ไวรัสโคโรนานี้มีอันตรายต่อร่างกายขนาดทำให้ตายได้มากน้อยแค่ไหน และเป็นเชื้อที่ติดกันได้ง่ายหรือไม่
อาการของเชื้อจะปรากฏเมื่อไร และผู้มีเชื้อสามารถแพร่เชื้อไวรัสไปสู่บุคคลอื่นก่อนที่ตนเองจะมีอาการปรากฏหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญต่างกำลังพุ่งความสนใจไปยังประเด็นเหล่านี้ และคำถามอื่นๆ ที่เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ใจ
ยอดผู้เสียชีวิตจนถึงขณะนี้
จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 30 ม.ค.2020 พบผู้ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อ 7,700 คนในประเทศจีน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเชื้อนี้ โดยมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อนี้ไปแล้วอย่างน้อย 170 ราย
ไวรัสโคโรนาแพร่กระจายจากเมืองอู่ฮั่นไปทั่วประเทศจีน และข้ามไปยังประเทศอื่นๆ อีก 15 ประเทศ โดยมีรายงานการพบผู้มีเชื้อนี้ราว 60 กรณี ในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และเมื่อเร็วๆ นี้ ในตะวันออกกลางด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากเชื้อนี้นอกประเทศจีน
เชื้อนี้ ที่ถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า 2019-nCoV เป็นส่วนหนึ่งของเชื้อไวรัสในกลุ่มตระกูลโคโรนา ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคระบาดที่อันตรายถึงตายมาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้
การระบาดของโรคซาร์ส (SARS หรือ กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลัน) ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2002/2003 เริ่มขึ้นในมณฑลกวางตุ้งของจีน และคร่าชีวิตผู้คนไป 774 รายจากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 8,096 ราย
ในปี 2012 มีการระบาดของโรคเมอร์ส (MERS หรือโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 858 ราย จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,494 ราย
อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยจากเชื้อทั้งสองนี้ อยู่ที่ 9.5 สำหรับโรคซาร์ส และ 34.5 สำหรับโรคเมอร์ส ซึ่งเป็นอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้อย่างมาก

นายไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการด้านการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ม.ค.) ว่ามีเพียงราวร้อยละ 2 ของผู้ได้รับการยืนยันว่ามีเชื้อนี้ ที่เสียชีวิต
“อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อที่ร้อยละ 2 นั้นยังถือว่าเป็นอัตราป่วยตาย (case fatality rate) ที่สูงอยู่ เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราของเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล หรือเชื้ออื่นๆ” นายไรอัน เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก กล่าว
ติดเชื้อกันได้ง่ายเพียงไร
การคาดการณ์ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาติดกันได้ง่ายเพียงใดนั้น มีทั้งแต่ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน (base reproduction rate) ระหว่าง 1.4 และ 3.8 โดยเป็นอัตราการแพร่เชื้อจากคนไข้หนึ่งคนไปยังคนอื่นๆ จากข้อมูลของ ศ.เดวิด ฟิซแมน อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโตรอนโต
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย อิมพีเรียล คอลเลจ ในประเทศอังกฤษ คาดว่าผู้มีเชื้อไวรัสโคโรนาแต่ละคนสามารถแพร่เชื้อไปติดยังคนอื่นได้โดยเฉลี่ย 2.6 คน ส่งผลให้เชื้อนี้ติดต่อกันได้ง่ายพอๆ กับการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ประจำปี
ผลการศึกษาเชื้อนี้ ที่ตีพิมพ์เมื่อวันพุธ ในวราสารด้านการแพทย์นิว อิงแลนด์ ระบุว่า ระยะเวลาระหว่างการสัมผัสเชื้อไวรัสโคโรนา จนกระทั่งผู้ติดเชื้อแสดงอาการนั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.2 วัน
องค์กรด้านสาธารณสุขต่างๆ ของฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆ กำหนดระยะเวลาการแยกผู้สงสัยว่ามีเชื้อออกจากผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ไว้ที่ 14 วัน สำหรับพลเมืองของตนและบุคคลอื่นๆ ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
มันจะเริ่มแพร่เชื้อได้เมื่อใด
นี่เป็นคำถามสำคัญที่ยังคงไม่มีคำตอบ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 ม.ค.) นายหม่า เสียวเว่ย หัวหน้าคณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติของจีน กล่าวว่า การแพร่เชื้อไวรัสโคโรนานั้นเป็นไปได้ก่อนที่จะมีการแสดงอาการให้เห็น ระหว่างที่เชื้อกำลังอยู่ในระยะฟักตัว

