อะไรคือ เมกาทรัสต์ฟอลต์ และทำไมถึงเสี่ยงก่อสึนามิรุนแรง?

แผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้นนอกคาบสมุทรคัมชัตคา ประเทศรัสเซีย ส่งผลให้เกิดสึนามิซัดพื้นที่หมู่เกาะคูริล ในขณะภูเขาไฟคลูเชฟสคอยก็เกิดการปะทุเช่นเดียวกัน

A tsunami warning sign.

แผ่นดินไหวตื้นบนรอยเลื่อน เมกาทรัสต์ มีโอกาสก่อสึนามิสูง เพราะแรงสั่นสะเทือนดันพื้นทะเลให้แตกหรือยกตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้น้ำปริมาณมหาศาลถูกกระแทกและเคลื่อนตัวเป็นคลื่นยักษ์ Source: EPA / John G Mabanglo

เมกาทรัสต์ฟอลต์ (megathrust fault) คือรอยเลื่อนตามแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นที่มุดตัวซ้อนทับกัน เมื่อเกิดการปลดปล่อยพลังงานอย่างรุนแรง

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมักมีขนาดใหญ่และสามารถยกหรือกดพื้นทะเลอย่างฉับพลัน ทำให้มวลน้ำมหาศาลเคลื่อนตัว จนก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่รุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.8 แมกนิจูดนอกชายฝั่งคัมชัตคาทางตะวันออกไกลของรัสเซีย เมื่อวันพุธ ทำให้มีการเตือนภัยสึนามิไกลถึงเฟรนช์โปลินีเซียและชิลี และตามมาด้วยการปะทุของภูเขาไฟที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดบนคาบสมุทรดังกล่าว

แรงสั่นสะเทือนตื้นใกล้ผิวดินสร้างความเสียหายต่ออาคารและทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคนในพื้นที่ห่างไกลของรัสเซีย ขณะที่ชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งเคยประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิขนาด 9.0 ในปี 2011 ได้รับคำสั่งอพยพ เช่นเดียวกับบางส่วนของรัฐฮาวาย

ช่วงค่ำวานนี้ (31 ก.ค.) ญี่ปุ่น ฮาวาย และรัสเซียได้ลดระดับการเตือนภัยส่วนใหญ่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ในเฟรนช์โปลินีเซียยังคงสั่งให้ประชาชนบนเกาะห่างไกลหลายแห่งในหมู่เกาะมาร์เคซัสอพยพขึ้นที่สูง และเตรียมรับมือคลื่นสูงถึง 2.5 เมตร

"เมกาทรัสต์ฟอลต์" คืออะไร?

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าแผ่นดินไหวที่เกิดนอกชายฝั่งคัมชัตคาของรัสเซียครั้งนี้ เกิดขึ้นบนรอยเลื่อนชนิดที่เรียกว่า เมกาทรัสต์ฟอลต์ (megathrust fault) ซึ่งเกิดจากแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิกที่หนาแน่นกว่ามุดตัวลงใต้แผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือที่เบากว่า

คาบสมุทรคัมชัตคาตั้งอยู่ในจุดที่แผ่นแปซิฟิกเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่นี้มีความเสี่ยงสูงต่อแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ และยังอาจทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาได้

โรเจอร์ มัสสัน นักวิจัยกิตติมศักดิ์จากสำนักธรณีวิทยาอังกฤษ ระบุว่า “เขตแผ่นดินไหวคัมชัตคาเป็นหนึ่งในเขตมุดตัวที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดรอบวงแหวนไฟแปซิฟิก โดยแผ่นแปซิฟิกเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกด้วยความเร็วราว 80 มิลลิเมตรต่อปี”

การมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก (subduction events) สามารถก่อแผ่นดินไหวรุนแรงกว่าประเภท strike-slip เช่นที่เกิดในเมียนมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการที่แผ่นเปลือกโลกเลื่อนเฉือนกันในแนวนอนด้วยความเร็วต่างกัน

A graph showing the severity of earthquakes, marked by year, magnitude and location.
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.5 แมกนิจูดในพื้นที่ตอนกลางของประเทศชิลี เมื่อปี ค.ศ. 1960 Source: SBS

ทำไมแผ่นดินไหวชนิดนี้จึงก่อสึนามิได้ง่าย?

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า แผ่นดินไหวตื้นที่เกิดบนรอยเลื่อน เมกาทรัสต์ มีโอกาสก่อสึนามิสูง เพราะแรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นทะเลถูกดันหรือยกตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลให้มวลน้ำปริมาณมหาศาลถูกกระแทกและเคลื่อนตัวเป็นคลื่นยักษ์

แผ่นดินไหวเมื่อวันพุธเกิดลึกเพียง 20.7 กิโลเมตร ซึ่งตื้นพอจะสร้างความเสี่ยงสึนามิทันที อดัม พาสเคล หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวออสเตรเลีย ระบุว่า “เมื่อแผ่นดินไหวเกิดนอกชายฝั่ง ความเสี่ยงที่จะเกิดสึนามิย่อมมีอยู่เสมอ”

คลื่นสึนามิสูงราว 1.7 เมตรซัดไปไกลถึงฮาวาย แม้จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า คลื่นไม่จำเป็นต้องสูงมากก็สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงต่อพื้นที่ชายฝั่งที่มีระดับต่ำของหลายเกาะในแปซิฟิกได้

อดัม พาสเคลอธิบายว่า ผลกระทบของสึนามิขึ้นอยู่กับ “ความสูงของคลื่นเมื่อซัดขึ้นฝั่ง” หรือที่เรียกว่า run-up ซึ่งเป็นระดับความสูงสุดที่คลื่นน้ำสามารถพุ่งขึ้นไปตามชายฝั่ง โดยปัจจัยนี้จะกำหนดขอบเขตและความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น

คาดมีอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องอีกหลายเดือน

แคโรไลน์ ออร์ชิสตัน ผู้อำนวยการศูนย์ความยั่งยืน มหาวิทยาลัยโอทาโก นิวซีแลนด์ ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 8.8 แมกนิจูดเมื่อวันพุธได้ก่ออาฟเตอร์ช็อกอย่างน้อย 10 ครั้งที่มีขนาดเกิน 5 แมกนิจูด และอาจยังเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกหลายเดือน

 เธอกล่าวว่า “แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนหรือคงที่ ก่อนหน้านี้แผ่นดินไหวลูกเล็กกว่าเป็นเพียงผลกระทบหลัก

แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่จะสร้างลำดับอาฟเตอร์ช็อกตามมาทันที และบางครั้งอาฟเตอร์ช็อกเหล่านี้ก็สร้างความเสียหายได้เอง”

 เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดห่างจากเหตุการณ์ขนาด 7.4 แมกนิจูดเมื่อไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งล่าสุดถูกจัดว่าเป็น “โฟร์ช็อก”

ออร์ชิสตันย้ำว่า ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของอาฟเตอร์ช็อกขนาดใหญ่ออกไปได้ แต่โดยทั่วไป ความถี่และความแรงจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


    Share

    1 min read

    Published

    Presented by Chayada Powell

    Source: Reuters




    Share this with family and friends


    Follow SBS Thai

    Download our apps

    Watch on SBS

    Thai News

    Watch now