สรุปประเด็นสำคัญ
- อินเดีย อังกฤษ จีน นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์ เป็น 5 ประเทศของประชากรเกิดในต่างประเทศที่ย้ายมาออสเตรเลีย
- อินเดียแซงหน้าอังกฤษไปอย่างฉิวเฉียดในปี 2025 กลายเป็นประเทศที่มีอัตราผู้ย้ายถิ่นในออสเตรเลียเป็นครั้งแรก
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
อังกฤษถูกอินเดียแซงหน้าขึ้นเป็นประเทศต้นกำเนิดชาวต่างชาติอันดับหนึ่งของออสเตรเลียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล
ในปี 2025 ประชากรที่เกิดในอินเดียมีสัดส่วนมากที่สุดในกลุ่มผู้ย้ายถิ่นที่เกิดในต่างประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยแซงหน้าประชากรที่เกิดในอังกฤษไปอย่างฉิวเฉียด
ข้อมูลใหม่จากสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่า ประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายนปีที่แล้ว มีจำนวน 27.6 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่เกิดในต่างประเทศ 8.83 ล้านคน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประชากรของออสเตรเลียเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8 ล้านคน จาก 23.8 ล้านคนในปี 2015
สัดส่วนของผู้ที่เกิดในต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 32 ของประชากรทั้งหมดที่คาดการณ์ไว้
ครั้งสุดท้ายที่สัดส่วนสูงเช่นนี้คือในปี 1891 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการอพยพในระดับสูงในช่วงปลายยุคตื่นทอง
ระดับดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง โดยแตะระดับต่ำสุดที่ร้อยละ 9.8 ในปี 1947 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอัตราการย้ายถิ่นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยมา

ผู้อพยพแต่ละคนมาจากไหนกันบ้าง?
จากจำนวนประชากรที่เกิดในต่างประเทศ 8.83 ล้านคน มี 971,020 คนที่เกิดในอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้อพยพเพิ่มขึ้นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา
ขณะที่มีผู้คนประมาณ 970,950 คนที่เกิดในอังกฤษ ทำให้ปี 2025 เป็นปีที่สองติดต่อกันที่มีจำนวนผู้อพยพจากประเทศนี้เพิ่มขึ้น
ทว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การอพยพจากอังกฤษลดลงอย่างต่อเนื่องจากจุดสูงสุดที่มีมากกว่าหนึ่งล้านคนในปี 2013
กลุ่มประชากรที่ไม่ได้เกิดในออสเตรเลียกลุ่มใหญ่เป็นอันดับสามคือชาวจีน ซึ่งมีจำนวน 732,000 คน นี่เป็นจุดสูงสุดอีกครั้งของผู้อพยพที่เกิดในจีน ซึ่งเพิ่มขึ้น 32,000 คนจากจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ในปี 2024
ผู้อพยพจากนิวซีแลนด์เป็นกลุ่มประชากรที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ เพิ่มขึ้นจาก 618,000 คนในปี 2024 เป็น 638,000 คนในปี 2025

ส่วนอันดับ 5 ได้แก่ประชากรจากฟิลิปปินส์ โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้อพยพจากฟิลิปปินส์ประมาณ 412,530 คนในปี 2025 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่ปี 2015
ประเทศต้นกำเนิดรองลงมาสำหรับผู้พำนักอาศัยในออสเตรเลียที่เกิดในต่างประเทศ ได้แก่ เวียดนาม แอฟริกาใต้ เนปาล ศรีลังกา และมาเลเซีย
จากสถิติของ ABS แสดงให้เห็นว่าประชากรที่เกิดในอิตาลีและอังกฤษมีจำนวนลดลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2015
ทั้งสองกลุ่มมีอายุเฉลี่ย 60 ปีขึ้นไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับการอพยพเข้าออสเตรเลียจากประเทศเหล่านี้ในระดับสูงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
อายุเฉลี่ยของประชากรของออสเตรเลียที่เกิดในต่างประเทศในปัจจุบันอยู่ที่ 43 ปี ลดลงจาก 46 ปีในปี 2005 ในขณะที่อายุเฉลี่ยของประชากรที่เกิดในออสเตรเลียอยู่ที่ 35 ปี เพิ่มขึ้นจาก 33 ปีเมื่อเทียบกับสองทศวรรษก่อน
ข้อถกเถียงเรื่องผู้อพยพ
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่แปดของโลกในด้านประชากรจากจำนวนผู้อพยพ
สหรัฐอเมริกามีจำนวนผู้อพยพระหว่างประเทศมากกว่าประเทศอื่น ๆ โดยมีอยู่ถึง 52.38 ล้านคน
โครงการย้ายถิ่นฐานถาวรของออสเตรเลียปี 2025-2026 ตั้งเป้าที่จะรับผู้อพยพ 185,000 คนเข้าประเทศ ส่วนใหญ่ผ่านทาง "แรงงานฝีมือ"
คาดการณ์ว่าในปี 2025-2026 การย้ายถิ่นฐานสุทธิจากต่างประเทศจะอยู่ที่ 260,000 คน ลดลงจากจุดสูงสุดหลังสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2022-2023
โทนี่ เบิร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกโรงปกป้องการย้ายถิ่นฐานอย่างแข็งขันหลังจากที่เมื่อเร็ว ๆ นี้
ฝ่ายค้านได้ออกมาประกาศแผนการปฏิรูปนโยบายการย้ายถิ่นฐานของออสเตรเลีย
“ออสเตรเลียสมัยใหม่และออสเตรเลียพหุวัฒนธรรมคือสิ่งเดียวกัน” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายน
“เมื่อผู้คนบอกว่าพวกเขารักออสเตรเลีย ผมก็รัก และเกือบทุกคนในทวีปนี้ก็รัก ออสเตรเลียสมัยใหม่คือสิ่งที่พวกเขารัก และเราเป็นประเทศพหุวัฒนธรรม”
ด้านแองกัส เทย์เลอร์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้แถลงนโยบายหลักครั้งแรกในฐานะผู้นำพรรค โดยประณาม “มาตรฐานการเข้าเมืองที่ลดลง” และเสนอวางแผนระบบใหม่ที่ยึดหลัก “ค่านิยมแบบออสเตรเลีย”
“จำนวนผู้อพยพสูงเกินไป” เทย์เลอร์กล่าว “การนำค่านิยมแบบออสเตรเลียมาเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายการเข้าเมืองนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องวิถีชีวิตของเรา”
ทั้งนี้มีการคาดว่าประชากรของออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 ในปี 2025-26 และคาดว่าจะถึง 31.5 ล้านคนภายในปี 2035-36
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม
