‘ชีวิตมันมีแค่นี้เองเหรอ?’ เรื่องราวของชาวออสเตรเลียในยุคที่คนหันมาเปลี่ยนอาชีพในวัยกลางคนมากขึ้น

พวกเราส่วนใหญ่จะเริ่มทบทวนเป้าหมายชีวิตในช่วงวัยกลางคน และหลายคนตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไปก็ตาม

A graphic image showing a woman in the centre with paths spanning out to figures in various types of careers.

ผู้เชี่ยวชาญด้านสายอาชีพกับประเด็นความกระหายในความเปลี่ยนแปลงของชีวิตวัยกลางคนกำลังเพิ่มขึ้น Source: SBS

ราเชล แพ็กซ์ตัน (Rachael Paxton) เคยเปลี่ยนเส้นทางอาชีพมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง จากนักจิตวิทยา สู่การเป็นนักไตรกีฬามืออาชีพ ก่อนจะก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ

การเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายนี้ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในช่วงที่เธออายุราว 30 กว่า ๆ

“หลังจากแข่งขันมาเจ็ดปี ฉันเริ่มไม่สนุกกับการแข่งขันไตรกีฬาอีกต่อไป เลยหันไปทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดมากขึ้น แต่ก็เริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย และคิดว่า ‘ชีวิตมันมีแค่นี้เองเหรอ?’ ฉันอยากพัฒนาตัวเองให้ไปไกลกว่านี้” เธอเล่าให้รายการ Insight ฟัง

ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอะไรต่อไป ช่วงเวลาแห่งความกระจ่างก็มาถึงในเย็นวันหนึ่ง ขณะเธอกำลังขับรถและฟังพอดแคสต์

“ผู้ดำเนินรายการกำลังสัมภาษณ์แพทย์นิติเวชประจำรัฐ และฉันก็คิดว่านั่นฟังดูเป็นงานที่ดีมาก ฉันกลับบ้านไปค้นหาหลักสูตรปริญญาตรีด้านกฎหมายแบบเรียนทางไกล สมัครเรียน และก็ได้รับการตอบรับ”
ราเชลรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย ปริญญาใบนี้ต้องใช้เวลาศึกษาแบบพาร์ตไทม์ถึงหกปีควบคู่ไปกับการทำงาน และต้องแลกมาด้วยการเสียสละทางการเงินอย่างมาก (ค่าเล่าเรียนในออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาภายในประเทศอยู่ระหว่าง 8,500 ถึง 50,000 ดอลลาร์)

“การกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยในวัย 30 หรือ 40 ปี คนส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องมีรายได้ เพราะต้องจ่ายบิลต่าง ๆ และการเรียนก็มีข้อจำกัดทางการเงิน คุณต้องพักความฝันเรื่องการเงินและอสังหาริมทรัพย์ไว้ก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องคิดหนักมาก” เธอกล่าว

และสำหรับคนที่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานของตัวเอง การต้องเริ่มต้นใหม่จากจุดล่างสุดนั้น “เป็นสิ่งที่อึดอัดใจอย่างยิ่ง” เธอกล่าวเสริม
A portrait picture of a woman with long hair smiling at the camera.
Rachael Paxton says switching careers in midlife brings both its challenges and advantages. Source: Supplied / Caroline Riches
อย่างไรก็ตาม ราเชลเชื่อว่าการกลับไปเรียนรู้สิ่งใหม่ในวัยกลางคนก็มีข้อได้เปรียบเช่นกัน

“ประสบการณ์การทำงานและชีวิตที่สั่งสมมาช่วยฉันมากจริง ๆ ทั้งตอนสมัครงานและการสัมภาษณ์ ฉันรู้จักตัวเองดี กล้าขอความช่วยเหลือ และตระหนักถึงทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดของตัวเอง”

หลังจากเรียนจบและเริ่มทำงานตำแหน่งบัณฑิตใหม่ในสำนักงานกฎหมายเชิงพาณิชย์ ซึ่งห่างไกลจากความฝันเดิมในการเป็นแพทย์นิติเวช เธอบอกว่าไม่เสียใจเลย แม้จะต้องยอมรับการลดเงินเดือนลงอย่างมากจากงานนักกายภาพบำบัด

“ฉันจะไม่กลับไปทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดอีกแล้ว ฉันลงทุนกับอนาคตแบบใหม่ และไม่อยากหันหลังกลับ ฉันมีความสุขมากกับการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งนี้”

