ไร้เงินชดเชย พนง.แอปส่งอาหารดับ ครอบครัวทวงความยุติธรรม

สหภาพแรงงานคมนาคมขนส่งยื่นเรียกร้องสินไหมทดแทนครั้งสำคัญในกฎหมายแรงงานของประเทศ ในนามครอบครัวของพนักงานส่งอาหารที่เสียชีวิตระหว่างทำงานให้แอปฯ UberEats ชี้พนักงานส่งอาหารควรได้รับสิทธิ์เช่นลูกจ้าง

Uber Eats

Source: SBS

ภรรยาของสามีซึ่งทำงานเป็นคนขับรถรับส่งอาหารให้กับแอปพลิเคชัน UberEats ที่เสียชีวิตระหว่างทำงานในพื้นที่ตะวันตกตอนในของซิดนีย์ ได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินมากกว่า $830,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการเรียกร้องครั้งสำคัญด้านกฎหมายแรงงานของออสเตรเลีย 

นายเดเด เฟรดี (Dede Fredy) ซึ่งเกิดในประเทศอินโดนิเซีย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บนถนนแมร์ริกวิลล์ (Marrickville Road) ในนครซิดนีย์ เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังขับขี่เพื่อส่งอาหาร นอกจากนี้ ยังมีผู้ขับขี่ส่งอาหารให้กับแอปพลิเคชันต่าง ๆ อีก 4 ราย เสียชีวิตระหว่างปฎิบัติงานบนท้องถนน ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

ทนายความในนามของสหภาพแรงงานคมนาคมขนส่ง (Transport Workers Union) เป็นผู้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับ บริษัทประกัน ไอแคร์ (iCare) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในนามของ นางเนียวมัน ซูนาร์ติ (Nyoman Sunarti) ภรรยาของนายเฟรดีผู้เสียชีวิต และ ด.ช. มูฮัมหมัด ลูกชายวัย 4 ขวบ

Advertisement
Transport Workers Union (TWU) National Secretary Michael Kaine.
Transport Workers Union (TWU) National Secretary Michael Kaine. Source: AAP


ภายใต้กฎหมายแรงงานของออสเตรเลีย พนักงานรับส่งอาหารที่ให้บริการกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึง UberEats นั้น ได้รับการพิจารณาว่าเป็นคู่สัญญาอิสระ (Independent Contractor) ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะไม่มีคุณสมบัติในการรับสิทธิประโยชน์ในฐานะลูกจ้าง 

หากการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัท ไอแคร์ ไม่เป็นผล ทางสหภาพฯ​ จะพยายามยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการชดเชยลูกจ้าง (Workers Compensation Committee)   

โดยทางสหภาพฯ ระบุว่า คดีดังกล่าวถือว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นการยื่นฟ้องกิจการในธุรกิจการทำงานเป็นครั้งคราว (Gig economy) ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่พึงได้รับ ให้กับคนทำงานที่เป็นคู่สัญญาอิสระ

“นี่เป็นสิ่งล่าสุดที่เรากำลังติดตาม เพื่อพยายามให้อูเบอร์ต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดกฎหมายแรงงานของเรา และทำให้ชีวิตของพนักงานส่งอาหารและครอบครัวของพวกเขาต้องลำบากยากเข็ญ”  นายไมเคิล เคน (Michael Kaine) เลขาธิการระดับชาติของสหภาพแรงงานคมนาคมขนส่ง กล่าว 

“เรามีความต้องการที่จะนำข้อเรียกร้องนี้ไปยังคณะกรรมาธิการชดเชยลูกจ้าง เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างในการขยายสิทธิ์ที่จะได้รับการชดเชยสำหรับคนทำงานอย่างเต็มที่ ให้ครอบคลุมไปยังพนักงานรับส่งอาหาร”

ทางสหภาพฯ อ้างว่า ครอบครัวของนายเฟรดี มีคุณสมบัติที่จะได้รับเงินก้อนเป็นจำนวน $834,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ และเงินที่ต้องจ่ายให้บุตรของเขาสัปดาห์ละ $149 ดอลลาร์ และได้รับค่าจัดการศพ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายแรงงานของรัฐนิวเซาท์เวลส์ 

ขณะที่ทางอูเบอร์นั้น ได้ทำประกันบริษัทเอกชนให้กับคู่สัญญาอิสระและครอบครัว โดยจะมีเงินประกันสูงสุด $400,000 ดอลลาร์ ในกรณีประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต หรือพิการระหว่างปฏิบัติงาน ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเงินประกันที่บริษัทประกันจ่าย ภายใต้กฎหมายของรัฐนิวเซาท์เวลส์​ ซึ่งการทำประกันในลักษณะนี้ ไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับธุรกิจที่มีงานแบบครั้งคราว 

“ครอบครัวที่กำลังโศกเศร้า ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินเรื่องไปถึงบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อย่างอูเบอร์ แต่การที่รัฐบาลสหพันธรัฐนั้นปฏิเสธที่จะควบคุม ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก” นายเคน เลขาธิการระดับชาติของสหภาพแรงงานคมนาคมขนส่ง กล่าว

“พนักงานรับส่งอาหารนั้นไม่มีสิทธิ์ในการรับค่าแรงขั้นต่ำ การฝึกงาน หรือการได้รับอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่เหมาะสม และเมื่อพวกเขาบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทเหล่านั้น ว่า สิ่งที่เรานั้นจะครอบคลุมไปถึงคนทำงานและครอบครัวของพวกเขาหรือไม่” 

จากการเสียชีวิตของพนักงานรับส่งอาหารหลายรายที่ผ่านมา ทำให้บรรดาบริษัทแอปพลิเคชันรับส่งอาหารกำลังได้รับแรงกดดันมากขึ้น เช่นเดียวกับรัฐบาลออสเตรเลีย ในการมอบความปลอดภัยที่เพียงพอให้กับผู้ปฏิบัติงาน ฝึกฝนพนักงานที่ดีขึ้น รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่าง ๆ เช่น หมวกกันน๊อก และเสื้อกั๊กสะท้อนแสง 

ก่อนหน้านี้ พนักงานส่งอาหารหลายคน ได้บอกกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า พวกเขาได้รับความกดดันอย่างมากในการส่งอาหารให้ทันเวลา จนเป็นเหตุอันก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ปลอดภัย  

“มันอาจจะเป็นผมเมื่อไหร่ก็ได้ จะมีประโยชน์อะไรถ้าคุณได้เงินแล้วคุณก็ตาย” คุณอเล็กซ์ ร็อกซ์โบรห์ (Alex Roxborough) กล่าว เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

“จำนวนเงินที่เราได้รับนั้น เป็นส่วนสำคัญที่กำหนดสภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในการขับขี่ระหว่างที่เราปฏิบัติงาน" 

โฆษกของอูเบอร์ กล่าวกับ เอสบีเอส นิวส์ ว่า พวกเขาได้ปรับใช้มาตรการความปลอดภัยสำหรับพนักงานส่งอาหารหลายรูปแบบในรอบหลายปี เช่น การฝึกฝนด้านความปลอดภัยในการขี่จักรยานและบนท้องถนน การทดสอบความปลอดภัยในการขี่จักรยานประจำปี และวิธีการหาเส้นทางสำหรับผู้ขี่จักรยานโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ทางบริษัทดังกล่าว ยังได้ทบทวนระบบ และกระบวนการด้านความปลอดภัยภายในด้วย

“อูเบอร์ ได้เปิดโอกาสของการทำงานที่ยืดหยุ่นและเป็นอิสระในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราไม่มีการควบคุมพาทเนอร์ของเราในการปฏิบัติงานในแต่ละวัน และไม่มีการรายงานไปยังหัวหน้าและผู้จัดการ”

“การมีสิทธิ์ ข้อผูกพัน และความรับผิดชอบ​ในฐานะลูกจ้าง ภายใต้กฎหมาย และกฎหมายด้านค่าสินไหมทดแทนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ได้ผลและเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากอูเบอร์ไม่มีการควบคุม การบริหารจัดการ และการกำกับดูแลในฐานะเดียวกับลูกจ้าง”

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้จัดตั้งชุดทำงานเฉพาะกิจ ที่นำโดย SafeWork และ Transport NSW ในการสืบสวนอุตสาหกรรมการส่งอาหาร และเพื่อตรวจสอบว่า การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ของพนักงานส่งอาหารนั้นเกิดจาก “ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้” หรือไม่ 

นายเควิน แอนเดอร์สัน (Kevin Anderson) รัฐมนตรีเพื่อการกำกับดูแลและนวัตกรรมที่ดีกว่า กล่าวว่า ชุดทำงานดังกล่าวจะการตรวจสอบว่า มีความจำเป็นในการใช้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่เพื่อ ป้องกันเหตุสลดในลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต

“การเสียชีวิตในสถานประกอบการนั้นเป็นโศกนาฏกรรม ทุกคนที่ไปทำงานควรจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย” นายแอนเดอร์สัน กล่าว


 

รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์  ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ

ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ 



 


Share
Published 9 December 2020 at 6:03pm
By Maani Truu
Presented by Tinrawat Banyat