You can read the full article in English here.
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชโองการ ระบุว่า การลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ในเดือนมีนาคมนั้น "ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง" และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึี่งน่าจะทำให้การเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นพรรคประชานิยมฝ่ายตรงข้ามนั้น ต้องฝันสลายไป
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระชันษา 67 ปี สร้างความตกตะลึงให้แก่คนไทยทั้งชาติเมื่อท่านได้ทรงประกาศเมื่อวันศุกร์ (8 ก.พ.) ว่าจะเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่ภักดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
การที่พรรคไทยรักษาชาติ เสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ลงแข่งขันช่วงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปะทะกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ก่อให้เกิดฉากทางการเมืองใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย
สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นสถาบันที่ได้รับความยกย่องเทิดทูนและได้รับการปกป้องจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยกฎหมายป้องกันการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และตามธรรมเนียมแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกมองว่าต้องอยู่เหนือการเมือง แม้ว่าในบางครั้งพระบรมราชวงศ์ได้ทรงแทรกแซงบ้างเมื่อมีวิกฤติทางการเมือง
การลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ พลิกความคาดหมายสำหรับการเลือกตั้งครั้งแรกของไทยนับตั้งแต่มีรัฐประหารในปี พ.ศ.2557 ซึ่งได้ขับไล่รัฐบาลที่ภักดีต่อนายทักษิณออกไป โดยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่อยู่ใจกลางของความปั่นป่วนทางการเมือง และการประท้วงตามท้องถนน อันนำไปสู่การแบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายในสังคมไทยด้วย

แต่การที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชโองการ ระบุว่า การลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ในเดือนมีนาคมนั้น "ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง" นั้น มีแนวโน้มว่าจะทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ตัดสิทธิ์ทูลกระหม่อมหญิงฯ
ในพระราชโองการดังกล่าวที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ (8 ก.พ.) มีใจความส่วนหนึ่งระบุว่า "การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงชี้ไปที่รัฐธรรมนูญที่ระบุว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง และเป็นกลางทางการเมือง
"พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ"
วันศุกร์ที่ผ่านมานั้นเป็นวันสุดท้ายที่พรรคการเมืองต่างๆ จะประกาศผู้ที่พรรคจะส่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่นำการก่อรัฐประหารในปี พ.ศ.2557 และปัจจุบันเป็นผู้นำสูงสุดของรัฐบาล คสช. ได้ประกาศว่าจะลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเช่นกัน โดยเป็นแคนดิเดตของพรรคพลังประชารัฐ
การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ ถูกมองว่าเป็นการฟาดฟันกันตรงๆ ระหว่างฝ่ายฝ่ายประชานิยมของทักษิณและพันธมิตรของเขา กับอีกฝ่ายซึ่งภักดีต่อทหารและสถาบันพระมหากษัตริย์
ติดตามฟังรายการ เอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เวลา 22.00 น.
ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai
