สรุปประเด็น
- ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติ ก่อนการแข่งขันกับเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์
- ท่าทีดังกล่าวทำให้พวกเธอถูกโจมตีอย่างหนักในสื่อของอิหร่าน และก่อให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัย หากต้องเดินทางกลับประเทศ
- ขณะเดียวกัน มีการเรียกร้องให้ทางการออสเตรเลียเข้ามาให้การคุ้มครองทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน ขณะที่พวกเธอกำลังจะจบภารกิจการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
หลายฝ่ายมีความกังวลอย่างมากว่านักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านอาจเผชิญการลงโทษ หากต้องเดินทางกลับประเทศ หลังจากพวกเธอปฏิเสธร้องเพลงชาติก่อนการแข่งขันนัดเปิดสนามกับเกาหลีใต้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์
สื่อของรัฐในอิหร่านได้เผยแพร่ภาพผู้ประกาศข่าวรายหนึ่งวิจารณ์การกระทำของนักกีฬา โดยระบุว่าเป็น “พฤติกรรมที่น่าละอายและเป็นการทรยศต่อชาติ” พร้อมเรียกนักเตะเหล่านี้ว่าเป็นผู้ทรยศ
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านอาจเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกลงโทษ เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศ
ภายใต้กฎหมายของอิหร่าน ความผิดในข้อหา คอร์รัปชันและการทรยศต่อชาติ อาจมีโทษร้ายแรงถึงขั้น ประหารชีวิต ได้
ขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านได้กลับมาร้องเพลงชาติและทำความเคารพธงชาติ
ก่อนการแข่งขันนัดที่สองกับออสเตรเลียในคืนวันพฤหัสบดี หลังมีรายงานว่าพวกเธอได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ปฏิบัติเช่นนั้น
จดหมายฉบับหนึ่งที่ลงนามโดย องค์กรชุมชนชาวอิหร่านและกลุ่มภาคประชาสังคม 12 แห่ง ได้ถูกส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย โทนี เบิร์ก
ในจดหมายระบุถึง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อความปลอดภัยของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน พร้อมระบุว่าสถานการณ์สงครามในอิหร่านขณะนี้ยิ่งทำให้การปราบปราม ความหวาดกลัว และความเสี่ยงต่อผู้ที่ถูกมองว่าเป็นผู้ทรยศเพิ่มสูงขึ้น
จดหมายเรียกร้องให้ นักเตะทุกคนยังคงอยู่ในออสเตรเลีย ตราบใดที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเธอ พร้อมเสนอให้มี การให้คำปรึกษาทางกฎหมายอย่างอิสระ
และให้รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะปฏิบัติตาม พันธกรณีด้านมนุษยธรรม ต่อผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกข่มเหงหรือได้รับอันตราย
ในจดหมายยังระบุว่า
“นักเตะเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนักกีฬาที่มาแข่งขัน แต่เป็นผู้หญิงที่อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐเผด็จการที่มีประวัติยาวนานในการลงโทษผู้ที่ถูกมองว่าไม่เชื่อฟัง ไม่ว่าจะผ่านการข่มขู่ บีบบังคับ การทรมาน หรือการตอบโต้ต่อสมาชิกในครอบครัว”
นอกจากนี้ กลุ่มองค์กรที่อยู่เบื้องหลังจดหมายยังได้เปิด การรณรงค์ลงชื่อออนไลน์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วมากกว่า 51,000 คน
ยังไม่ชัดเจนว่าออสเตรเลียจะสามารถหรือจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดได้บ้าง เนื่องจากมีความกังวลว่าหากนักฟุตบอลหญิงเหล่านี้ยื่นขอลี้ภัย สมาชิกครอบครัวของพวกเธอที่อยู่ในอิหร่านอาจตกอยู่ในอันตราย
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลีย เพนนี หว่อง ไม่ได้เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ติดต่อกับนักเตะหรือไม่ แต่ระบุว่าออสเตรเลียยืนหยัดเคียงข้างพวกเธอ
เธอกล่าวในรายการ Insiders ของสถานี ABC เมื่อวันอาทิตย์ว่า
“ชาวออสเตรเลียจำนวนมากรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นพวกเธออยู่ที่นี่ และช่วงเวลาที่ทีมมาทิลดา (Matildas) แลกเสื้อกับพวกเธอนั้น เป็นภาพที่เต็มไปด้วยความหมายและสะท้อนความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง”
อดีตชาวออสเตรเลียแห่งปีและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เครก ฟอสเตอร์ เรียกร้องให้องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลระดับโลก
ได้แก่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ปฏิบัติตามหน้าที่ในการคุ้มครองความปลอดภัยของนักกีฬา
ฟอสเตอร์ระบุว่า หากนักเตะคนใดรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะระหว่างอยู่กับทีม หรือหลังการแข่งขัน พวกเธอมีสิทธิแจ้งเรื่องต่อ AFC และ FIFA และองค์กรเหล่านี้ต้องดำเนินการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเธอทันที
เขายังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลออสเตรเลียควรรับรองว่า ไม่มีนักเตะคนใดถูกบังคับให้ออกจากประเทศโดยขัดต่อความสมัครใจ และควรเปิดโอกาสให้ตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น
การประท้วงหลังอิหร่านตกรอบเอเชียนคัพ
หลังจากทีมอิหร่านพ่ายแพ้ต่อทีมฟิลิปปินส์ 2–0 ส่งผลให้ตกรอบการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพเมื่อวันอาทิตย์ ทีมต้องเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงขวางรถบัสของทีมขณะกำลังเดินทางออกจากสนาม
เหตุการณ์ชุลมุนกินเวลาประมาณ 15 นาที โดยผู้ประท้วงราว 200 คน ทุบด้านข้างรถบัสและตะโกนว่า “ปล่อยพวกเธอไป” จนตำรวจต้องเข้ามาแทรกแซงและควบคุมสถานการณ์
ขณะที่รถบัสค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ นักฟุตบอลหญิงอิหร่านบางคนยังถูกบันทึกภาพขณะ ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพการประท้วงที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจาก ซารา เอ็กเกสวิก และ แชนด์เลอร์ แมคแดเนียล ของทีมฟิลิปปินส์ทำสองประตูสำคัญ ส่งผลให้ทีมอิหร่านพ่ายแพ้และตกรอบการแข่งขัน โดยจบอันดับสี่ของกลุ่มเอ
ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทีมอิหร่านได้ ร้องเพลงชาติและทำความเคารพแบบทหาร อีกครั้ง
ด้านหัวหน้าผู้ฝึกสอน มาร์เซียห์ จาฟารี กล่าวว่าทีมต้องการเดินทางกลับอิหร่านโดยเร็วที่สุด
“พวกเราอยากกลับอิหร่านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” เธอกล่าว
“ฉันอยากอยู่ในประเทศของฉันกับประชาชนชาวอิหร่าน พวกเราต้องการกลับบ้าน"
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram
