ประเด็นสำคัญ
- ออสเตรเลียยังคงต่อสู้กับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ยาวนานอย่างต่อเนื่อง
- ประเด็นร้อนนี้ได้นำไปสู่คำถามว่า การอพยพย้ายถิ่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาขาดคนทำงานในประเทศหรือไม่
ระหว่างที่ออสเตรเลียยังคงต่อสู้กับปัญหาที่ยาวนานของการขาดแคลนคนทำงาน ผู้เชี่ยวชาญกำลังตั้งคำถามว่าการรับผู้อพยพย้ายถิ่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือไม่ในการแก้ไขวิกฤตแรงงานของประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (22 ส.ค.) รัฐบาลสหพันธรัฐประกาศว่า ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้าง พยาบาล และเชฟ คือหนึ่งในตำแหน่งงานติด 10 อันดับงานต้องการคนทำงานมากที่สุดของออสเตรเลียในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า การเปิดเผยรายชื่อดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดด้านงานและทักษะของรัฐบาลออสเตรเลียที่กรุงแคนเบอร์รา ระหว่างวันที่ 1-2 ก.ย.นี้ ซึ่งจะมุ่งเน้นการจัดการกับปัญหาขาดแคลนคนทำงานในปัจจุบัน
แอนโทนี อัลบานิซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุว่าการประชุมระยะเวลา 2 วันดังกล่าวจะเป็นการรวมกันของสหภาพ กลุ่มธุรกิจ และผู้ที่มีส่วนช่วยในการบริหารภาคส่วนอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมระดับโลกของประเทศ เพื่อพิจารณาถึงวิธีการดำเนินการโดยทันทีต่อปัญหาขาดแคลนทักษะที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญ
ส่อง ‘10 ตำแหน่งงานแห่งอนาคต’
จากการแถลงของรัฐบาลถึงทักษะที่ได้รับการจัดความสำคัญเป็นอันดับแรก หรือ ‘งานแห่งอนาคต’ ที่คาดว่าจะมีความต้องการคนทำงานอย่างมากนั้น ได้แก่ตำแหน่งงานดังต่อไปนี้
- ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้าง (Construction managers)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (Civil engineering professionals)
- ครูในระดับเตรียมอนุบาล (Early childhood teachers)
- พยาบาลวิชาชีพ (Registered nurses)
- นักวิเคราะห์ธุรกิจและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ICT (information and communications technology) business and systems analysts)
- โปรแกรมเมอร์ซอฟท์แวร์ และโปรแกรมเมอร์แอปพลิเคชัน (Software and applications programmers)
- ช่างไฟฟ้า (Electricians)
- เชฟ (Chefs)
- ผู้ดูแลเด็กเล็ก (Child carers)
- ผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ (Aged and disability carers)
พิ-เชน ซีท (Pi-Shen Seet) ศาสตราจารย์วิชาผู้ประกอบการและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยอีดิธ โคแวน (Edith Cowan University) ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย อธิบายถึงรายชื่อดังกล่าวว่า “เป็นอาชีพที่หลากหลาย” และกล่าวว่า ออสเตรเลียมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งการฝึกอบรมคนทำงานในประเทศ และการใช้โครงการอพยพย้ายถิ่นของผู้มีทักษะ ในการเติมช่องว่างของตำแหน่งงานในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน

เพดานรับผู้อพยพย้ายถิ่นจะให้ความสำคัญกับคนทำงานมีทักษะ
โครงการอพยพย้ายถิ่นถาวรของออสเตรเลียสำหรับปีงบประมาณ 2022-23 ได้รับการกำหนดไว้ที่ 160,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับตำแหน่งรับผู้อพยพย้ายถิ่นสำหรับปีงบประมาณ 2021-22
ทว่าในปีงบประมาณ 2021-22 นั้นถูกแบ่งเป็นสัดส่วนเกือบเท่ากันระหว่างช่องทางแรงงานทักษะและครอบครัว แต่จากแผนล่าสุดของรัฐบาล เกณฑ์การรับผู้อพยพย้ายถิ่นถาวารในปีงบประมาณ 2022-23 จะให้ความสำคัญสำหรับคนทำงานมากกว่า
ปีหน้า ผู้อพยพย้ายถิ่นที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงออสเตรเลีย จะมีมากมากกว่า 2 ใน 3 ที่จะมาถึงด้วยช่องทางวีซ่าทักษะต่าง ๆ จำนวน 7 ช่องทาง
อย่างไรก็ตาม มีเสียงเรียกร้องจากกลุ่มล็อบบี้ธุรกิจและสหภาพต่าง ๆ ในการเพิ่มอัตรารับผู้อพยพย้ายถิ่นรายปีให้เป็น 200,000 ตำแหน่ง ในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในสถานประกอบการหลายแห่ง
ริชาร์ด มาลส์ (Richard Marles) รองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวสนับสนุนการรักษาระดับการอพยพย้ายถิ่นฐานให้กลับมาเป็นปกติ แต่ไม่เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมที่กำลังประสบวิกฤตขาดแคลนแรงงานทักษะได้ทั้งหมด
