วัคซีนปฏิวัติวงการต้านโรคหนองในเทียม จุดความหวังช่วยชีวิตโคอาลาที่ใกล้สูญพันธุ์

นักวิจัยพัฒนาวัคซีนต้านโรคหนองในเทียม (chlamydia) สำหรับโคอาลาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก หลังใช้เวลาวิจัยยาวนานกว่าทศวรรษ โดยคาดว่าวัคซีนนี้จะช่วยต่อสู้กับโรคร้ายที่คุกคามจำนวนโคอาลาในออสเตรเลีย

A phone screen with social media apps.

วัคซีนต้านหนองในเทียมครั้งแรกของโลก ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานแล้ว Source: AAP / AAPIMAGE

วัคซีนต้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สร้างความหวังใหม่ที่อาจช่วยให้โคอาลา สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของออสเตรเลียรอดชีวิตมากขึ้น และอาจพัฒนาเป็นตัวยาสำหรับมนุษย์ในอนาคต

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซันไชน์โคสต์ ใช้เวลากว่าทศวรรษในการพัฒนาวัคซีนแบบฉีดครั้งเดียวเพื่อป้องกันโรคหนองในเทียม (chlamydia) ในโคอาลา

นอกเหนือจากการสูญเสียถิ่นอาศัยและอุบัติเหตุจากการถูกรถชนแล้ว โรคหนองในเทียมถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามหลักต่อจำนวนโคอาลา ซึ่งโรคนี้ก่อให้เกิดอาการตาบอด ปอดบวม การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ ภาวะมีบุตรยาก และการเสียชีวิต

“โรคหนองในเทียมส่งผลกระทบต่อโคอาลามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโคอาลาทั้งหมด ดังนั้นเราจึงต้องการคิดค้นวิธีรักษาโรคนี้” ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ทิมส์ จากศูนย์นวัตกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยซันไชน์โคสต์ กล่าว

วัคซีนได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติของออสเตรเลีย (Australian Pesticides and Veterinary Medical Authority)

ศาสตราจารย์ทิมส์กล่าวว่า จากการศึกษาประชากรโคอาลาที่ใช้วัคซีนตลอดระยะเวลา 10 ปี พบว่าอัตราการติดเชื้อลดลงและผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโคอาลาวัยเจริญพันธุ์

เขาหวังว่าวัคซีนจะเริ่มนำมาใช้อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2026 โดยจะเริ่มฉีดให้โคอาลาในโรงพยาบาลสัตว์ป่าก่อน จากนั้นจึงขยายไปสู่โคอาลาที่อยู่ในธรรมชาติ

ศ. ทิมส์ระบุว่า มีหลักฐานชี้ว่าโคอาลามีความอ่อนไหวต่อการระบาดของโรคหนองในเทียมมากขึ้น เนื่องจากความเครียดเรื้อรังที่เกิดจากการสูญเสียถิ่นอาศัย ไฟป่า และภัยแล้ง

“เรามีตัวอย่างในพื้นที่อย่างทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่ระดับการติดเชื้อหนองในเทียมเพิ่มจากระดับต่ำมากจนเกือบถึง 80 เปอร์เซ็นต์” เขากล่าว

จากการศึกษาพบว่ามีความสัมพันธ์กันระหว่างอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคหนองในเทียมกับการถางป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของโคอาลา ศ. ทิมส์ย้ำว่าการสูญเสียถิ่นอาศัยยังคงเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อการอยู่รอดของโคอาลาโดยรวม

“ปัญหาของการปลูกต้นไม้ก็คือใช้เวลานานกว่าจะเติบโต ขณะที่วัคซีนสำหรับรักษาโรคหนองในเทียมสามารถออกฤทธิ์ได้ทันที” เขากล่าว

ศ. ทิมส์ยังเสริมด้วยว่า การพัฒนาวัคซีนนี้มีศักยภาพที่จะช่วยต่อสู้กับโรคหนองในเทียมในมนุษย์ได้เช่นกัน

องค์การอนามัยโลกประเมินว่า ในปี 2020 มีผู้ติดเชื้อโรคหนองในเทียมรายใหม่มากกว่า 128 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรอายุ 15–49 ปี

ศาสตราจารย์ทิมส์กล่าวว่า “ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับสิ่งที่เราทำในเรื่องวัคซีนสำหรับโคอาลา ดังนั้นยังมีบทเรียนที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาวัคซีนสำหรับมนุษย์ได้เช่นกัน”


Share

1 min read

Published

Presented by Chayada Powell

Source: AAP




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now