เอลิซาเบธ ไรต์ ขับรถกระบะของเธอมาจอดใต้ร่มไม้ในสวนย่านชานเมืองทางตอนเหนือของนครเพิร์ท
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ เธอมาบ่อยขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่เพื่อมาสูดอากาศหรือปิกนิก แต่เพื่อเตรียมใจรับกับสิ่งที่ยากจะเผชิญ
คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 38 ปี ชี้ไปที่ลานจอดรถข้างสวน และบอกว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ที่เธอจะมาจอดรถนอนเกือบทุกคืน
“ฉันคงต้องทำให้ท้ายรถกระบะแน่นหนาปลอดภัยขึ้น” ไรต์บอกกับเอสบีเอสนิวส์
“ฉันพยายามให้การใช้ชีวิตให้ง่ายพอที่จะอยู่ในรถได้ ประเมินว่าฉันจะยัดอะไรใส่ท้ายรถไปได้บ้าง”

ไรต์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพึ่งพาเงินสนับสนุนจากรัฐ เล่าถึงแผนการจัดพื้นที่ในรถกระบะตอนเดียวของเธอด้วยน้ำเสียงมั่นคง เธอได้วางแผนแล้วว่าจะดัดแปลงให้เป็นที่นอนอย่างไร
“ฉันคงต้องซื้อเตียงเล็กกว่านี้หน่อเพื่อจะได้มีที่วางตู้เสื้อผ้าข้าง ๆ แค่นั้นแหละสิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ ก็มีแค่นั้น” เธอกล่าว
“ฉันพยายามใช้ชีวิตแบบมินิมอลแต่มีสไตล์มาตลอด แต่ปีครึ่งที่ผ่านมามันท้าทายฉันอย่างหนัก”
ฉันไม่สามารถให้ลูกสาวมาอยู่ด้วยในที่แบบนี้ได้ สิ่งนี้มันบั่นทอนจิตใจ มันทำให้ฉันแตกสลายเอลิซาเบธ ไรต์ กล่าว
ไรต์เติบโตที่นครเพิร์ท เธอย้ายบ้านบ่อยครั้งตั้งแต่เล็กกเพราะงานของพ่อ ต่อมาเธออยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วครอบครัวตัดสินใจขายบ้านเพื่อย้ายไปอยู่ที่เล็กลง
นั่นคือจุดเริ่มต้นเส้นทางการเช่าบ้านของเธอ เส้นทางที่เธอไม่เคยคิดว่าจะนำมาสู่การต้องมานั่งวางแผนซื้อเตียงเล็กสำหรับอาศัยในรถกระบะ
แต่หลังจากใช้ชีวิตย้ายบ้านเช่าทั่วนครเพิร์ทตลอดหนึ่งปี และถูกไล่ออกถึงสามครั้งโดยไม่ใช่ความผิดของเธอ ตอนนี้เธอกำลังซ้อมวางแผนเพื่อเอาตัวรอดจากการไร้บ้าน

ตอนนี้ ไรต์อาศัยนอนตามโซฟาที่บ้านเช่าของพี่สาว ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเช่นกัน และกำลังเผชิญปัญหาค่าเช่าบ้านในนครเพิร์ทที่แพงจนจะไม่สามารถจ่ายได้
“แต่การต้องเสียบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากที่เคยสร้างชีวิตของตัวเองขึ้นมา แล้วต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น… ฉันเหนื่อยมากกับการต้องขนของย้ายไปเรื่อย ๆ” เธอกล่าว
แรงกดดันด้านที่อยู่อาศัยพุ่งสูงในหมู่ผู้เช่าใน WA
เรื่องราวของไรต์กำลังกลายเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยขึ้น ไม่เพียงแต่ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย แต่ทั่วประเทศออสเตรเลีย
ตามการศึกษาเรื่องความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยปี 2025 ของสถาบัน Bankwest Curtin Economic Centre (BCEC) พบว่า ราคาบ้านในเมืองหลวงพุ่งขึ้น 59% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 373,000 ดอลลาร์ โดยนครเพิร์ทและบริสเบนมีอัตราการเพิ่มสูงสุดถึง 84%
