ประเด็นสำคัญในข่าว
- ทีนา เทอร์เนอร์ (Tina Turner) ศิลปินระดับตำนาน เสียชีวิตลงแล้วหลังเผชิญอาการป่วยมาอย่างยาวนานด้วยวัย 83 ปี
- นักร้องหญิงสหรัฐสัญชาติสวิสคนดังกล่าวเป็นที่รู้จักในฐานะราชินีร็อคแอนด์โรล และมีเส้นทางอาชีพที่ยาวนานกว่า 60 ปี
- เธอป่วยหนักในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านของเธอในเมืองคุสนาคท์ (Küsnacht) ใกล้เมืองซูริกของสวิตเซอร์แลนด์
ทีนา เทอร์เนอร์ หนึ่งนักร้องเพลงร็อคที่โด่งดังที่สุด เจ้าของผลงานเพลงอย่าง Proud Mary และ The Best เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 83 ปี หลังมีอาการป่วยเป็นเวลานาน จากคำแถลงของ เบอร์นาร์ด โดเฮอร์ที (Bernard Doherty) นักประชาสัมพันธ์
เธอเสียชีวิตอย่างสงบในบ้านพักที่เมืองคุสนาคท์ (Küsnacht) ใกล้เมืองซูริกของสวิตเซอร์แลนด์
บนเส้นทางอาชีพที่ยาวนานกว่า 60 ปีของ ทีนา เทอร์เนอร์ หรือชื่อจริง แอนนา เม บุลล็อก (Anna Mae Bullock) จากเมืองนัตบุช รัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ ได้รับรางวัล Grammy Award 8 รางวัล และมีดวงดาวพร้อมชื่อของเธอที่จารึกไว้บนบนเส้นทางแห่งดวงดาว Hollywood Walk of Fame และ St Louis Walk of Fame

I, Tina อัตชีวประวัติของเธอ ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1993 เรื่อง What's Love Got to Do with It นำเสนอความสัมพันธ์อันปั่นป่วนของแม่ลูกสองชื่อดังกับ ไอค์ เทอร์เนอร์ (Ike Turner) อดีตสามีของเธอ
ทีนา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีร็อคแอนด์โรล เข้าพิธีสมรสกับ เออร์วิน บาค (Erwin Bach) ผู้บริหารด้านดนตรีชาวเยอรมันที่ร่วมงานกันมานานกับเธอ ในพิธีสมรสที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี ค.ศ. 2013 พร้อมกับได้สละสัญชาติอเมริกัน เธออาศัยอยู่กับเออร์วินในสวิตเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994
ก่อนหน้านี้ เธอได้สมรสครั้งแรกกับ ไอค์ เทอร์เนอร์ นักดนตรี ระหว่างปี 1962 – 1978

ในหนังสือปี 1986 ของเธอ ทีนาได้เล่าถึงเรื่องราวการทารุณกรรมที่น่าสะเทือนใจ ซึ่งรวมถึงความทรมานที่จมูกหักในช่วงชีวิตสมรสกับ ไอค์ เทอร์เนอร์
ไอค์ เสียชีวิตในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 โดยในเวลานั้นโฆษกของทีนาระบุว่า “ทีนาทราบดีว่า ไอค์เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงหัววันของวันนี้ เธอไม่ได้ติดต่อกับเขาเลยเป็นเวลา 35 ปี และจะไม่มีการให้ความเห็นเพิ่มเติม”

ทีนามีอาการป่วยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี ค.ศ. 2016 เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ และได้รับการปลูกถ่ายไตในปี ค.ศ. 2017 เธอเปิดเผยในอัตชีวประวัติของเธอ Tina Turner: My Love Story ที่ตีพิมพ์ในปี 2018 ว่า เออร์วิน สามีของเธอ ได้ช่วยชีวิตเธอไว้ด้วยการบริจาคไตข้างหนึ่งให้กับเธอ
งานเพลงที่โด่งดังของเธอตลอดช่วงหลายปีที่ผ่าน ได้แก่ GoldenEye เพลประกอบภาพยนตร์ พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก ในปี 1995 ซึ่งประพันธ์ร่วมกันโดย Bono และ The Edge แห่งวง U2 ที่มีชื่อเสียง และเพลงอื่น ๆ เช่น We Don't Need Another Hero (Thunderdome), What's Love Got to Do With It, Private Dancer, Let's Stay Together และอีกหลายเพลง

ในงานมอบรางวัล Grammy Award ในปี ค.ศ. 2008 เธอได้ร้องเพลงคู่กับบียอนเซ่ (Beyoncé) ในเพลง Proud Mary ซึ่งศิลปินเสียงทรงพลังทั้งสองอยู่ในชุดที่เปล่งประกาย ขณะกำลังวาดลวดลายท่าเต้นของกันและกัน
การแสดงคู่ที่โด่งดังในเส้นทางอาชีพของเธอนั้น รวมถึงการแสดงคู่กับ David Bowie นอกจากนี้ เธอยังได้ร่วมขึ้นเวทีกับ Sir Mick Jagger แห่งวง The Rolling Stones บนเวทีคอนเสิร์ต Live Aid ในปี 1985 อีกด้วย

เมื่อปีที่แล้ว ทีนากล่าวหลังจากการเสียชีวิตของรอนนีย์ (Ronnie) ลูกชายของเธอในวัย 62 ปีว่า “เขาจากโลกนี้เร็วเกินไป”
ส่วน เครก เรย์มอนด์ เทอร์เนอร์ (Craig Raymond Turner) ลูกชายแท้ ๆ ของเธออีกคน เสียชีวีตลงในปี 2018 ด้วยวัย 59 ปี
ความสัมพันธ์ของ ทีนา เทอร์เนอร์ กับออสเตรเลีย
ทีนา เทอร์เนอร์ ได้รับการติดตามอย่างมากในออสเตรเลีย เธอรับบทเป็นคุณป้าเอ็นทิตี (Aunty Entity) ร่วมกับ เมล กิบสัน (Mel Gibson) ในภาพยนตร์เรื่อง Mad Max Beyond Thunderdome โดย จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) ซึ่งทำให้งานเพลง We Don’t Need Another Hero ของเธอเป็นที่นิยม

นอกจากนี้ เธอยังปรากฏตัวในแคมเปญโฆษณาทั่วประเทศของการแข่งขัน National Rugby League (NRL) ในปี 1989 โดยมีนักแสดงที่เหมือนกับ Mal Meninga และ Andrew Ettingshausen นักกีฬารักบี้ลีกของออสเตรเลียที่กำลังฝึกซ้อม โดยมี Simply the Best เป็นเพลงประกอบโฆษณา โดยเพลงดังกล่าวได้นำกลับมาใช้อีกครั้งในแคมเปญของ NRL ในปี 2020 เป็นระยะสั้น ๆ
Nutbush City Limits เป็นงานเพลงของเธอที่โด่งดังในออสเตรเลียโดยเฉพาะ โดยชาวออสเตรเลียรุ่นหนึ่งเคยได้รับการสอนการเต้น 'Nutbush dance' ที่โรงเรียน ซึ่งกลายเป็นท่าเต้นที่พบได้ทั่วไปในงานแต่งงานและในคลับของออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดแสดงละครเพลงที่สร้างจากชีวิตของเธอ Tina – The Tina Turner Musical ในย่าน the West End ในกรุงลอนดอนเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา
ในปี 2021 ทีนาได้บรรลุข้อตกลงในการขายผลงานของเธอทั้งหมดให้กับบริษัท BMG ด้วยจำนวนเงินที่ไม่เปิดเผย โดยทางบริษัท ฯ ระบุว่า เธอได้มอบสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของงานเพลง ส่วนแบ่งของนักประพันธ์ ตลอดจนชื่อ รูปภาพ และสิ่งที่คล้ายคลึงกับเธอ
ผลงานเพลงเดี่ยวของเธอประกอบด้วยสตูดิโออัลบั้ม 10 ชุด อัลบั้มการแสดงสด 2 ชุด เพลงประกอบภาพยนตร์ 2 เพลง และผลงานรวมเพลง 5 ชุด ซึ่งรวมกันแล้วมียอดขายมากกว่า 100 ล้านแผ่น
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
