เอรอลตั้งตารอการเปลี่ยนกฎ ในวันนี้เขาได้บริจาคเลือดแบบเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

“นี่เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากสำหรับพวกเรา ที่ได้รู้สึกอย่างแท้จริงว่า เราได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมากขึ้น” เอรอล ดัลคิก กล่าว

The arm of a person holding a red stress ball while donating blood.

ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป มีการขยายเกณฑ์การบริจาคโลหิต Source: Getty / Westend61

สรุป

  • การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเปิดทางให้ชุมชน LGBTQI+ สามารถบริจาคโลหิตให้กับ Australian Red Cross Lifeblood ได้มากขึ้น
  • ผู้ชายรักร่วมเพศและไบเซ็กชวลสามารถบริจาคพลาสมาได้โดยไม่ต้องมีระยะเวลารอ หากผ่านเกณฑ์คุณสมบัติอื่น ๆ ครบถ้วน

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ทุกครั้งที่เอรอล ดัลคิกสั่งเลือดให้ผู้ป่วย เขามักนึกถึงความจริงที่ว่า ตัวเขาเองอาจไม่เคยได้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาชีวิตแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาได้บริจาคเลือดแบบเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก หลังหน่วยงานบริการโลหิต สภากาชาดออสเตรเลีย ( Australian Red Cross Lifeblood ) ปรับเปลี่ยนเกณฑ์ด้านพฤติกรรมทางเพศ เปิดทางให้ชุมชน LGBTQI+ สามารถบริจาคโลหิตได้มากขึ้น

เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Australian Associated Press (AAP) ว่า

“ผมเติบโตมาในยุค 90 หลังการระบาดของ HIV และเอดส์ครั้งใหญ่ ซึ่งในช่วงนั้น คนที่เหมือนกับผมถูกมองว่าร่างกายของผมนั้นอันตราย”

เขากล่าวว่า

“นี่เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างมาก ที่ทำให้พวกเรารู้สึกได้อย่างแท้จริงว่า เราได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมากขึ้น”

ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา แบบสอบถามก่อนการบริจาคโลหิตจะไม่สอบถามผู้ชายอีกต่อไปว่า เพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหรือไม่

แทนที่จะใช้คำถามที่แตกต่างกัน ผู้บริจาคทุกคนจะถูกสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศในรูปแบบเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ

มาตรการดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ชายรักร่วมเพศ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศที่อยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวแบบคู่เดียว สามารถบริจาคโลหิตได้มากขึ้น

โดยการประเมินคาดว่า หน่วยงานบริการโลหิต สภากาชาดออสเตรเลีย (Australian Red Cross Lifeblood) อาจได้รับการบริจาคเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 20,000 ครั้งต่อปี

ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ลักษณะดังกล่าว ยังคงสามารถบริจาคพลาสมาได้ หลัง Lifeblood ได้ยกเลิกข้อห้ามการบริจาคจากกลุ่มผู้ชายรักร่วมเพศ ไบเซ็กชวล และผู้หญิงข้ามเพศไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เรารอคอยการได้ช่วยบริจาคเลือดมานานแล้ว

ดัลคิกและเกรแฮม ออกัสต์ คู่ชีวิตของเขา ได้บริจาคโลหิตคนละ 15 ครั้งนับตั้งแต่มีการปรับกฎ และยังได้ตั้งทีมบริจาคชื่อ “Fruit Juice” เพื่อสนับสนุนสมาชิกในชุมชน LGBTQI+ ที่ต้องการมีส่วนร่วม

ออกัสต์ให้สัมภาษณ์กับ AAP ว่า

“เราชอบใช้คำว่า ‘การทำความดีแบบมีแรงผลัก’ เพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราอยากมีส่วนร่วม แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนการบอกว่า ในที่สุดเราก็ได้ทำหลังจากที่ต้องรอมานาน’”

เขายังกล่าวว่า

นี่คือเสียงจากชุมชนของเราที่บอกว่า เราอยู่ตรงนี้ เรารอคอยมานาน และนี่คือสิ่งดี ๆ ที่เราสามารถทำได้

ก่อนหน้านี้ กฎระเบียบได้จำกัดไม่ให้หลายคนสามารถบริจาคพลาสมาได้ หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

สำหรับออกัสต์ ซึ่งเติบโตมาโดยเห็นพ่อบริจาคเลือดมากกว่า 300 ครั้ง การที่เขาไม่สามารถทำเช่นเดียวกันได้ ทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรม

เขากล่าวว่า

มันเจ็บปวด เหมือนผมถูกกีดกัน ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งที่ผมเลือก

“ผมเห็นพ่อทำแบบนั้น เห็นคนอื่น ๆ ในชุมชนมีส่วนร่วม และตอนนี้การที่ผมทำได้เอง มันรู้สึกถูกต้องแล้ว”

ขณะนี้ ผู้ชายรักร่วมเพศ ไบเซ็กชวล และผู้ที่ใช้ยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (PrEP) สามารถบริจาคพลาสมาได้โดยไม่ต้องมีระยะเวลารอ หากผ่านเกณฑ์คุณสมบัติอื่น ๆ

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการวิจัยและการประเมินอย่างถี่ถ้วนซึ่งชี้ว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการบริจาค

ด้าน แคธ สโตน ผู้บริหารของ Australian Red Cross Lifeblood ระบุว่า

“เราขอขอบคุณทุกคนที่รอคอยมานานหลายปีเพื่อให้สามารถบริจาคได้”

“เรารอให้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน ก่อนจะดำเนินการปรับเปลี่ยนในเวลาที่เหมาะสม”


ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม


1 min read

Published

Updated

Presented by Chayada Powell

Source: AAP




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now