ราคากลางของบ้านในนครเพิร์ทพุ่งจาก 463,000 ดอลลาร์ในปี 2019 เป็น 851,000 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 จากแรงขับของนักลงทุนและการเติบโตของประชากร และนี่ถือเป็นหนึ่งในการเพิ่มขึ้นของราคาบ้านที่สูงสุดของเมืองหลวงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ในรอบ 5 ปี
แม้จะมีการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงหลังและที่คาดว่าจะมีต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนการซื้อบ้านหลังแรกของรัฐบาล แต่ราคาที่อยู่อาศัยในเพิร์ทยังคงจับต้องได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือผู้เช่าบ้าน

ค่าเช่าบ้านเฉลี่ยในเพิร์ทพุ่งจาก 350 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ในปี 2019 เป็น 650 ดอลลาร์ และภายในสิ้นปี 2024 เพิ่มขึ้นถึง 86% ทำให้นครเพิร์ทกลายเป็นเมืองหลวงของรัฐที่มีค่าเช่าบ้านแพงที่สุดเมื่อเทียบกับรายได้ของผู้เช่าในออสเตรเลีย
นอกจากนี้ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีเป็นสองรัฐที่ยังคงอนุญาตให้มีการ “ไล่ผู้เช่าออกโดยไม่ต้องให้เหตุผล” ได้
สถานการณ์นี้หมายความว่า เจ้าของบ้านสามารถให้ผู้เช่าออกโดยไม่ต้องชี้แจงสาเหตุ เพียงแค่แจ้งล่วงหน้า 30 วันเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าระยะคงที่ หรือ 60 วันในกรณีสัญญาเช่ารายงวด แม้ผู้เช่าจะไม่ได้ทำอะไรผิดก็สามารถถูกไล่ออกได้
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลทางกฎหมายอีก 7 ข้อที่เจ้าของบ้านสามารถใช้เพื่อขอเลิกสัญญาเช่า เช่น การขายทรัพย์สิน ปัญหาความลำบากของเจ้าของบ้าน หรือผู้เช่าผิดสัญญาเช่า
การขาดการคุ้มครองจากการยกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่มีความผิด ทำให้ผู้เช่าอย่างไรต์ตกอยู่ในสภาพเสี่ยงตลอดเวลา
ความเสี่ยงการไร้บ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล
จากข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากรล่าสุด มีประชากร 9,729 คนในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียที่ประสบภาวะไร้บ้านในปี 2021 เพิ่มขึ้นถึง 114% จากการสำรวจครั้งก่อน โดยในจำนวนนี้มี 2,315 คนที่รายงานว่าต้องนอนในที่สาธารณะหรือในที่ที่ไม่ปลอดภัย
ในปีงบประมาณที่ผ่านมา องค์กร Shelter WA ระบุว่ามีประชาชนเกือบ 25,000 คนที่ขอความช่วยเหลือจากบริการเฉพาะทางด้านไร้บ้านในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 18% ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
จอร์แดน แวน เดน แลมบ์ นักเคลื่อนไหวด้านที่อยู่อาศัย กล่าวว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มเปราะบางอีกต่อไป
ตอนนี้เรามีคนราว 10,000 คนที่ประสบภาวะไร้บ้านในแต่ละเดือนจอร์แดน เดน แลมบ์ กล่าว
“คนส่วนใหญ่รู้สึกถึงแรงกดดันนี้ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผู้เช่าต้องเลือกระหว่างการจ่ายค่าเช่ากับค่ายา ค่าอาหาร และค่าสาธารณูปโภค”

องค์กร Shelter WA ประเมินว่า ผู้มีรายได้ 70,000 ดอลลาร์ต่อปีในปัจจุบันต้องใช้เงินถึง 58% ของรายได้ไปกับค่าเช่าเพียงอย่างเดียว
ไรต์กล่าวว่า “ฉันมั่นใจว่าการต้องย้ายบ้านอยู่ตลอดเวลายกเว้นว่าเป็นความประสงค์ของคุณ ไม่ใช่สิ่งที่ควรเป็นจะเป็นความฝันแบบออสซีในเรื่องที่อยู่อาศัยเลย”
อำนาจต่อรองที่ไม่เท่าเทียม
ผู้เช่าเริ่มหวาดกลัวที่จะเรียกร้องสิทธิของตัวเองมากขึ้น
อลิซ เพนนีคอตต์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเช่า จาก Circle Green Community Legal ระบุว่า เธอเห็นความหวาดกลัวนี้เกิดขึ้นทุกวัน
“คนมาขอคำปรึกษาเรื่องซ่อมแซมบ้านเช่า แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ลังเล กลัวว่าถ้าร้องเรียนไป สัญญาเช่าของพวกเขาจะไม่ได้ต่ออายุ” เพนนีคอตต์กล่าว
“การถูกไล่ออกโดยไม่ให้เหตุผล ไม่มีทางคัดค้านได้เลย เว้นแต่ใบแจ้งยกเลิกสัญญาจะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเหตุผลที่ให้ไม่ใช่ประเด็น”
ขณะที่รัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ยกเลิกการยกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่มีเหตุผลแล้ว โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ปฏิรูปกฎหมายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม อนุญาตให้เจ้าของบ้านยกเลิกสัญญาเช่าได้ในบางกรณี เช่น ขายบ้าน ปรับปรุงบ้าน หรือย้ายเข้าไปอยู่เอง
กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิผู้เช่ามองว่ารัฐบาลเวสเทิร์นออสเตรเลียลังเลที่จะออกกฎหมายคล้ายกัน เพราะกังวลว่าเจ้าของบ้านอาจถอนตัวออกจากตลาด
แต่เพนนีคอตต์ยืนยันว่า ความกังวลนี้ไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการไม่ลงมือแก้ปัญหา

“เราไม่ได้บอกว่าเจ้าของบ้านไม่ควรมีสิทธิไล่ผู้เช่าออก” เพนนีคอตต์กล่าว
“สิ่งที่เราต้องการคือให้มีเหตุผลชัดเจน และเราสนับสนุนให้มีกฎหมายที่ระบุเหตุผลในการยกเลิกสัญญาเช่าให้ชัดเจนและหลากหลายมากขึ้น”
ตลาดที่อยู่อาศัยที่ล้มเหลว
แม้ในปี 2024 จะมีการก่อสร้างบ้านเสร็จสิ้น 20,500 หลัง ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบ 7 ปี แต่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย 25,000 หลังตามข้อตกลง National Housing Accord ได้
ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 มีบ้านเช่าใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 694 หลังในเพิร์ท คิดเป็นการเติบโตเพียง 0.4% ในขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นถึง 119,000 คน ทำให้ขาดแคลนบ้านเช่ากว่า 7,700 หลัง
อัตราบ้านว่างเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเกิน 2% แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับที่ถือว่า “เพียงพอ” ของตลาดอย่างมาก
“ค่าเช่ากำลังพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่าอัตราค่าจ้างถึงห้าเท่า” จอร์แดน แวน เดน แลมบ์ กล่าว “เราไม่สามารถหวังให้ตลาดแก้ปัญหาความล้มเหลวของตลาดที่อยู่อาศัยเองได้”
แม้ว่ารัฐบาลเวสเทิร์นออสเตรเลียจะส่งมอบบ้านเช่าสำหรับประชาชนรายได้น้อย (social housing) ไปแล้ว 3,300 หลัง และสัญญาจะเพิ่มอีก 5,800 หลัง แต่จำนวนผู้รอคอยบ้านยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีผู้คนกว่า 21,000 คนรอคิวบ้านเช่าสำหรับประชาชนรายได้น้อย (public housing) โดยต้องรอนานเฉลี่ยถึง 151 สัปดาห์
สำหรับกลุ่มผู้ขอรับสิทธิเร่งด่วน เช่น เหยื่อจากความรุนแรงในครอบครัวหรือผู้ไร้บ้าน ความต้องการบ้านพักเพิ่มขึ้นถึง 330% ภายในระยะเวลา 6 ปี
“ชีวิตที่เราไม่ได้เลือก”
สำหรับชาวรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียจำนวนมาก ความเครียดทางการเงินเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหา
“ก่อนหน้านี้เมื่อมีใบแจ้งยกเลิกสัญญาเช่า คนจะคิดว่า ‘เดี๋ยวก็หาบ้านเช่าใหม่ได้’ แต่ตอนนี้คำถามคือ ‘แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน?’” เพนนีคอตต์กล่าว
เธอเสริมว่า การเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายยิ่งซับซ้อนขึ้น ผู้คนต้องการความช่วยเหลือมากขึ้นกว่าเดิมเพราะแทบไม่มีทางเลือก เราได้ยินทุกวันจากคนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาทิตย์หน้าพวกเขาจะนอนที่ไหน
และผลกระทบสะสมกับผู้เช่าอย่างไรต์นั้นรุนแรงมหาศาล
“ถ้าคุณไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับลูกได้ หรือคุณกับลูกต้องอาศัยในรถ ทั้งที่ชีวิตแบบนั้นคุณไม่ได้เป็นคนเลือก มันไม่ใช่แค่ยากลำบาก แต่มันคือการถูกลดคุณค่าความเป็นมนุษย์” เธอกล่าว เธอยังตั้งคำถามว่า
ทำไมเราถึงอยู่ในสังคมที่สวยงามและเปี่ยมด้วยสิทธิพิเศษ แต่กลับมีคนจำนวนมากที่ไม่มีแม้แต่ที่อยู่อาศัย?เอลิซาเบธ ไรต์ แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 38 ปี ตั้งคำถาม
ต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
รายงานล่าสุดของศูนย์เศรษฐศาสตร์ Bankwest Curtin (BCEC) ในชื่อ "A long way from home" เสนอแผนแก้ปัญหาวิกฤติที่อยู่อาศัยในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียอย่างรอบด้าน พร้อมเรียกร้องให้ลงทุนเร่งด่วนทั้งในภาคบ้านเช่าและบ้านพักสาธารณะ
ข้อเสนอระยะสั้น
ประกอบด้วย การขยายโครงการช่วยเหลือค่าเช่าของรัฐบาลกลาง (Commonwealth Rent Assistance) และการทำให้โครงการ WA Rent Relief Program กลายเป็นมาตรการถาวร โดยโครงการนี้ได้ช่วยให้ผู้เช่ากว่า 2,700 คนสามารถรักษาที่อยู่อาศัยของตนไว้ได้จนถึงปัจจุบัน

รายงานฉบับนี้ยังเรียกร้องให้เพิ่มที่พักฉุกเฉินและที่พักชั่วคราว โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงและครอบครัวที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว
ข้อเสนอระยะกลาง
เร่งกระบวนการก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จเร็วขึ้น
ขยายการสร้างบ้านเพื่อคนรายได้น้อยและบ้านราคาย่อมเยา โดยใช้กองทุนการลงทุนของรัฐ
พัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่โดยเน้นกลุ่มผู้ซื้อบ้านครั้งแรกและแรงงานสำคัญ เช่น พนักงานดูแลเด็ก พนักงานค้าปลีก พนักงานบริการ พนักงานสนับสนุนด้านสุขภาพ และงานธุรการทั่วไป
ให้สิ่งจูงใจสำหรับโครงการสร้างบ้านเพื่อเช่า (build-to-rent) และกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับคุณภาพบ้านเช่า
ข้อเสนอระยะยาว
รายงานเสนอให้รัฐบาลรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียตั้งเป้าสร้างบ้านใหม่ให้ได้ 24,000 หลังต่อปี รวมถึงบ้านเพื่อสังคมอย่างน้อย 1,200 หลัง (สร้างใหม่หรือปรับปรุงจากอาคารเก่า) และปฏิรูประบบภาษีอสังหาริมทรัพย์ โดยแทนที่การเก็บอากรแสตมป์ (stamp duty) ด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยให้ครัวเรือนย้ายถิ่นฐานได้ง่ายขึ้น
ก้าวเล็ก ๆ แต่หนทางยังอีกยาวไกล
ในปี 2024 รัฐบาลเวสเทิร์นออสเตรเลียได้ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่อยู่อาศัย (Residential Tenancies Act) โดยชุดแรกของการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วย
อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์และทำการปรับปรุงเล็กน้อยในบ้านเช่าส่วนใหญ่
จำกัดการขึ้นค่าเช่าได้เพียงปีละครั้ง
การปฏิรูปนี้เสริมมาตรการก่อนหน้า ที่ห้ามการประมูลแข่งค่าเช่า (rent bidding) และห้ามเจ้าของบ้านตอบโต้ผู้เช่าอย่างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีเพดานควบคุมอัตราการขึ้นค่าเช่า
โฆษกรัฐบาลรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย กล่าวกับเอสบีเอส นิวส์ ว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารัฐบาลจะยกเลิกการยกเลิกสัญญาเช่าแบบไร้เหตุผล (“no grounds” evictions) หรือไม่
“ข้อเสนอสำหรับการปฏิรูประยะที่สองคาดว่าจะสรุปเพื่อพิจารณาภายในปีนี้” โฆษกระบุ
“การปฏิรูประยะที่สองจะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้เช่า เช่น การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ วิธีการจัดเก็บเงินประกัน (bond) ค่าเช่า และค่าบริการอื่น ๆ รวมถึงนิยามที่ชัดเจนของที่พักแบบบอร์ดดิ้งและลอดจ์จิง โดยจะมีการปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในขั้นต่อไป”

แต่ผู้รณรงค์เพื่อสิทธิผู้เช่าระบุว่ามาตรการเหล่านี้ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ผิวเผิน
“มันไม่ได้แก้ปัญหาหลักเลย คือการคุ้มครองผู้เช่าไม่ให้ถูกโยนออกไปอยู่ข้างถนนจนถึงสถานการณ์ที่ต้องเป็นคนไร้บ้าน” เพนนีคอตต์กล่าว
ข้อมูลศาลรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการยื่นคำร้องขอยกเลิกสัญญาเช่ามากกว่า 1,500 กรณีต่อปี โดยยังไม่นับกรณีที่เป็นการขับไล่อย่างไม่เป็นทางการหรือที่ผู้เช่าไม่ได้คัดค้าน
ข้อมูลองค์กร BCEC ยังเผยว่าเกือบสองในสามของผู้หญิงโสดอายุ 55 ปีขึ้นไปที่เช่าบ้านในรัฐนี้กำลังเผชิญความยากจน โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในภาวะ "ยากจนรุนแรง"
“ตอนนี้คนตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้นแล้ว ทุกคนรู้จักใครสักคนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นค่าเช่า การถูกยกเลิกสัญญาเช่า หรือแค่ความเครียดจากการหาที่อยู่ใหม่” เพนนีคอตต์กล่าว
“เราเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว”

สำหรับไรต์ วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสถิติ แต่คือการมองเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้เช่า
“เรามองที่อยู่อาศัยเป็นสินค้า ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” เธอกล่าว
ความปรารถนาของไรต์มีเพียงอย่างเดียว เธอเพียงต้องการสถานที่ที่เรียกว่า “บ้าน” อีกครั้ง
“ฉันแค่อยากให้ลูกสาวเติบโตมมาในที่ที่ปลอดภัย ไม่ใช่ในรถ ไม่ใช่บนโซฟาบ้านคนอื่น แต่เป็นบ้านจริง ๆ”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram
