เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา สายการบินควอนตัสของออสเตรเลียได้สั่งระงับการบินเครื่องบินโบอิงรุ่น 737 จำนวน 3 ลำในฝูงบิน หลังพบรอยร้าวบริเวณอุปกรณ์ยึดเกาะปีกเข้ากับตัวเครื่องที่เรียกว่า "พิกเคิล ฟอร์ก (pickle fork)"
“เครื่องบินที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวได้ถูกนำออกจากการให้บริการเพื่อทำการซ่อมแซมแล้ว” สายการบินควอนตัสระบุในแถลงการณ์
โดยการประกาศสั่งระงับขึ้นบินเครื่องบินโบอิงรุ่นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังควอนตัสพบรอยร้าวบนเครื่องบินที่ทำการบินน้อยกว่า 27,000 เที่ยวเมื่อสัปดาห์ก่อน และพบเพิ่มเติมอีก 2 ลำระหว่างมีการตรวจสอบเครื่องบินโบอิง รุ่น 737 จำนวน 33 ลำ จากที่มีในฝูงบินทั้งหมด 75 ลำ
“เครื่องบินเหล่านี้ให้บริการมาประมาณ 27,000 เที่ยว โดยเครื่องบินลำใดก็ตามที่บินให้บริการมากกว่า 22,600 เที่ยวนั้นได้รับการตรวจสภาพทั้งหมด ตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับดูแล” ควอนตัสกล่าวในแถลงการณ์เมื่อเช้าวันที่ 1 พ.ย.
สายการบินดังกล่าวระบุว่า เครื่องบินทั้ง 3 ลำที่พบปัญหานั้นจะสามารถกลับมาให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (Federal Aviation Administration หรือ FAA) ได้สั่งการให้สายการบินทั่วโลกตรวจสอบเครื่องบินโบอิง รุ่น 737 ในฝูงบิน ที่มีจำนวนเที่ยวบินมากกว่า 30,000 เที่ยว หลังมีการพบปัญหาเรื่องรอยร้าว
“เราจะไม่นำอากาศยานที่ไม่มีความปลอดภัยขึ้นบิน แม้ว่ารอยร้าวเป็นเส้นเล็กๆ นี้จะไม่มีความเสี่ยงที่เป็นอันตราย ซึ่งนั่นชัดเจนบนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีความจำเป็นในการตรวจสภาพเป็นเวลาอย่างน้อย 7 เดือน” นายแอนดริว เดวิด (Andrew David) ประธานบริหารการบินภายในประเทศของสายการบินควอนตัสกล่าว
ก่อนหน้านี้ มีการเรียกร้องจากสมาคมวิศวกรอากาศยานวิชาชีพแห่งออสเตรเลีย (The Australian Licenced Aircraft Engineers Association) ให้สายการบินควอนตัสสั่งระงับการบินเครื่องบินโบอิง รุ่น 737 ทั้ง 75 ลำออกจากฝูงบิน จนกว่าจะได้รับการตรวจสภาพทั้งหมด
“การเรียกร้องของเรานั้นก็เพื่อความปลอดภัยของผู้คนที่โดยสายบนเครื่องบินเหล่านี้” นายสตีฟ เพอร์วินัส (Steve Purvinas) เลขาธิการสมาคมวิศวกรอากาศยานวิชาชีพแห่งออสเตรเลีย กล่าวกับวิทยุเอบีซี เมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นายเพอร์วินัสยังได้กล่าวโจมตีสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนของออสเตรเลีย (Civil Aviation Safety Authority) ซึ่งออกมาแถลงเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า “ไม่มีหลักฐานใด” ที่แสดงว่าฝูงบินทั้งหมดของควอนตัสต้องหยุดให้บริการ
“สำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนของออสเตรเลียนั้น ไม่ต่างอะไรกับหน่วยงานสร้างภาพลักษณ์ให้กับควอนตัส” นายเพอร์วินัสกล่าว

นอกจากนี้ ผู้นำสมาคมดังกล่าวยังได้ตำหนิการจ้างงานจากบุคคลภายนอกของบริษัทโบอิงในสหรัฐฯ
“ผมไม่มีความมั่นใจต่อโบอิงอีกต่อไป” นายเพอร์วินัสกล่าว
“พวกเขาคิดในแง่ดีมากๆ ว่าเครื่องบินทั้งหมดจะกลับไปให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้”
ขณะที่ นายคริส สนุก (Chris Snook) หัวหน้าวิศวกรของควอนตัสได้ตำหนิสมาคมวิศวกรอากาศยานวิชาชีพแห่งออสเตรเลียว่า “ไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง”
“แม้ที่ตัวเครื่องจะมีรอยร้าว แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยานโดยทันที” นายสนุกกล่าว
ในขณะเดียวกัน สายการบินเวอร์จินออสเตรเลีย (Virgin Australia) ได้มีการตรวจสภาพเครื่องบินโบอิง รุ่น 737 เช่นกัน โดยยังไม่มีการพบรอยร้าว
You can check out the full version of this story in English on SBS News here.
รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ
ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai
