โรคไอกรน หรือ Whooping Cough (หรือที่เรียกว่า Pertussis) นั้นเป็นโรคทางเดินหายใจชนิดหนึ่งที่ติดต่อกันได้ง่าย และเป็นหนึ่งในโรคที่อันตรายมากที่สุดสำหรับเด็กทารก
ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคไอกรน ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจชนิดดังกล่าวมากถึง 2,799 ราย
โดยมีรายงานการติดเชื้อมากที่สุดในทางสถิติล่าสุดคือปี 2556 ในรัฐควีนส์แลนด์กว่า 1,000 รายในระยะสามเดือนแรกของปี
โรคไอกรนคืออะไร? เราสามารถป้องกันได้อย่างไรบ้าง?
โรคไอกรนนั้นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Bordetella Pertussis ซึ่งนับว่าเป็นโรคทางเดินหายใจที่อันตรายมากที่สุดสำหรับเด็กทารก อีกทั้งยังเป็นโรคที่ติดต่อและแพร่เชื้อได้ง่าย
อาการเบื้องต้นที่สามารถสังเกตได้คืออาการไอคล้ายไข้หวัดทั่วไป รวมไปถึงอาการอื่นร่วม เช่น มีน้ำมูกไหล จาม และมีไข้
อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อโรคชนิดนี้จะเริ่มออกอาการอย่างชัดเจนเมื่อครบสองสัปดาห์ โดยอาการไอจะรุนแรงยิ่งขึ้น และเมื่อหลังหรือระหว่างไอ จะมีการหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงวู้บที่ต่างจากอาการไอทั่ว ๆ ไป
ในบางครั้ง โรคไอกรนที่มาจากการติดเชื้อโรคชนิดดังกล่าวนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่าอาการ “ไอร้อยวัน (100-day cough)” เนื่องจากอาการอาจต่อเนื่องยาวนานถึง 12 สัปดาห์ อีกทั้งยังเป็นโรคที่อันตรายถึงแก่ชีวิตให้แก่เด็กแรกเกิดได้หากยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกัน
ถึงแม้ว่าโรคไอกรนจะไม่รุนแรงนักในวัยผู้ใหญ่ก็ตาม แต่ก็มีรายงานว่าการไอรุนแรงเช่นนี้ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บซี่โครง หรือซี่โครงหักได้เช่นกัน

การรับประทานยาฆ่าเชื้อนั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาโรคไอกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อเริ่มรับประทานยาตั้งแต่ช่วงแรกของอาการติดเชื้อเท่านั้น
วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือได้รับวัคซีนป้องกันที่จะช่วยลดความรุนแรงของอาการ อีกทั้งช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อให้กับคนใกล้ชิดได้อีกด้วย
การฉีดวัคซีนโรคไอกรนให้ครบหกโดส จึงเป็นอีกหนึ่งวีคซีนที่แนะนำให้ฉีดในเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 2 เดือนถึง 13 ปี
ทำไมถึงมีการระบาดในช่วงนี้?
โรคไอกรนนั้นจะมีการกลับมาระบาดในทุก ๆ 3-4 ปี และในช่วงที่มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นกักตัว การเว้นระยะห่าง หรือการใส่หน้ากากอนามัยนั้นก็ช่วยให้จำนวนผู้ติดเชื้อโรคไอกรนนั้นลดลงอย่างมีชัดเจนในช่วงปี 2563-2566
นั่นอาจหมายถึง ชาวออสเตรเลียจำนวนมากได้ขาดการรับวัคซีนป้องกันโรคไอกรนตามกำหนดในช่วงที่มีโรคโควิด-19 ระบาด จึงทำให้คนส่วนใหญ่มีโอกาสที่จะติดเชื้อโรคชนิดนี้ได้ง่ายกว่าปกติ
ภูมิคุ้มกันที่ลดลงในประชากรส่วนใหญ่นั้นอาจเป้นสัญญาณเตือนได้ว่าเราอาจจะได้รับรายงานที่เพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโรคไอกรนในออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาอีกด้วย โดยในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในออสเตรเลียเป็นกลุ่มเด็กในวัย 10-14 ปี

สวัสดิการฉีดวัคซีนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
วัคซีนป้องกันโรคไอกรนนับเป็นอีกหนึ่งบริการของรัฐที่ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ฟรีภายใต้โครงการสร้างภูมิคุ้มกันของออสเตรเลีย (National Immunisation Program) สำหรับเด็กและสตรีตั้งครรภ์
การฉีดวัคซีนให้แก่ผู้หญิงขณะตั้งครรภ์นั้นนับเป็นการให้การป้องการเด็กแรกเกิดช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด
โดยฤทธิ์ของวัคซีนนั้นจะลดลงตามเวลา ดังนั้นการได้รับเข็มกระตุ้นด้วยการฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์นั้นเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่ที่มีการติดต่อหรือสัมผัสกับเด็กเล็กเป็นประจำ
ถึงแม้ในปัจจุบัน โรคไอกรนยังไม่ได้มีการระบาดจนน่าเป็นห่วงมากนัก และสายพันธุ์ของเชื้อโรคชนิดดังกล่าวยังสามารถป้องกันได้ดีด้วยวัคซีนที่มีให้บริการในปัจจุบัน
ดังนั้น การเข้ารับวีคซีนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันการลดโอกาสระบาดของโรคไอกรนนั้นเป็นสิ่งที่คุณก็สามารถทำได้ เพื่อช่วยป้องกันตัวเอง คนที่คุณรัก เด็กเล็ก และชุมชนที่คุณอยู่ได้เช่นกัน