พลังของการเริ่มต้นใหม่

จูลี (นามสมมติ) ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เปลี่ยนอาชีพมาแล้วสองครั้ง เมื่อคุณค่าและลำดับความสำคัญในชีวิตของเธอเปลี่ยนไป

หลังจากทำงานในแวดวงธนาคารมานาน 26 ปี เธอผันตัวมาเป็นนักบำบัดความงาม และปัจจุบันในวัย 50 กว่า เธอกำลังกลับไปเรียนเพื่อเป็นพยาบาล

“ฉันยึดถือมาตลอดว่า เมื่อคุณค่าของฉันเดินไปคนละทางกับคุณค่าขององค์กร นั่นคือเวลาที่ฉันต้องก้าวต่อไป” เธอกล่าว

เธอเล่าว่าตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในธนาคารนั้นมีความกดดันสูงมาก พนักงานถูกกระตุ้นให้ไล่ล่าความสำเร็จโดยแลกกับเวลาครอบครัว เมื่อพ่อของเธอเสียชีวิต และเธอต้องใช้เวลาดูแลแม่มากขึ้น ภาระงานก็เริ่มเกินจะรับไหว

จูลีจึงตัดสินใจเรียนหลักสูตรความงามหนึ่งปี เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากขึ้น

แต่ผ่านไปไม่กี่ปี เธอกลับรู้สึกเบื่อและโหยหาความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นจากงานของตัวเอง จึงตัดสินใจกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

“เมื่ออายุมากขึ้น ฉันอยากเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ และอยากตอบแทนสังคมบ้าง ฉันเพิ่งเรียนพยาบาลจบปีแรก ยังอีกไกลกว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ฉันรักการช่วยเหลือผู้คน” เธอกล่าว
A nurse standing and speaking to a patient in a bed in a hospital ward
Now in her 50s, Julie (not pictured) is studying nursing "to learn about the human body and give back a bit". Source: Getty / SolStock
จูลีโชคดีที่ประสบการณ์ในสายงานธนาคารทำให้เธอมีอิสระทางการเงินในการลองเส้นทางอาชีพใหม่ ๆ เธอยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งก็น่ากลัว แต่เธอได้เรียนรู้ว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวา

“ฉันเป็นคนที่เชื่อในเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตลอด แม้ตอนทำงานธนาคาร ฉันก็ไม่เคยอยู่ตำแหน่งเดิมนานเกินสองหรือสามปี”

“ฉันเชื่อว่าคุณต้องกล้าเสี่ยงในชีวิต อย่างแย่ที่สุดจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? ก็แค่กลับไปทำในสิ่งที่คุณทำเป็นอยู่แล้ว”

การสร้างอาชีพแบบพอร์ตโฟลิโอ

ซาราห์ ไวเซอร์ (Sarah Vizer) ไม่ได้มีทางเลือกสวยหรูในการเปลี่ยนอาชีพ เธอถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารที่ทำมานาน 20 ปี ในช่วงอายุ 40 กว่า ๆ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ

“ตอนนั้นฉันอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพ แต่ภาวะหมดไฟถาโถมใส่ฉันอย่างรุนแรง เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันเพิ่งตระหนักว่างานของฉันไม่ให้สมดุลชีวิตที่เหมาะสม มันเป็นสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างโหด” เธอกล่าว

ภาวะหมดไฟพัฒนาไปสู่อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ซึ่งซาราห์ยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันจนถึงทุกวันนี้

“ฉันไม่ได้โทษงาน แต่โทษตัวเองที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าฉันต้องการอะไรจากชีวิต”
แต่การค้นหาว่าเธอต้องการอะไรจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ฉันผ่านช่วงเวลาที่เข้มข้นมาก พร้อมกับตั้งคำถามว่า ‘ถ้าฉันไม่ใช่อาชีพของฉัน แล้วฉันคือใคร?’”

