ประเด็นสำคัญ
- เมลเบิร์นเป็นเพียงหนึ่งในสองเมืองของโลกที่น้ำประปามาจากอ่างเก็บน้ำที่ดูแลอย่างเข้มงวด
- น้ำประปาในเมลเบิร์นนั้นมีสารฟลูออไรด์ ช่วยลดฟันผุในเด็ก
- ค่าเฉลี่ยชาวออสซี่หมดเงินกับการซื้อน้ำบรรจุขวด 580 ดอลลาร์ฯ คิดเป็น 504 ลิตร/ปี
น้ำประปาเมลเบิร์นมาจากไหน
เมลเบิร์นเป็นเพียงหนึ่งในสองเมืองใหญ่ของโลกที่น้ำประปาราว 65% มาจากอ่างเก็บน้ำที่ถูกดูแลอย่างเข้มงวด โดยอาศัยกระบวนการการฆ่าเชื้อเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถส่งออกเพื่อการบริโภคได้แล้ว ที่น่าสนใจกว่านั้นระบบอ่างเก็บน้ำนี้ถูกวางไว้เมื่อปี ช่วงต้นศตวรรษ 18 หรือราว100 ปีมาแล้ว ซึ่งช่วยให้การกักเก็บน้ำและการบริหารจัดการน้ำนั้นมีประสิทธิภาพสุงสุด ไร้การปนเปื้อน โดยน้ำประปาที่ใช้จะมาจากอ่างเก็บน้ำหลักๆ 10 แห่ง
โดยอ่างเก็บน้ำของเมลเบิร์นมีสองแบบใหญ่ๆ คือ แบบปิด ห้ามมีกิจกรรมของมนุษย์เลย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือและทางตะวันออกของเมือง โดยส่วนมากอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและป่าของรัฐที่มีความเข้มงวดสูงสุดในเข้าไปของสาธารณะ

แบบที่สองคือ แบบเปิดเช่น อ่างเก็บน้ำในเมือง Tarago, Yan Yean และ Sugarloaf ซึ่งจะอนุญาตให้มีกิจกรรมของมนุษย์ได้เล็กน้อยเท่านั้น อาทิ ปิคนิค การเดินป่า และในช่วงธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี บางส่วน (ราว 0.2%) ของอ่างเก็บน้ำจะมีการเปิดให้มีการตัดไม้ ซึ่งต้องปฏิบัติเป็นไปตามข้อระเบียบของรัฐบาล
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการประปาของเมลเบิร์น ( Melbourne Water) ระบุว่า สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองให้น้ำดื่มของชาวเมลเบิร์นคือผืนป่าดั้งเดิมจากเทือกเขายารา ( Yarra Ranges) ดิน รากไม้ที่อุ้มน้ำเอาไว้ แล้วค่อยๆ ปล่อยน้ำผ่านแม่น้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำซึ่งได้รับการป้องกันอย่างดีจากกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้นการมีตัวกรองโดยธรรมชาติ ยิ่งช่วยให้ลดการใช้สารเคมีในการปรับปรุงน้ำ และเมื่อใช้สารเคมี รวมถึงกระบวนการปรับปรุงน้ำที่น้อยลง น้ำดื่มของที่นี่ก็มีต้นทุนลดลง เข้าถึงได้มากขึ้น

น้ำประปาในรัฐวิคเตอเรีย ของออสเตรเลียนั้นจะถูกบังคับใช้ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในน้ำดื่ม ( Safe Drinking Water Act 2003 และ Safe Drinking Water Regulations 2015 ) โดยในทุกปีจะมีการตรวจน้ำตัวอย่างจาก 160 แหล่ง เพื่อควบคุมให้คุณภาพน้ำยังคงดีอยู่ โดยจะวัดค่าหลักๆ ดังนี้
ความใส ( clarity ) สี ค่าความเป็นด่าง (pH) แร่ธาตุและสารธรรมชาติเช่นเหล็กและแมงกานีส แบคทีเรีย เช่น อีโคไลน์ ระดับสารคลอรีนและฟลูออไรด์ การปนเปื้อน เช่น น้ำมัน และ พยาธิ
และเมื่อปลายปี 2022 น้ำประปาเมลเบิร์นได้ถูกยกให้เป็นน้ำประปาที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย นอกจากนี้ในปี 2019 เมลเบิร์นได้รับรางวัลเหรียญเงินในการแข่งขัน ‘best municipal water’ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ครั้งนั้นกรรมการทั้ง 10 คนจะทำการชิมน้ำประปาจากทั่วโลก และลงคะแนนในเรื่องรสชาติ ลักษณะความใส กลิ่น ความรู้สึกในปาก และรสชาติที่ค้างอยู่ในคอ
น้ำประปาเมลเบิร์นมีสารฟลูออไรด์ ช่วยลดฟันผุ
น้ำประปาในเมลเบิร์นนั้นมีสารฟลูออไรด์ประกอบอยู่ตั้งแต่ปี 1977 ขณะที่เมืองอื่นๆ ในออสเตรเลียเริ่มมีการผสมสารนี้ราว 50 ปีก่อน โดยที่ฟลูออไรด์ไม่ทำให้รสชาติหรือกลิ่นของน้ำเปลี่ยนไป
การผสมสารฟลูออไรด์ในน้ำประปานั้นมีจุดประสงค์หลักคือการช่วยป้องกันฟันผุ โดยในรัฐวิคเตอเรียสารฟลูออไรด์ในน้ำมีปริมาณอยู่ที่ 1 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 1ส่วนต่อล้านส่วน (part per million; ppm คือ น้ำหนักตัวละลายในหนึ่งล้านส่วนน้ำหนักของสารละลาย) ซึ่งเป็นระดับที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) หากเทียบกับยาสีฟันเด็กที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์อยู่ที่ 400-500 ppm และยาสีฟันทั่วไปอยู่ที่ 1,000 ppm

นักวิจัยจากสถาบันด้านสุขภาพช่องปากของออสเตรเลีย (Australian Research Centre for Population Oral Health - ARCPOH) ได้นำเสนอผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างถึงประสิทธิภาพของน้ำประปาที่มีสารฟลูออไรด์ในสุขภาพช่องปากของเด็ก โดนครอบคลุม 4 รัฐใหญ่ทั่วออสเตรเลีย ได้แก่ ควีนส์แลนด์ วิคเตอเรีย แทสมาเนีย และเซาท์ ออสเตรเลีย พบว่า เด็กอายุ 5 และ 6 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในเขตที่มีน้ำประปาผสมฟลูออไรด์ ร้อยละ 50 มีปัญหาฟันผุในฟันน้ำนมน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตที่มีน้ำผสมฟลูออไรด์
ขณะที่เด็กอายุ 12 และ 13 ปี ที่เคยอาศัยในเขตพื้นที่ที่มีน้ำผสมฟลูออไรด์เกินครึ่งชีวิต จะมีปัญหาฟันผุในฟันแท้ น้อยกว่าเด็กที่อยู่อาศัยอยู่นอกเขตถึงร้อยละ 38
อย่างไรก็ดี น้ำที่ผสมฟูลออไรด์นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อเด็กเท่านั้น มีงานวิจัยอีกชุดซึ่งรวบรวมข้อมูลสุขภาพช่องปากระดับชาติปี 2004-2006 จากผู้ใหญ่ 5,505 คนทั่วออสเตรเลีย พบอัตราฟันผุในผู้ใหญ่ที่ดื่มน้ำที่มีสารฟลูออไรด์ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญอีกด้วย
น้ำดีขนาดนี้ แต่ผู้ปริโภคจำนวนหนึ่งยังเลือกซื้อน้ำบรรจุขวด
ในรายงานขององค์กรสหประชาชาติ ด้านน้ำ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ระบุว่า โดยค่าเฉลี่ยแล้วชาวออสเตรเลียหมดเงินไปกับการซิ้อน้ำดื่มบรรจุขวดราว 580 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 504 ลิตรต่อปี สูงเป็นอันดับ2 ของโลก รองจากสิงคโปร์ ขณะที่ออสเตรเลียยังเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของตลาดน้ำดื่มอันดับ 10 ของโลกเช่นกัน
คำถามที่หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้คงสงสัยว่า ทำไมคนออสซี่(รวมถึงคนที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย) ถึงยังเลือกซื้อน้ำดื่ม คำตอบที่สำนักข่าวเดอะการ์เดียนได้อ้างอิงจาก Australian Beverages Council ก็คือ “ความสะดวก”
จากผลการสำรวจของหน่วยงานด้านการให้บริการน้ำดื่ม (Services Association of Australia - WSAA) พบว่า ถึงแม้ชาวออสซี่ราว 60 % ดื่มน้ำจากก็อก แต่คนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี กลับเลือกที่จะซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมากกว่า ทั้งยังพบว่า กลุ่มผู้หญิงคือสัดส่วนใหญ่ เหตุเพราะอุตสาหกรรมน้ำดื่มมักทำการตลาดเจาะไปยังกลุ่มผู้หญิงที่สนใจเรื่องสุขภาพ รวมทั้งคำแนะนำด้านสุขภาพที่แพร่หลายที่ระบุว่าผู้หญิงควรดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตลอดทั้งวัน
ทรายนักเรียนไทยในเมลเบิร์น บอกกับเอสบีเอสไทยว่า เธอเลือกที่จะซื้อน้ำบรรจุขวดดื่มมากกว่าที่จะดื่มน้ำประปาจากก็อก เพราะเพื่อนเธอที่ทำงานโรงแรมบอกว่า จริงๆ แล้วน้ำจากก็อกน้ำไม่ได้สะอาดจริงๆ ทว่าหากต้องใช้เพื่อการอุปโภคอื่นๆ เธอก็ยังใช้น้ำประปา
ทรายบอกกับเราอีกว่า เธอเสียค่าน้ำดื่มตกอยู่ที่ 24 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์
ขณะที่เจน นักเรียนไทยอีกคน กล่าวว่าเอสบีเอสไทยว่า เธอใช้น้ำประปาทั้งดื่ม และอุปโภคอื่นๆ ไม่ได้ซื้อน้ำบรรจุขวดเลย เพราะเห็นคนทั่วไปก็ใช้ดื่มกันปกติ เลยไม่มองว่าน้ำจะไม่สะอาด

ด้านฝั่งผู้ประกอบการร้านอาหาร เอเชีย ยูนีค ใน พาราเมาท์ ฟู๊ดคอร์ท กรณ์วิภา แลนด์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอสบีเอสไทยว่า ปกติที่ร้านเธอใช้น้ำประปาในการประกอบอาหารและเสิร์ฟให้ลูกค้าเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะเชื่อมั่นในความสะอาด และไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำบรรจุขวด
นอกจากใช้เป็นปกติในร้าน กรณ์วิภายังบอกกับเราด้วยว่า ที่บ้านเธอก็ใช้น้ำประปาในทุกกิจกรรมทั้งดื่ม ทั้งประกอบอาหาร ซักผ้า
มันก็ปกติ ไปเที่ยวต่างประเทศเราก็ดื่มน้ำก็อกได้ นอกจากเมืองไทย หรือว่าในโซนเอเชีย ถ้าไปฝั่งยุโรป เมลเบิร์น ซิดนีย์ เราก็ดื่มน้ำก็อก
คุณเหน่ง คนไทยซี่งย้ายมาออสเตรเลียเกือบ 30 ปี กล่าวว่ากับเราว่า ตอนย้ายมาใหม่ๆ เธอยังไม่รู้ว่าประเทศนี้พัฒนาไปทางไหนบ้าง หลังจากอยู่มาสักพัก เรารู้สึกเซอร์ไพรส์ที่น้ำประปาของที่นี่สามารถใช้กิน ดื่ม ทำอาหารได้

“เราสามารถไว้วางใจ เพราะจากประเทศที่เราจากมา เรื่องการบริโภคน้ำประปา คนไทยหลายคนอาจยังไม่เห็นความสำคัญ พอเรามาอยู่ประเทศนี้เรามีความรู้สึกว่าปลอดภัย ระบอบการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเซฟ และน้ำคือหนึ่งในนั้น ไม่เคยกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้ำ เพราะหากมีอะไรฉุกเฉินที่เกิดขึ้นกับน้ำประปา รัฐบาลก็จะแจ้งมาที่เราก่อน”
เธอยังบอกด้วยว่า ถ้าบ้านเราเป็นแบบนี้คงจะดีมากๆ
"เรามาจากครอบครัวที่อัตคัตเรื่องน้ำมาก สมัยก่อนต้องซื้อน้ำประปามาใช้ชั่วโมงละ 10 บาท และไหลช้ามาก"
ตามข้อมูลของรัฐวิคเตอเรียระบุว่าในปี 2020 – 2021 อัตราการใช้น้ำทั้งอุปโภคและบริโภคต่อคนต่อวัน ตกอยู่ที่ 164 ลิตร เพิ่มขึ้น 5 ลิตร จากสถิติปี 2020 – 2021 ซึ่งทางรัฐบาลรัฐวิคเตอเรียตั้งเป้าให้การใช้น้ำลดอยู่ที่ 150 ลิตร/คน/วัน
ขณะเดียวกันทางรัฐบาลกลางได้ตั้งเป้าที่จะแบนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ภายในปี 2025
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
