ปฏิบัติการช่วยชีวิตสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนและโค๊ช 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเวลา 2 สัปดาห์ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในวันนี้ (8 ก.ค.)
“วันนี้คือวันดีเดย์ เด็กๆ ในนั้นพร้อมแล้วที่จะเผชิญกับความท้าทาย” นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายระบุ
ปฏิบัติการช่วยเหลือได้เริ่มต้นอีกครั้งในวันนี้ (8 ก.ค.) 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไม่นานหลังจากมีการเคลียร์พื้นที่รอบๆ บริเวณถ้ำหลวงเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้ง 13 ชีวิตภายในถ้ำได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการส่งนักดำน้ำ 18 คน เข้าไปในตัวถ้ำ โดยมีรายงานว่าเวลาที่ผู้ที่ติดอยู่ภายในจะได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างเร็วที่สุด คือเวลา 21:00 น. ของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น (00:00 น. AEST)
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยืนยันว่า ขณะนี้ทั้ง 13 คนภายในถ้ำมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ส่วนครอบครัวของพวกเขาก็ยอมรับแผนการช่วยเหลือในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการในครั้งนี้ ท่ามกลางมรสุมที่ปกคลุมอยู่เหนือบริเวณภูเขาทางตอนเหนือของประเทศมาตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน โดยทีมช่วยเหลือต้องต่อสู้กับระดับน้ำภายในถ้ำและเวลาเพื่อช่วยชีวิตทั้ง 13 คน
"จากการประเมินสถานการณ์แล้ว มีความจำเป็นต้องทำการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานช่วยเหลือ ขอความร่วมมือให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวของออกจากพื้นที่โดยทันที" พ.ต.อ.คมสันต์ สอาดล้วน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สาย จ.เชียงราย ประกาศผ่านเสียงตามสาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขอให้สื่อมวลชนที่อยู่บริเวณโดยรอบออกจากพื้นที่ เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
"สื่อมวลชนใน จ.เชียงราย ได้เคลื่อนย้ายออกจากจุดทำการของทีมช่วยเหลือ ผู้สังเกตการณ์ยืนยันว่าการช่วยเหลือกำลังใกล้เข้ามา" - Omar Dabbagh ผู้สื่อข่าวเอสบีเอส
ด้าน Weather.com เว็บไซต์ข้อมูลสภาพอากาศระบุว่า จะมีฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่องตลอดวันนี้ไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) โดยคาดว่าจะมีพายุฝนต่อเนื่องไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์
แม้ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายระบุว่าสภาพอากาศนั้น "เหมาะสม" สำหรับปฏิบัติการช่วยชีวิต แต่อย่างไรก็ตามก็มีความเป็นไปได้น้อยที่จะสามารถช่วยเหลือทุกคนออกมาได้ในครั้งเดียว โดยอาจใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยมีรายงานว่าอาจช่วยออกมาได้ครั้งละ 1-2 คน
สภาพการณ์ที่เหมาะสม
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าทีมปฏิบัติการในครั้งนี้ระบุว่า “เวลาที่เหมาะสม” ในการช่วยเหลือเด็กๆ จะมาถึงในช่วง 2 หรือ 3 วันที่จะถึงนี้
ทีมช่วยเหลือได้เจาะช่องสำรวจถ้ำกว่า 100 ช่อง นอกจากนี้ยังมีช่องที่มีความลึกถึง 400 เมตรจากด้านข้างของภูเขา เพื่อหวังเปิดเส้นทางการช่วยเหลืออีกเส้นทางหนึ่ง และหลีกเลี่ยงการลำเลียงเด็กๆ ออกจากถ้ำผ่านการดำน้ำในช่องทางที่น้ำท่วม
"ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอีก 3-4 วันข้างหน้า สภาพการณ์นั้นดีเยี่ยมสำหรับการลำเลียงตัวผู้ประสบภัย ทั้งในแง่ของระดับน้ำ สภาพอากาศ และสภาพร่างกายของเด็กๆ" นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าทีมช่วยเหลือระบุกับผู้สื่อข่าว
"เราต้องตัดสินใจอย่างชัดเจนว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง" นายณรงค์ศักดิ์กล่าวเสริม

ทีมช่วยเหลือได้ทำการสอดใส่ท่ออากาศยาวหลายกิโลเมตเข้าไปในถ้ำ เพื่อรักษาระดับของออกซิเจนภายในโถงถ้ำ พร้อมกับแพทย์และนักดำน้ำผู้มีประสบการณ์
"เมื่อเราอยู่ในที่แคบ หากระดับออกซิเจนตำ่ลงมากว่า 12% ร่างกายจะเริ่มตอบสนองช้าลง และผู้คนสามารถหมดสติได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งหากมันเพิ่มขึ้น ก็จะได้รับมันเข้าไปในกระแสเลือด" นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์ยังได้เสริมอีกว่า จากการประมาณของผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอาจทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นมาถึงจุดที่เด็กๆ นั่งอยู่ภายในถ้ำ และนั้นอาจบีบให้พวกเขามีพื้นที่ "เหลือน้อยกว่า 10 ตารางเมตร"
'จดหมาย' ถึงพ่อแม่ที่เป็นห่วง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ก.ค.) หน่วยซีลกองทัพเรือไทย ได้เปิดเผยโน้ตที่เขียนโดยเด็กๆ ทีมหมูป่าถึงครอบครัว ซึ่งรอพวกเขาอยู่ใกล้ๆ ทางเข้าปากถ้ำในสภาพจิตใจที่บอบช้ำ เด็กๆ ขอให้พวกเขา "ไม่ต้องเป็นห่วง" และขอกินอาหารที่พวกเขาชอบเมื่อออกจากถ้ำไปได้แล้ว
"ผมรักพ่อกับแม่และพี่สาว ไม่ต้องห่วงผมนะ" พีรพัฒน์ หรือ "ไนท์" ซึ่งอายุครบ 16 ปี โดยทีมหมูป่าได้ฉลองวันเกิดในวันที่พวกเขาติดอยู่ถ้ำเมื่อ 23 มิถุนายน ระบุในจดหมาย

ขณะที่ "โค้ชเอก" เอกพล จันทะวงศ์ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่คนเดียวในทีม ได้กล่าวขอโทษผู้ปกครองของเด็กๆ ทุกคน
"ถึงพ่อแม่ของเด็กๆ ทุกคน เด็กๆ สบายดี ผมสัญญาว่าจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และขอโทษผู้ปกครองทุกคน" นายเอกพลกล่าวกับนักดำนำ้เมื่อวันศุกร์ (6 ก.ค.)
ทั้งนี้ เด็กๆ ได้รับการฝึกหัดวิธีดำน้ำเบื้องต้น เพื่อรับมือในกรณีที่น้ำท่วมฉับพลัน และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องอพยพอย่างเร่งด่วน
