เรียกร้องรัฐบาลออสเตรเลียอนุญาตทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านอยู่ต่อจนกว่าจะปลอดภัย

องค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมหลายแห่งได้ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่ง ต่อความปลอดภัยของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน

A team of female soccer players from the Iranian national team, wearing red kits and black hijabs, poses for a group photo on a rainy pitch before a match.

เส้นทางการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพของทีมชาติอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ หลังพ่ายให้กับทีมฟิลิปปินส์ 2–0 Source: SIPA USA / Matthew Starling

สรุปประเด็น

  • ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติ ก่อนการแข่งขันกับเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์
  • ท่าทีดังกล่าวทำให้พวกเธอถูกโจมตีอย่างหนักในสื่อของอิหร่าน และก่อให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัย หากต้องเดินทางกลับประเทศ
  • ขณะเดียวกัน มีการเรียกร้องให้ทางการออสเตรเลียเข้ามาให้การคุ้มครองทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน ขณะที่พวกเธอกำลังจะจบภารกิจการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

หลายฝ่ายมีความกังวลอย่างมากว่านักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านอาจเผชิญการลงโทษ หากต้องเดินทางกลับประเทศ หลังจากพวกเธอปฏิเสธร้องเพลงชาติก่อนการแข่งขันนัดเปิดสนามกับเกาหลีใต้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์

สื่อของรัฐในอิหร่านได้เผยแพร่ภาพผู้ประกาศข่าวรายหนึ่งวิจารณ์การกระทำของนักกีฬา โดยระบุว่าเป็น “พฤติกรรมที่น่าละอายและเป็นการทรยศต่อชาติ” พร้อมเรียกนักเตะเหล่านี้ว่าเป็นผู้ทรยศ

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านอาจเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกลงโทษ เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศ

ภายใต้กฎหมายของอิหร่าน ความผิดในข้อหา คอร์รัปชันและการทรยศต่อชาติ อาจมีโทษร้ายแรงถึงขั้น ประหารชีวิต ได้

ขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านได้กลับมาร้องเพลงชาติและทำความเคารพธงชาติ

ก่อนการแข่งขันนัดที่สองกับออสเตรเลียในคืนวันพฤหัสบดี หลังมีรายงานว่าพวกเธอได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ปฏิบัติเช่นนั้น

จดหมายฉบับหนึ่งที่ลงนามโดย องค์กรชุมชนชาวอิหร่านและกลุ่มภาคประชาสังคม 12 แห่ง ได้ถูกส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย โทนี เบิร์ก

ในจดหมายระบุถึง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อความปลอดภัยของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน พร้อมระบุว่าสถานการณ์สงครามในอิหร่านขณะนี้ยิ่งทำให้การปราบปราม ความหวาดกลัว และความเสี่ยงต่อผู้ที่ถูกมองว่าเป็นผู้ทรยศเพิ่มสูงขึ้น

จดหมายเรียกร้องให้ นักเตะทุกคนยังคงอยู่ในออสเตรเลีย ตราบใดที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเธอ พร้อมเสนอให้มี การให้คำปรึกษาทางกฎหมายอย่างอิสระ

และให้รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะปฏิบัติตาม พันธกรณีด้านมนุษยธรรม ต่อผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกข่มเหงหรือได้รับอันตราย

ในจดหมายยังระบุว่า

“นักเตะเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนักกีฬาที่มาแข่งขัน แต่เป็นผู้หญิงที่อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐเผด็จการที่มีประวัติยาวนานในการลงโทษผู้ที่ถูกมองว่าไม่เชื่อฟัง ไม่ว่าจะผ่านการข่มขู่ บีบบังคับ การทรมาน หรือการตอบโต้ต่อสมาชิกในครอบครัว”

นอกจากนี้ กลุ่มองค์กรที่อยู่เบื้องหลังจดหมายยังได้เปิด การรณรงค์ลงชื่อออนไลน์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วมากกว่า 51,000 คน

ยังไม่ชัดเจนว่าออสเตรเลียจะสามารถหรือจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดได้บ้าง เนื่องจากมีความกังวลว่าหากนักฟุตบอลหญิงเหล่านี้ยื่นขอลี้ภัย สมาชิกครอบครัวของพวกเธอที่อยู่ในอิหร่านอาจตกอยู่ในอันตราย

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลีย เพนนี หว่อง ไม่ได้เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ติดต่อกับนักเตะหรือไม่ แต่ระบุว่าออสเตรเลียยืนหยัดเคียงข้างพวกเธอ

เธอกล่าวในรายการ Insiders ของสถานี ABC เมื่อวันอาทิตย์ว่า

“ชาวออสเตรเลียจำนวนมากรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นพวกเธออยู่ที่นี่ และช่วงเวลาที่ทีมมาทิลดา (Matildas) แลกเสื้อกับพวกเธอนั้น เป็นภาพที่เต็มไปด้วยความหมายและสะท้อนความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง”

อดีตชาวออสเตรเลียแห่งปีและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เครก ฟอสเตอร์ เรียกร้องให้องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลระดับโลก

ได้แก่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ปฏิบัติตามหน้าที่ในการคุ้มครองความปลอดภัยของนักกีฬา

ฟอสเตอร์ระบุว่า หากนักเตะคนใดรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะระหว่างอยู่กับทีม หรือหลังการแข่งขัน พวกเธอมีสิทธิแจ้งเรื่องต่อ AFC และ FIFA และองค์กรเหล่านี้ต้องดำเนินการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเธอทันที

เขายังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลออสเตรเลียควรรับรองว่า ไม่มีนักเตะคนใดถูกบังคับให้ออกจากประเทศโดยขัดต่อความสมัครใจ และควรเปิดโอกาสให้ตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น

การประท้วงหลังอิหร่านตกรอบเอเชียนคัพ

หลังจากทีมอิหร่านพ่ายแพ้ต่อทีมฟิลิปปินส์ 2–0 ส่งผลให้ตกรอบการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพเมื่อวันอาทิตย์ ทีมต้องเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงขวางรถบัสของทีมขณะกำลังเดินทางออกจากสนาม

เหตุการณ์ชุลมุนกินเวลาประมาณ 15 นาที โดยผู้ประท้วงราว 200 คน ทุบด้านข้างรถบัสและตะโกนว่า “ปล่อยพวกเธอไป” จนตำรวจต้องเข้ามาแทรกแซงและควบคุมสถานการณ์

ขณะที่รถบัสค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ นักฟุตบอลหญิงอิหร่านบางคนยังถูกบันทึกภาพขณะ ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพการประท้วงที่เกิดขึ้น

A group of protesters are seen around a bus transporting football players after a match.
ผู้สนับสนุนพยายามขวางรถบัสที่กำลังพาทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านเดินทางออกจากสนาม หลังทีมตกรอบการแข่งขันเอเชียนคัพ Source: AAP / Dave Hunt

เหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจาก ซารา เอ็กเกสวิก และ แชนด์เลอร์ แมคแดเนียล ของทีมฟิลิปปินส์ทำสองประตูสำคัญ ส่งผลให้ทีมอิหร่านพ่ายแพ้และตกรอบการแข่งขัน โดยจบอันดับสี่ของกลุ่มเอ

ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทีมอิหร่านได้ ร้องเพลงชาติและทำความเคารพแบบทหาร อีกครั้ง

ด้านหัวหน้าผู้ฝึกสอน มาร์เซียห์ จาฟารี กล่าวว่าทีมต้องการเดินทางกลับอิหร่านโดยเร็วที่สุด

“พวกเราอยากกลับอิหร่านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” เธอกล่าว

“ฉันอยากอยู่ในประเทศของฉันกับประชาชนชาวอิหร่าน พวกเราต้องการกลับบ้าน"


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


1 min read

Published

Presented by Chayada Powell

Source: AAP, SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now