Nation) อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ผลักดันต้นทุนให้สูงขึ้น และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย

Pedestrians crossing a city street
พรรค One Nation เสนอให้ลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นชั่วคราวลง 750,000 คนภายในระยะเวลา 3 ปี Source: AAP / Christopher Hopkins

2 min read

Published

By Miles Proust, Tee Mitchell

Presented by Chayada Powell

Source: SBS



Skip to article content

สรุปข่าว

  • พรรควัน เนชัน (One Nation) ต้องการลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นชั่วคราวในออสเตรเลียลง 750,000 คนภายใน 3 ปี
  • กลุ่มตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเตือนว่า การลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นตามแผนดังกล่าวอาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนแรงงาน และส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ข้อเสนอของพรรควันเนชัน (One Nation) ที่ต้องการลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นชั่วคราวอย่างมาก ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้นำในภาคเกษตร ธุรกิจ และการศึกษา ท่ามกลางคำเตือนว่า นโยบายดังกล่าวอาจทำให้ประเด็นการย้ายถิ่นกลายเป็น “เกมการเมือง” และอาจผลักให้ออสเตรเลียเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พรรค วัน ชัน เปิดเผยแผนลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นชั่วคราวในออสเตรเลียลง 750,000 คนภายใน 3 ปี ผ่านการลดวีซ่านักเรียน วีซ่าบัณฑิตจบใหม่ วีซ่าแรงงานทักษะชั่วคราว และวีซ่าระหว่างรอผล (bridging visa) รวมถึงการนำผู้ที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายออกจากออสเตรเลีย

พอลลีน แฮนสัน ผู้นำพรรควัน เนชัน กล่าวว่า การลดจำนวนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ความสามารถในการควบคุมจำนวนผู้ย้ายถิ่นและทำให้มั่นใจว่าการย้ายถิ่นนั้นเป็นประโยชน์ต่อออสเตรเลีย”

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาแรงงานผู้ย้ายถิ่นชั่วคราว

ไมเคิล เกริน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ National Farmers' Federation กล่าวว่า องค์กรยังไม่ได้เห็นรายละเอียดของนโยบาย แต่เตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภูมิภาคของออสเตรเลีย โดยชี้ว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 การขาดแคลนแรงงานทำให้ราคาผลผลิตบางประเภทเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 25

เขากล่าวว่า

“นโยบายการย้ายถิ่นไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมือง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร การทำให้อุตสาหกรรมฟาร์มสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จะทำให้ครอบครัวออสเตรเลียยังสามารถซื้ออาหารได้ในราคาที่ยังสามารถจ่ายได้”

นายเกรินกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ยังไม่เห็นรายละเอียดของข้อเสนอ แต่เป็นที่ทราบกันว่าแรงงานชั่วคราวมีบทบาทสำคัญในการผลิตอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มแบ็กแพ็กเกอร์ ซึ่งคิดเป็นแรงงานประมาณ 1 ใน 7 ของตำแหน่งงานในภาคเกษตรทั่วประเทศ

“แรงงานกลุ่มนี้ยังใช้จ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์ในชุมชนภูมิภาค และโดยทั่วไปพักอาศัยในโฮสเทล คาราวานพาร์ก หรือที่พักที่สร้างขึ้นสำหรับแรงงานในฟาร์มโดยเฉพาะ พวกเขาไม่ใช่สาเหตุของวิกฤตที่อยู่อาศัยในออสเตรเลีย”

เขากล่าวว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการย้ายถิ่นใด ๆ จำเป็นต้องมีการหารือกับภาคอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบ

พรรค วันเนชัน ระบุว่า โครงการ Working Holiday Maker และโครงการ Pacific Australia Labour Mobility (PALM) ซึ่งเปิดทางให้ภาคธุรกิจจ้างแรงงานจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกในกรณีที่ขาดแคลนแรงงานในประเทศ จะไม่ได้รับผลกระทบจากแผนดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกลางได้ดำเนินมาตรการเพื่อชะลอจำนวนแบ็กแพ็กเกอร์ที่เดินทางเข้าออสเตรเลีย โดยเมื่อเดือนที่แล้วได้ระงับการรับสมัครจาก 24 ประเทศ จากทั้งหมด 29 ประเทศที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ หลังจำนวนผู้ถือวีซ่า Working Holiday Maker ที่อยู่ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะเดียวกัน กลุ่มภาคธุรกิจได้แสดงความกังวลต่อแผนลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นของพรรค วัน เนชัน เช่นกัน โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Business Council of Australia เตือนว่า นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของออสเตรเลีย

แบรน แบล็ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Business Council of Australia อ้างอิงการคาดการณ์ของกระทรวงการคลังว่า การขาดดุลงบประมาณของออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 31,500 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026-27 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า จากการที่ประชากรออสเตรเลียมีอายุสูงขึ้น

เขาให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า

“ในสถานการณ์ปัจจุบัน อาชีพ 1 ใน 3 กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะ” นายแบล็กกล่าวว่า ออสเตรเลียจะไม่สามารถขยายเศรษฐกิจและลดช่องว่างระหว่างรายได้กับรายจ่ายของรัฐบาลได้ หากไม่ลงทุนฝึกอบรมแรงงานภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการยอมรับว่า ทั้งในอดีตและในอนาคต ออสเตรเลียยังจำเป็นต้องพึ่งพาผู้ย้ายถิ่นที่มีทักษะ

ด้านวิกกี ทอมสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Group of Eight ซึ่งเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย ออกมาเตือนในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับข้อเสนอที่จะลดจำนวนนักเรียนต่างชาติ

เธอกล่าวว่า

“การศึกษานานาชาติไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง ออสเตรเลียควรมีมาตรฐานที่เข้มแข็งและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน แต่การเสนอครั้งแล้วครั้งเล่าให้ลดจำนวนนักเรียนต่างชาติอย่างมาก เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดไปยังคนกลุ่มเดียวกับที่เราบอกว่าต้องการดึงดูดเข้าประเทศ”

เธอยังระบุว่า การลดขนาดหนึ่งในภาคการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทำให้ศักยภาพด้านการวิจัยอ่อนแอลง และผลักนักเรียนที่มีความสามารถไปยังประเทศคู่แข่ง ไม่ใช่วิธีสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งให้กับออสเตรเลีย พร้อมกล่าวว่า

“ประเทศที่สามารถดึงดูดคนเก่งจะเติบโต ส่วนประเทศที่ผลักพวกเขาออกไปจะต้องเป็นฝ่ายจ่ายราคา”

เตือนเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

แอนดรูว์ แมคเคลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Australian Chamber of Commerce and Industry (ACCI) กล่าวว่า การถกเถียงเรื่องการย้ายถิ่นไม่ควรถูกกำหนดด้วย “ตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มีหลักเกณฑ์รองรับ”

เขาระบุว่า หากตั้งเป้าหมายที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่ต้องลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นในหลายประเภทอย่างครอบคลุม ก็มีความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายระยะยาวต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย

“ความเสี่ยงคือเราอาจลงเอยด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงและนี่เป็นแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจออสเตรเลียในระดับเดียวกับช่วงโควิด โดยไม่มีมาตรการอื่นมาช่วยชดเชยผลกระทบ”

A middle-aged white man with short hair, wearing glasses, a navy suit and grey tie.
แอนดรูว์ แมคเคลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Australian Chamber of Commerce and Industry เตือนถึงผลกระทบจากแผนลดผู้ย้ายถิ่นของพรรค วัน เนชัน Source: AAP / Mick Tsikas

สมาคมอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย (Housing Industry Association) ระบุว่า ออสเตรเลียกำลังขาดแคลนแรงงานช่างฝีมือในภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัยมากกว่า 83,000 คน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังตั้งเป้าสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ในจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์

โฆษกของสมาคมระบุว่า“ข้อเสนอที่จะจำกัดหรือลดการย้ายถิ่นของแรงงานทักษะเพิ่มเติม จะยิ่งทำให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่อยู่ในขั้นวิกฤตอยู่แล้วรุนแรงขึ้น”

องค์กรซึ่งเป็นตัวแทนระดับชาติของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่อาศัยระบุว่า ระบบการย้ายถิ่นสำหรับแรงงานทักษะในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ และจำเป็นต้องมีช่องทางการย้ายถิ่นที่เจาะจงมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

โมนา คาดูร์ ทนายความด้านการย้ายถิ่น ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า แผนลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นของพรรค วัน เนชัน อาจก่อให้เกิด “ผลกระทบแบบโดมิโน” ต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหมืองแร่ การบริการ การก่อสร้าง สาธารณสุข และการดูแลผู้สูงอายุ

ซึ่งล้วนเป็นภาคส่วนที่พึ่งพาแรงงานย้ายถิ่นที่มีทักษะอย่างมากเธอกล่าวว่า

“เป็นเรื่องที่น่ากังวล เราเห็นธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิภาคของออสเตรเลีย ที่กำลังประสบความยากลำบากอย่างมากในการหาพนักงาน”

ด้านพรรค วัน เนชันปกป้องข้อเสนอของพรรค โดยระบุว่าแผนดังกล่าวจะทำให้ระดับการย้ายถิ่นของออสเตรเลียกลับไปใกล้เคียงกับปี 2017

บาร์นาบี จอยซ์ ส.ส.ของพรรค วัน เนชัน ให้สัมภาษณ์กับ News24 ว่า

“ผมไม่คิดว่าปี 2017 เป็นปีที่เลวร้ายสำหรับออสเตรเลีย ส่วนจำนวนนักเรียนก็จะกลับไปอยู่ในระดับปี 2015 ดังนั้นหากจะสร้างแบบจำลองผลกระทบ ก็คงต้องย้อนกลับไปดูว่าสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไร”

ด้าน สถาบันคลังสมองแนวอนุรักษนิยม (IPA ) สนับสนุนนโยบายดังกล่าวเช่นกัน และปฏิเสธข้อกังวลว่าแผนนี้จะทำให้ออสเตรเลียเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

แดเนียล ไวลด์ รองผู้อำนวยการบริหารของ IPA กล่าวว่า การทำให้จำนวนผู้ย้ายถิ่นสุทธิจากต่างประเทศติดลบเป็นเวลา 3 ปี เป็นช่วงปรับตัวที่จำเป็น หลังออสเตรเลียมีการย้ายถิ่นในระดับสูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่สิ้นสุดการระบาดของโควิด การลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นครั้งใหญ่จะไม่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เพราะออสเตรเลียอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่อคิดต่อหัวอยู่แล้ว ในทางกลับกัน การลดการย้ายถิ่นจะช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพและลดแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ดังที่เห็นจากประสบการณ์ของแคนาดา ประเทศแคนาดาเริ่มลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นชั่วคราวอย่างมากตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังจำกัดจำนวนนักเรียนต่างชาติและเข้มงวดกฎวีซ่าทำงานมากขึ้น

ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านที่อยู่อาศัย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว

— รายงานเพิ่มเติมโดย Hamssa Abou Kheirข่าวนี้จัดทำร่วมกับ SBS Arabic

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now