6 สิ่งที่คุณควรเตรียมตัวก่อนถึงช่วงเวลายื่นภาษี

แม้ว่าจะยังเหลือเวลากว่า 1 เดือนจนถึงวันที่สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้ แต่คุณสามารถเริ่มเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ตอนนี้

A person sitting at a table which has on it a laptop and a piece of paper. He is using the calculator on his smartphone.

ใกล้จะสิ้นปีงบประมาณแล้ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณเริ่มเตรียมตัวสำหรับการยื่นภาษีตั้งแต่เนิ่นๆ Source: Getty / Natalia Gdovskaia

การวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะเมื่อขั้นตอนการยื่นภาษีอาจกินระยะเวลานานและซับซ้อน

ปีงบประมาณ 2025 นี้จะสิ้นสุดในอีกราวหนึ่งเดือน คือช่วงปลายเดือนมิถุนายน และชาวออสเตรเลียจะมีเวลาทั้งหมด สี่เดือน ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การเตรียมตัวล่วงหน้าในกระบวนการนี้อาจช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและเงินได้

มาซูด ฮาบีเบียน บัญชีและตัวแทนยื่นภาษีในออสเตรเลีย กล่าวว่า ช่วงนี้อาจเป็น “เวลาที่ดีในการเริ่มต้นเตรียมตัวในการยื่นภาษีของคุณ

เรามีเคล็ดลับที่อาจช่วยให้คุณเตรียมตัวยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น

ตรวจสอบบัญชี myGov ของคุณให้เรียบร้อย

ประการแรก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลในบัญชี myGov ของคุณเป็นข้อมูลล่าสุด และบัญชีได้เชื่อมโยงกับ สำนักงานสรรพากรออสเตรเลีย (ATO) เรียบร้อยแล้ว และยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

คุณ ฮาบีเบียน แนะนำว่า

“คุณตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมด เช่น รายละเอียดบัญชีธนาคารและข้อมูลส่วนตัว ได้รับการอัปเดตเรียบร้อยแล้ว”

“คุณควรมีระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยใน myGov และตรวจสอบว่าบัญชีสามารถใช้งานได้จริง และเชื่อมต่อกับ ATO อย่างถูกต้องเพื่อที่คุณจะสามารถเข้าใช้บัญชีได้อย่างปลอดภัย”

มาซูด ฮาบีเบียน แนะนำเพิ่มเติมว่า หากคุณลืมรหัสผ่าน มีเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ หรือมีปัญหาอื่น ๆ ควรจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะในช่วงฤดูยื่นภาษี การแก้ไขปัญหาเหล่านี้อาจใช้เวลานานและยุ่งยากมากขึ้น

รวบรวมใบเสร็จให้ครบถ้วน

การเตรียมใบเสร็จรับเงินต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงานให้พร้อม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอลดหย่อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงาน สามารถช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและเงินในการยื่นภาษีได้

ตามคำแนะนำของ มาซูด ฮาบีเบียน ใบเสร็จสำหรับการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น เครื่องมือทำงาน ชุดยูนิฟอร์ม อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์เพื่อการทำงาน และเงินบริจาค เป็นสิ่งสำคัญมาก

“การรวบรวมใบเสร็จและเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรายได้และค่าใช้จ่ายถือเป็นเรื่องสำคัญมาก” เขากล่าว

ฮาบีเบียนยังเตือนอีกว่า ปัญหาที่พบบ่อยคือ การขาดใบเสร็จหรือเอกสาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงาน ดังนั้นควรแน่ใจว่าได้ จัดเก็บใบเสร็จเหล่านี้ไว้ในรูปแบบดิจิทัลไว้อย่างปลอดภัย

มีการเตรียมบันทึกการทำงานจากที่บ้าน

โดยทั่วไปแล้ว คุณสามารถขอคืนภาษีจากการทำงานที่บ้านได้ด้วย 2 วิธีหลัก ๆ คือ:

  1. รวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่คุณทำงานจากบ้าน เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  2. แจ้งจำนวนชั่วโมงทั้งหมด ที่คุณทำงานจากที่บ้านให้กับสำนักงานสรรพากรออสเตรเลีย (ATO)

ฮาบีเบียน แนะนำให้เริ่มเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้เร็วที่สุด

“บางครั้งการตามหาบันทึกชั่วโมงการทำงานแต่ละวัน และหลักฐานค่าใช้จ่ายอย่างค่าไฟหรือค่าเน็ต อาจใช้เวลานาน”

“เอกสารพวกนี้มักใช้เวลานานกว่าจะรวบรวมเสร็จและส่งให้ที่ปรึกษาภาษีได้”

โดยทั่วไปแล้วการแยกแยะระหว่าง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว กับ ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ นั้นไม่ซับซ้อนมากนัก

เช่นรายการของที่ซื้อมาเพื่อใช้ในธุรกิจ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ในฐานะค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ

ส่วนรายการที่ซื้อมาเพื่อใช้ส่วนตัว จะถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่สามารถหักภาษีได้

แต่ถ้าคุณมีรายการที่ใช้ทั้งเพื่อธุรกิจและส่วนตัว เช่น คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ คุณสามารถหักภาษีได้ เฉพาะส่วนที่ใช้เพื่อธุรกิจเท่านั้น

บันทึกข้อมูลรายได้จากแหล่งอื่น ๆ

หากคุณมีแหล่งรายได้เพียงแหล่งเดียวและมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานไม่มาก กระบวนการยื่นภาษีอาจไม่ซับซ้อน แต่หากคุณมีรายได้หลายแหล่ง คุณควรเริ่มเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ มาซูด ฮาบีเบียน กล่าวว่า

“คุณต้องรวบรวมข้อมูลให้พร้อม หากคุณมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน”

“การขอหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านเช่าต้องใช้เวลา ควรเริ่มพูดคุยกับเอเจนต์อสังหาริมทรัพย์ของคุณตั้งแต่ตอนนี้”

เขายังเสริมว่า คริปโตเคอร์เรนซี ก็อยู่ภายใต้การตรวจสอบของ ATO เช่นกัน

“หากคุณถือครองหรือเทรดคริปโตฯ คุณต้องรายงานข้อมูล แม้จะขาดทุนก็ตาม”

อย่ารีบยื่นภาษีจนเกินไป

ฤดูกาลยื่นภาษีในออสเตรเลียจะเริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม และสิ้นสุดใน ปลายเดือนตุลาคมของทุกปี

โดยทั่วไป ข้อมูลสำคัญ เช่น รายได้จากนายจ้างหรือดอกเบี้ยจากธนาคารจะถูกส่งไปยังสำนักงานสรรพากร (ATO) และจะเริ่ม แสดงในระบบช่วงกลางเดือนกรกฎาคม

 มาซูด ฮาบีเบียน ให้คำแนะนำว่า

“หลายคนรีบยื่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรรีบจนเกินไป”

“การรอยื่นเมื่อข้อมูลในระบบพร้อมจะช่วยลดข้อผิดพลาดและลดความจำเป็นในการแก้ไขภายหลัง”

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินโดยตรง คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณเอง


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

1 min read

Published

By Niv Sadrolodabaee

Presented by Chayada Powell

Source: SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now