ปัจจุบัน ซาราห์นำทักษะผู้บริหารและความรักในการทำงานกับผู้คนมาปรับใช้เป็นโค้ชผู้บริหาร เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับการใช้ชีวิตกับภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง และยังสร้างรายได้จากการเป็นศิลปินอีกด้วย

แม้ไม่สามารถทำงานเต็มวันได้ แต่อาชีพแบบพอร์ตโฟลิโอของเธอช่วยมอบความหมายให้ชีวิต ขณะเดียวกันก็สอดรับกับข้อจำกัดด้านสุขภาพ

“ตอนฉันยังเด็ก แบบจำลองชีวิตของฉันมีแค่อย่างเดียว คือทำงานบริษัทไปเรื่อย ๆ จนล้มคาโต๊ะ การถูกบังคับให้หยุดทำงานเต็มเวลาเปิดโอกาสให้ฉันได้ค้นพบความสนใจและความสามารถอื่น ๆ มันทำให้ฉันได้เบ่งบาน” เธอกล่าว
A woman holding a piece of art in her studio.
Sarah Vizer says creating a portfolio career of different things she loves "has allowed her to blossom". Source: Supplied
ซาราห์เชื่อว่าสิ่งที่เหมาะกับเราในวัย 20 หรือ 30 มักไม่เหมาะในวัย 40 และเธอก็ปรับความคาดหวังในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้น

“ในอดีต ชีวิตของฉันคือ ‘จะไปเที่ยวที่ไหนดี จะออกไปไหนอีก’”

“ตอนนี้ แค่ได้พาสุนัขไปเดินเล่นก็ทำให้ฉันมีความสุขมาก ฉันใส่ใจกับสิ่งเล็ก ๆ ที่มีความหมาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก”

ชัดเจนกับคุณค่าและลำดับความสำคัญ

เธอรีส ราห์เม (Therese Rahme) โค้ชด้านอาชีพในซิดนีย์ กล่าวว่า ความต้องการเริ่มต้นใหม่ “เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

“คนจำนวนมากในช่วงปลายวัย 30 ถึงต้น 40 เริ่มทบทวนทิศทางอาชีพเร็วขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งมักเกิดจากการเป็นพ่อแม่มือใหม่ ความต้องการความยืดหยุ่น หรือการตั้งคำถามว่างานควรมีหน้าตาอย่างไรควบคู่กับชีวิตครอบครัว” เธอกล่าว
A graphic card showing some statistics around our working world.
Source: SBS
ด้วยหลักสูตรจำนวนมากที่เปิดสอนแบบพาร์ตไทม์และทางไกล การเปลี่ยนอาชีพจึงง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะก้าวกระโดด เธอแนะนำให้เริ่มจากการทบทวนตัวเองก่อนลงมือทำ

“ทำความชัดเจนว่าคุณอยากได้อะไรเพิ่ม อยากลดอะไรลง และอะไรที่ไม่เวิร์กอีกต่อไป” เธอกล่าว

“ระบุทักษะที่ถ่ายทอดได้ — คนส่วนใหญ่มักประหลาดใจว่าตัวเองมีมากแค่ไหน การพูดคุยกับคนในสายงาน การเรียนคอร์สสั้น ๆ หรือแม้แต่การเป็นอาสาสมัคร สามารถช่วยทดสอบไอเดียได้แบบความเสี่ยงต่ำ ค่อย ๆ ก้าวไปทีละขั้น”

“เมื่อผู้คนมองว่ามันเป็นกระบวนการที่มีโครงสร้างและมีการสนับสนุน ความกลัวก็มักจะลดลง”
เธอเสริมว่า เมื่อผู้คนได้ทำงานที่เหมาะกับช่วงชีวิตของตัวเอง พวกเขามักจะอธิบายว่ารู้สึก “มีพลังและเป้าหมายชีวิตกลับมาอีกครั้ง”

“คนวัยกลางคนมักมีความชัดเจนมากขึ้นว่าอะไรสำคัญกับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่น ความหมาย ความคิดสร้างสรรค์ หรือความมั่นคง การเปลี่ยนอาชีพสามารถเปิดเครือข่ายใหม่ ๆ วิธีการมีส่วนร่วมแบบใหม่ และบ่อยครั้งก็นำไปสู่สมดุลชีวิต จากการทำงานที่ดีขึ้น”

เมื่อไม่เป็นไปตามแผน

แน่นอนว่า หากลองเส้นทางอาชีพใหม่แล้วไม่เวิร์ก ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน อย่างที่เอริน โอดไวเออร์ (Erin O’Dwyer) ได้ค้นพบ

เธอทำงานเป็นนักข่าวมานานสองทศวรรษ ก่อนจะย้ายไปทำงานด้านสื่อสารองค์กร ซึ่งเธอบอกว่า “เกลียดมาก”

นั่นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

“เพื่อนคนหนึ่งของฉันเป็นผู้จัดการสำนักงานกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองขนาดเล็ก และเธอพูดกับฉันว่า ‘ทำไมคุณไม่เรียนให้ได้ใบอนุญาตทนายให้เสร็จ แล้วมาทำงานกับฉันล่ะ?’ ตอนนั้นฉันแค่อยากหนีจากงานสื่อสารให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เอรินจบปริญญาศิลปศาสตร์และกฎหมายตั้งแต่ช่วงวัย 20 และจำเป็นต้องเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพกฎหมายเพิ่มเติมอีก 12 เดือน เพื่อให้ได้รับการรับรอง เธอเริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยทนาย ก่อนจะขยับเป็นทนายความระดับต้น
A woman delivering a presentation in front of a whiteboard.
Erin O'Dwyer left her career in journalism before returning to it years later. Source: Supplied
ในช่วงแรก เธอชอบเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับงานกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง แต่เมื่อย้ายไปทำงานเชิงนโยบาย เธอกลับรู้สึกว่างานน่าเบื่อ อีกทั้งยังไม่รู้สึกว่าได้ใช้จุดแข็งของตัวเอง และการกลับไปอยู่ระดับตำแหน่งและเงินเดือนที่ต่ำลงก็เป็นเรื่องยาก

“ฉันต้องวางอีโก้ไว้หน้าประตู และฉันก็เกลียดรายละเอียดจุกจิกของกฎหมาย หลังจากผ่านไป 18 เดือน ฉันไม่มีความสุขอย่างมาก” เธอกล่าว

ในวัยกลาง 40 เธอตัดสินใจกลับสู่งานข่าวอีกครั้ง โดยก่อตั้งเอเจนซีเล่าเรื่องขนาดเล็ก ซึ่งเธออธิบายว่าเป็นการตัดสินใจที่ “ให้อำนาจกับตัวเอง”

“การได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานของตัวเองอีกครั้ง ทำให้ฉันได้ความรู้สึกเป็นผู้นำและความพึงพอใจกลับคืนมา จากการใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมไว้”

ไม่มีประสบการณ์ใดสูญเปล่า

อย่างไรก็ตาม เอรินบอกว่าเธอไม่เสียใจกับการลองเส้นทางกฎหมาย

“ฉันได้ลองแล้ว และไม่จำเป็นต้องลองอีก และจริง ๆ แล้ว มันเหมือนฉันเดินกลับมาที่จุดเดิม ลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือในการเล่าเรื่องของพวกเขามาหาฉัน เพราะฉันมีมุมมองแบบกฎหมายติดตัวอยู่ด้วย”

สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะเปลี่ยนอาชีพ เธอแนะนำให้ทำงานกับตัวเองจากภายใน

“มองตัวเองในกระจกอย่างตรงไปตรงมา แล้วถามว่า ‘โอเค จริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?’ ซื่อสัตย์กับตัวเองเกี่ยวกับการเรียน การฝึกฝน และค่าใช้จ่าย บางทีคุณอาจทำตามความฝันใหม่นี้ในฐานะงานอดิเรกควบคู่ไปก่อนก็ได้”

ขณะที่ซาราห์ อดีตผู้บริหาร กล่าวว่า การถอดรหัสว่าคุณอยากให้ชีวิตการทำงานที่เหลือเป็นอย่างไร คือสิ่งที่ควรเฉลิมฉลอง

“หลายคนดูเหมือนจะผ่านช่วงเวลาตั้งคำถามในวัยกลางคน ที่คุณตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่า ฉันไม่แน่ใจเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันอาจน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วมันคือของขวัญ”

“และของขวัญนั้น หากคุณกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับมัน ก็คือการที่คุณกำลังเตรียมตัวเองสำหรับบทต่อไปของชีวิต”



ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram

Share

2 min read

Published

Updated

By Caroline Riches

Presented by Wanvida Jiralertpaiboon

Source: SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps
SBS Audio
SBS On Demand

Listen to our podcasts
Independent news and stories connecting you to life in Australia and Thai-speaking Australians.
Understand the quirky parts of Aussie life.
Get the latest with our exclusive in-language podcasts on your favourite podcast apps.

Watch on SBS
Thai News

Thai News

Watch in onDemand