Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

สุขภาพ: WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังอีโบลาระบาดในแอฟริกา

มีการระบาดของโรคอีโบลาซึ่งเป็นโรคติดต่อรุนแรง เริ่มต้นขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา

Four people in protective hazmat suits, gloves and goggles walk towards a person in a mask.
อีโบลาเป็นโรคติดต่อรุนแรงที่แพร่เชื้อได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น อาเจียนหรือเลือด Source: AP / Jerome Delay

สรุปประเด็นสำคัญ

  • องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากการระบาดของเชื้ออีโบลาสายพันธุ์หายาก
  • เจ้าหน้าที่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกประกาศการระบาดล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 65 คน และพบผู้ป่วยต้องสงสัย 246 ราย

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากการระบาดของเชื้ออีโบลาสายพันธุ์หายากที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายสิบรายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) แต่ยังไม่ประกาศให้เป็นการระบาดใหญ่ระดับโลก

WHO ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเจนีวา ระบุในแถลงการณ์ว่า การระบาดของโรคอีโบลาที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Bundibugyo ใน DRC และยูกันดา ถือเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่นานาชาติต้องให้ความสนใจ” แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การประกาศภาวะระบาดใหญ่ระดับโลก

โรคอีโบลาเป็นโรคติดต่อรุนแรงที่แพร่ผ่านสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น อาเจียน เลือด หรืออสุจิ แม้จะพบไม่บ่อย แต่มีอัตราการเสียชีวิตสูง

เจ้าหน้าที่ใน DRC ประกาศการระบาดครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยในขณะนั้นมีผู้เสียชีวิต 65 คน และพบผู้ป่วยต้องสงสัย 246 ราย

ต่อมาในวันเสาร์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) รายงานว่า พบผู้ป่วยต้องสงสัยเพิ่มเป็น 336 ราย และยืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว 13 ราย โดยในกลุ่มผู้ติดเชื้อยืนยัน มีผู้เสียชีวิต 4 คน

ในการแถลงข่าวออนไลน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) กล่าวว่า พบผู้ป่วยกลุ่มแรกในเขตสุขภาพมงกวาลู ซึ่งเป็นพื้นที่เหมืองแร่ที่มีการสัญจรหนาแน่น

เขาระบุว่า หลังจากนั้น ผู้ป่วยบางส่วนได้เดินทางไปยังพื้นที่รวามปาราและเมืองบูเนียเพื่อเข้ารับการรักษา ทำให้เชื้อแพร่กระจายข้ามไปยัง 3 เขตสุขภาพ

คาเซยากล่าวว่า ขณะนี้ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอยู่ในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่มงกวาลู ซึ่งสร้างความยากลำบากอย่างมากในการพยายามควบคุมโรคและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด

นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่มั่นคงในจังหวัดอิตูรี ซึ่งมีกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ก่อเหตุโจมตีรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นอุปสรรคต่อการเฝ้าระวังโรคและการตอบสนองฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว

จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 87 คน มี 57 คนอยู่ในเขตสุขภาพมงกวาลู 27 คนในเขตรวามปารา และอีก 3 คนในเมืองบูเนีย ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดอิตูรี

ซามูเอล-โรเชอร์ คัมบา รัฐมนตรีสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ผลตรวจยืนยันว่า การระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ บูนดิบูโจ (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบไม่บ่อยในการระบาดครั้งก่อน ๆ ในคองโก

นี่ถือเป็นการระบาดของอีโบลาครั้งที่ 17 ของประเทศ นับตั้งแต่พบโรคนี้ครั้งแรกในปี 1976

คัมบาระบุว่า ผู้ป่วยรายแรกที่คาดว่าเป็นต้นตอการระบาดครั้งนี้ คือพยาบาลคนหนึ่งที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลเมืองบูเนีย โดยผู้ป่วยเริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน หรือประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน

เขาไม่ได้ระบุชัดว่า มีการตรวจตัวอย่างจากพยาบาลรายดังกล่าวหรือไม่ แต่กล่าวว่า ผู้ป่วยมีอาการที่เข้าข่ายโรคอีโบลา

ขณะเดียวกัน ยูกันดายืนยันเมื่อวันศุกร์ว่า พบผู้ป่วยอีโบลารายหนึ่งที่ทางการระบุว่า “นำเชื้อเข้ามา” จากคองโก โดยผู้ป่วยเสียชีวิตที่โรงพยาบาล คิมบุลิ มุสลิม (Kibuli Muslim) ในนครกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา เมื่อวันที่ 14 พ.ค.

ก่อนหน้านี้ Africa CDC แสดงความกังวลว่า เชื้ออาจแพร่กระจายเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ระบาดอยู่ใกล้กับพรมแดนยูกันดาและซูดานใต้

แม้คองโกจะมีประสบการณ์ในการรับมือการระบาดของอีโบลาหลายครั้ง แต่ประเทศยังเผชิญความท้าทายด้านการขนส่งบุคลากรและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ระบาด

คองโกเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของแอฟริกา ทำให้แต่ละจังหวัดอยู่ห่างไกลกันมาก และหลายพื้นที่ยังเผชิญความขัดแย้ง

เช่น จังหวัดอิตูรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกินชาซาราว 1,000 กิโลเมตร กำลังเผชิญความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS อย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม


1 min read

Published

Presented by Chayada Powell

Source: AAP, AFP




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now