“การรักษาระดับการอพยพย้ายถิ่นฐานให้กลับมาเป็นเช่นเดียวกับก่อนการแพร่ระบาดใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ และแน่นอนว่าสิ่งนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา” คุณมาลส์กล่าวกับเครือข่ายโทรทัศน์เซเว่น
“แต่บทเรียนที่เราต้องเรียนรู้จากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในการปิดพรมแดน นั่นก็คือเราไม่ได้ฝึกอบรมคนของเราอย่างเพียงพอ”
การแสดงความเห็นของรองนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นหลังมีการเผยแพร่ผลสำรวจใหม่ที่ว่าจ้างให้มีการจัดทำโดยสหภาพแรงงานไฟฟ้า (Electrical Trade Union) ซึ่งเปิดเผยว่าลูกมือฝึกหัดอาชีพไฟฟ้าเพียงร้อยละ 52 ที่จบหลักสูตรและได้รับประกาศนียบัตร ขณะที่มีมากกว่า 1 ใน 3 ที่กำลังตัดสินใจจะลาออก
ศาสตราจารย์ซีท กล่าวว่า แม้การฝึกอบรมภายในประเทศจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำงานเหล่านั้นที่กำลังต้องการคนทำงานมาเติมเต็มนั้นไม่ได้อยู่ในออสเตรเลียเสมอไป ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน “มีความซับซ้อน”
“คุณจะทุ่มเงินเท่าไหร่ก็ได้สำหรับการฝึกอบรมและการฝึกทักษะ แต่ถ้าชาวออสเตรเลียไม่ต้องการที่จะทำงานเหล่านั้น และนายจ้างก็ไม่อยากใช้แรงจูงใจเพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้คนเหล่านั้นมาทำงาน เมื่อนั้นแล้วคุณก็จะมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งในเรื่องนี้ นั่นก็คือการนำคนที่ไม่ต้องการที่จะทำงานเข้ามาอีก” ศาสตราจารย์ซีทกล่าว
การย้ายถิ่นของแรงงานมีทักษะคือ “การแก้ปัญหาระยะสั้น”
หนึ่งในผู้ที่ได้รับเชิญที่คาดว่าจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านตำแหน่งงานและทักษะของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า คือ คริสติน ฮอลเกต (Christine Holgate) อดีตประธานบริหารไปรษณีย์ออสเตรเลีย (Australia Post) ซึ่งได้เคยโต้แย้งว่าการอพยพย้ายถิ่นเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ใช้แก้ปัญหาที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญแบบรวดเร็ว
“ฉันคิดว่าในระยะสั้น ผู้อพยพย้ายถิ่นมีทักษะบางส่วนจำเป็นที่จะต้องเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา เพราะว่า ... สำหรับหลายตำแหน่งในอุตสาหกรรมของเรา คุณต้องมีทักษะจริงๆ” คุณฮอลเกตกล่าวกับวิทยุเอบีซี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
คุณฮอลเกตได้เรียกร้องให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพของประชากรในประเทศ เพื่อเติมเต็มปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วยการศึกษาและการฝึกอบรมแทนการอพยพย้ายถิ่นฐาน
ขณะที่อัตราการว่างงานของประเทศลงลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 3.4 แต่ก็ยังคงมีชาวออสเตรเลียมากกว่า 1.8 ล้านคนที่กำลังมองหางานแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากต้องดูแลลูก
“หากเราพึ่งพาการอพยพย้ายถิ่นของแรงงานทักษะมากจนเกินไป เราก็จะไม่หันไปมองชายและหญิงในประเทศนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วพวกเขากำลังทำงานพาร์ทไทม์กันอยู่” คุณฮอลเกตกล่าว
“ฉันคิดว่าสิ่งที่มีความจำเป็นจริง ๆ ก็คือการให้คำมั่นในระยะยาวต่อการฝึกอบรมและการศึกษา และสิ่งนั้นควรจะเริ่มต้นตั้งแต่ในโรงเรียน”
ศาสตราจารย์ซีท กล่าวว่า สิ่งนี้คือตัวชี้วัดถึงความสำคัญในการประชุมสุดยอดด้านตำแหน่งงานและทักษะในเดือนหน้า ในการแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมแรงงานของออสเตรเลีย และยังคงทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีแรงดึงดูดให้ผู้อพยพย้ายถิ่นพิจารณา
“การประชุมสุดยอดด้านตำแหน่งงานและทักษะคือหนึ่งในพื้นที่ซึ่งต้องการให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน” ศาสตราจารย์ซีทกล่าว
“นายจ้างจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับสหภาพ รัฐต่าง ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับรัฐอื่น ๆ รัฐบาลสหพันธรัฐก็ต้องเป็นผู้เล่นที่ดีในการทำให้แน่ใจว่าผู้คนทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างบางสิ่งที่เป็นผลดีต่อทั้งชาวออสเตรเลียและผู้อพยพย้ายถิ่นเพื่อที่จะทำให้น่าสนใจพอ ๆ กัน”
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