ลักษณะดังกล่าวนี้เป็นเช่นเดียวกันกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่เป็นลักษณะที่แตกต่างจากเชื้อโรคซาร์ส
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม รวมทั้ง ศ.มาร์ก วูลเฮาส์ อาจารย์ด้านระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อ ของมหาวิทยาลัยเอดินบะระ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปได้ว่า เชื้อนี้แพร่กระจายได้ตั้งแต่ตอนที่ผู้มีเชื้อไม่แสดงอาการของโรค
การติดเชื้อที่แพร่จากคนสู่คน
เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ป่า โดยอาจเป็นค้างคาว แต่ขณะนี้แพร่กระจายจากคนสู่คน
กรณีการติดเชื้อจากคนสู่คนเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศจีน และยังมีกรณีการติดเชื้อในรูปแบบนี้ไม่มากนักเกิดขึ้นในเวียดนาม เยอรมนี และญี่ปุ่น
“ในทั่วโลกแล้ว มีเพียงไม่กี่กรณีโดดๆ ของการติดเชื้อระดับทุติยภูมิ (ของคนที่ไม่ได้เดินทางไปยังจีน)” นายสตีเฟน มอร์ริสัน จากศูนย์ด้านยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา ในกรุงวอชิงตัน กล่าว
แต่เขาเตือนว่า มีความเสี่ยงของการระบาดระดับทุติยภูมิ (secondary outbreaks) ของเชื้อนี้ในประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพจำกัด
อาการของเชื้อเป็นอย่างไร
จากผลการศึกษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 99 ราย ที่เผยแพร่ออกมาในวราสาร เดอะ แลนเซต เมื่อวันพุธ (29 ม.ค.) พบว่า ครึ่งหนึ่งของกรณีการติดเชื้อเกิดกับประชาชนที่มีอาการป่วยเรื้อรังอยู่แล้ว เช่น เป็นโรคหัวใจ และเบาหวาน
ผู้ป่วยทั้งหมดมีอาการปอดบวม ทั้งหมดมีไข้ และร้อยละ 80 มีอาการไอ และกว่าครึ่งหนึ่งมีอาการหายใจลำบาก
แต่การจะระบุชี้อาการของไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญนั้น ยากลำบาก เนื่องจากการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน และมีอาการของโรคเหมือนกัน

การศึกษาวิจัยอีกโครงการหนึ่ง ระบุชี้ การจัดลำดับชุดของดีเอ็นเอ ที่บรรจุอยู่ในทุกๆ เซลล์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ ที่นำมาจากผู้ป่วย 9 ราย และพบว่ามีความเหมือนกันจนเกือบเป็นตัวเดียวกัน (มีความเหมือนกันร้อยละ 99.98)
เวยเฟง ชี จากมหาวิทยาลัยชานตง กล่าวว่า นี่ชี้ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาถือกำเนิดมาจากต้นกำเนิดเดียว และถูกตรวจพบได้ค่อนข้างรวดเร็วหลังจากนั้น
“แต่อย่างไรก็ตาม หากเชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายจากคนไปสู่คนมากขึ้น ก็จำเป็นจะต้องมีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาว่าอาจมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น” คุณเวยเฟง ชี กล่าว
การหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ
องค์การด้านสุขภาพต่างๆ และนักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ทำได้ด้วยมาตรการมาตรฐานเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสอย่างทั่วๆ ไป ได้แก่ การล้างมือของเราบ่อยๆ การปิดปากเมื่อไอหรือจาม และพยายามอย่าใช้มือจับบริเวณใบหน้าของเรา
ผู้ใดที่ติดเชื้อไวรัสนี้ ควรต้องการแยกตัวออกจากผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
จากการที่ผู้ป่วยโรคซาร์สและเมอร์สจำนวนมากติดเชื้อในสถานที่ดูแลด้านสุขภาพ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำรอย ทีมนักวิทยาศาสตร์จีน เตือนในวราสารแลนเซตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
รายการ เอสบีเอส ไทย ออนไลน์ ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ
ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai
