หากดอกเบี้ยปรับขึ้นวันนี้ อะไรอาจหายไป และคุณจะต้องควักกระเป๋าเพิ่มเท่าไหร่?

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระบุว่า หากธนาคารกลาง (Reserve Bank of Australia- RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ผู้กู้จะไม่สามารถหาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในระดับนี้ได้อีก อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนยังเชื่อว่า ธนาคารกลางอาจตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นกัน

A person holding Australian banknotes.

ผู้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัย 1 ล้านดอลลาร์ อาจต้องผ่อนชำระเพิ่มขึ้นประมาณ 150 ดอลลาร์ต่อเดือน หากอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ร้อยละ 0.25 Source: Getty / Traceydee Photography

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งแรกของปีของธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia-RBA) อาจนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าธนาคารกลางอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ทั้งสี่แห่งของออสเตรเลีย รวมถึงนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการลงทุนและบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ต่างคาดการณ์ว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันนี้ (3 ก.พ.)

หากการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นจริง RBA จะกลายเป็นธนาคารกลางรายใหญ่แห่งแรกที่หันกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หลังจากก่อนหน้านี้มีการลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ภายหลังแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง จากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงกลางปี 2020 ถึงปลายปี 2022 ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

แซลลี ทินดอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกของเว็บไซต์เปรียบเทียบการเงินแคนสตาร์ (Canstar) ระบุว่า หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ ร้อยละ 3.85

จะทำให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่ำกว่า ร้อยละ 5 แทบจะหายไปจากตลาด

“ขณะนี้มีผู้ให้กู้เพียง 6 ราย เท่านั้นที่ยังเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ต่ำกว่าร้อยละ 5” ทินดอลล์กล่าว

“การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ แทบจะแน่นอนว่าจะปิดโอกาสสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่”

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางฝ่ายเชื่อว่า คณะกรรมการอาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบัน

เหตุใดนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนคาดว่า RBA จะคงอัตราดอกเบี้ย

เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMP คาดว่า RBA จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในวันนี้

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า หากอัตราเงินเฟ้อไม่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง การปรับขึ้นดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในระยะถัดไป

โอลิเวอร์กล่าวว่า หากคณะกรรมการยังไม่ตัดสินใจในวันนี้ มีความเป็นไปได้สูงในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม

“ปฏิกิริยาแรกของเราหลังมีตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ออกมา คือคิดว่าพวกเขาจะขึ้นดอกเบี้ย”

โอลิเวอร์กล่าว โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics (ABS) ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

“แต่เมื่อเราพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียดพบว่าสถานการณ์มีความซับซ้อน”

โอลิเวอร์ยอมรับว่า โดยภาพรวมจากตัวชี้วัดส่วนใหญ่ อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือกรอบเป้าหมายร้อยละ 2–3 ของ RBA และตลาดแรงงานยังตึงตัว โดยอัตราการว่างงานอยู่ที่ ร้อยละ 4.1

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง

“อัตราเงินเฟ้อแบบ trimmed mean รายเดือน (ซึ่งตัดรายการที่ผันผวนออก) ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับสูงสุดในเดือนตุลาคม เหลือ ร้อยละ 0.23 ในเดือนธันวาคม” โอลิเวอร์กล่าว

“ผมไม่คิดว่าเราจะมองข้ามสัญญาณนี้ไปได้ทั้งหมด”

เขายังชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวของค่าเช่าและราคาที่อยู่อาศัยใหม่ในเดือนธันวาคม ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งค่าขึ้นซึ่งช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อนำเข้า

รวมถึงผลสำรวจภาคธุรกิจที่สะท้อนว่าเงินเฟ้อด้านราคาผลผลิตเข้าใกล้กรอบเป้าหมายของ RBA มากขึ้น

“เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดแล้ว ผมคิดว่าสถานการณ์ค่อนข้างสูสี” เขากล่าว

“เราประเมินโอกาสไว้ที่ คงดอกเบี้ย 51 ต่อ ขึ้นดอกเบี้ย 49”

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นดอกเบี้ยยัง ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน โดยลูซี เอลลิส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Westpac ระบุว่า แม้เธอคาดว่า RBA จะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการจะเลือกรออีกระยะหนึ่ง

เอลลิส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการ RBA กล่าวด้วยว่า ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อ ไม่ได้เคลื่อนห่างออกจากกรอบเป้าหมายมากขึ้น

และยังมีเหตุผลให้ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากมาตรวัดรายเดือนรูปแบบใหม่ของสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (ABS) ทำให้การตีความทิศทางเงินเฟ้อซับซ้อนมากขึ้น

ขณะที่ พอล บลอซแฮม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC เห็นว่า เหตุผลในการปรับขึ้นดอกเบี้ยยังคง แข็งแรง

“จากการที่ไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยมากนัก และไม่ได้เกิดภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจรุนแรง ทำให้ดูเหมือนว่า RBA ควรจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับที่สูงกว่านี้เป็นระยะเวลานานกว่านี้” เขาระบุในบันทึกการวิจัย

ทั้งนี้ ตลาดการเงินกำหนดราคาโดยสะท้อน ความเป็นไปได้ราวร้อยละ 70 ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25

การขึ้นดอกเบี้ยจะเพิ่มภาระผู้กู้แค่ไหน

สำหรับผู้กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ทันที

การวิเคราะห์ของแคนสตาร์ (Canstar) ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 จะทำให้ ค่างวดผ่อนชำระขั้นต่ำรายเดือนเพิ่มขึ้น ครอบคลุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลากหลายขนาด

ส่งผลเพิ่มแรงกดดันต่อภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ซึ่งกำลังเผชิญค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว

An infographic displays the 2026 cash rate forecasts for Australia's "big four" banks, showing CBA, Westpac, and ANZ predicting a 3.85% rate by year-end, while NAB forecasts 4.10%.
ข้อมูลคาดการณ์ของ Canstar ซึ่งอ้างอิงธนาคารรายใหญ่ทั้งสี่แห่ง แสดงให้เห็นว่า มีความเห็นสอดคล้องกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นเพียงใดตลอดปี 2026 Source: SBS

ทินดอลล์กล่าวว่า ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่า ผู้กู้ตอบสนองต่อการปรับลดดอกเบี้ยในปีที่ผ่านมาอย่างไร

“ในปี 2025 เราเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึงสามครั้ง และผู้กู้ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวจำนวนไม่น้อยไม่ได้ลดค่างวดผ่อนชำระขั้นต่ำรายเดือนลงจริง ๆ” เธอกล่าว

“นั่นหมายความว่า พวกเขาผ่อนชำระมากกว่าที่กำหนด และช่วยสร้างเงินกันชนทางการเงินที่สำคัญไว้”

อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า ผู้กู้จำนวนมากจำเป็นต้องลดค่างวดผ่อนลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหาร น้ำมัน และค่าครองชีพ ปรับสูงขึ้น

“สำหรับครอบครัวกลุ่มนี้ พวกเขารู้สึกถึงแรงกดดันที่รุนแรงขึ้น” ทินดอลล์กล่าว พร้อมเตือนว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจผลักให้บางครัวเรือนเผชิญภาวะตึงตัวในการผ่อนชำระ

เธอยังระบุว่า ข้อมูลคาดการณ์จากแคนสตาร์ ซึ่งอ้างอิงการประเมินของธนาคารรายใหญ่ทั้งสี่แห่ง สะท้อนมุมมองที่ค่อนข้างสอดคล้องกันว่า

การขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้มีความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นไปได้ไกลเพียงใดตลอดปี 2026

ขณะเดียวกัน แบบจำลองของแคนสตาร์ยังชี้ว่า ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะลดความสามารถในการกู้ของผู้ซื้อรายใหม่ และการวิเคราะห์ขนาดเงินกู้สะท้อนว่า

แรงกดดันด้านการผ่อนชำระจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีของสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงินสูง

ขอให้เตรียมงบประมาณครัวเรือนให้พร้อม เสมือนว่าเราอาจจะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าหนึ่งครั้ง
แซลลี ทินดอลล์

ความเสี่ยงต่อการใช้จ่ายและแรงกดดันด้านที่อยู่อาศัย

โอลิเวอร์กล่าวว่า RBA จะพิจารณาด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้รวดเร็วเพียงใด

เขาระบุว่า การฟื้นตัวของการบริโภคภาคครัวเรือนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีส่วนหนึ่งมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสามครั้งในปี 2025 รวมถึงความคาดหวังว่า จะมีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมตามมา

มันมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย หากเรากลับมาขึ้นดอกเบี้ยในตอนนี้ เพราะการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจสะดุดลงอีกครั้ง
เชน โอลิเวอร์
This infographic outlines the potential financial impact of a 0.25% interest rate hike in February 2026, showing that such an increase could raise minimum monthly mortgage repayments by $90 for a $600,000 loan, $112 for $750,000, and $150 for a $1 million loan.
เจ้าของบ้านซึ่งมีสินเชื่อที่อยู่อาศัย 600,000 ดอลลาร์ และเหลือระยะเวลาผ่อนชำระ 25 ปี จะต้องผ่อนชำระขั้นต่ำรายเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 90 ดอลลาร์ หากธนาคารส่งผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปยังลูกค้าที่ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว Source: SBS

นอกเหนือจากผลกระทบต่อภาระงบประมาณของครัวเรือนแล้ว การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยยังส่งผลในวงกว้างต่อ ภาคที่อยู่อาศัย

ทิม เรียดอน หัวหน้านักเศรษศาสตร์จาก Housing Industry Association ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีความเสี่ยงจะซ้ำเติมเงินเฟ้อด้านที่อยู่อาศัย จากการจำกัดอุปทานใหม่ โดยแม้จะไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่ต้นทุนที่อยู่อาศัยยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อที่สุด

“เรากำลังเห็นราคาบ้านปรับขึ้นจากภาวะขาดแคลนที่อยู่อาศัย” เขากล่าว

“อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยิ่งซ้ำเติมความขาดแคลนดังกล่าวและทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น”

This infographic displays the potential decrease in borrowing capacity for individuals and couples following interest rate hikes, showing that one hike could reduce capacity by $12,000 for an individual and $24,000 for a couple, while two hikes would double those losses.
Canstar modelling shows how higher rates would reduce borrowing capacity for new buyers. Source: SBS

เขาระบุว่า ภาระจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะตกหนักเป็นพิเศษกับ ผู้ซื้อบ้านหลังแรก และผู้เช่า โดยกลุ่มหลังจะได้รับผลกระทบเมื่อเจ้าของบ้านผลักภาระค่างวดที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้เช่า

“การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอการเติบโตของค่าเช่าและราคาบ้านเป็นเรื่องย้อนแย้ง” เขากล่าว

“เพราะยิ่งทำให้อุปทานตึงตัว และเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาว”

— รายงานเพิ่มเติมโดย Australian Associated Press


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

2 min read

Published

By Gabrielle Katanasho

Presented by Chayada Powell

Source: SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now