The Big Brief: มารู้จัก โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER (5).jpg

Credit: AFP

โมจตาบา บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านต่อจากบิดาที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มการเมืองสายแข็งยังคงมีอำนาจควบคุมประเทศอย่างมั่นคง


สรุปประเด็นสำคัญ
  • โมจตาบา ได้สั่งสมอำนาจภายใต้ปีกบิดาของเขา โดยเขาเป็นบุคคลสำคัญที่ใกล้ชิดกับกองกำลังความมั่นคง
  • ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามทำให้เขามีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในโครงสร้างทางการเมืองและความมั่นคงของอิหร่าน

โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นองค์กรนักบวชระดับสูง โดยมีการเผยแพร่แถลงการณ์ดังกล่าวไม่นานหลังเที่ยงคืนของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นในอิหร่าน

โดยที่มีตัวเต็งคนอื่น ๆ ที่มีแววจะก้าวขึ้นในตำแหน่งผู้นำสูงสุด ได้แก่ อาลีเรซา อาราฟี หนึ่งในสมาชิกสามคนของคณะผู้นำชั่วคราวที่กำลังบริหารประเทศ โมห์เซน อารากี นักการเมืองสายแข็ง และฮัสซัน โคไมนี หลานชายของอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 1979

อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด สภาผู้เชี่ยวชาญได้เลือกโมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการสืบทอดอำนาจในลักษณะกึ่งสายเลือด ทั้งที่ก่อนหน้านี้บิดาของเขาเคยปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวด้วยเหตุผลด้านหลักการเมื่อปี 2024

อิหร่านมีการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ซึ่งทำให้ยุติระบอบราชวงศ์ที่ปกครองอิหร่านมายาวนานหลายศตวรรษภายใต้การนำของชาห์

สมาชิกคนหนึ่งของสภา คือ อยาตอลเลาะห์ โมห์เซน ไฮดารี อาเลกาซีร์ กล่าวในวิดีโอเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า

ได้มีการเลือกผู้สมัครรายหนึ่งตามแนวทางของอาลี คาเมเนอี ที่ระบุว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านควรเป็นบุคคลที่ “ศัตรูเกลียดชัง”

เขากล่าวว่า “แม้แต่ ‘มหาซาตาน’ อย่างสหรัฐอเมริกา ก็ยังเอ่ยถึงชื่อของเขา หลังจากไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเลือกโมจตาบาเป็นผู้นำสูงสุดนั้นเป็นสิ่งที่เขา “ไม่อาจยอมรับได้”

ผู้กุมอิทธิพลข้างกายบิดา

โมจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน ปี 1969 ที่เมืองศักดิ์สิทธิ์มาชฮัด ทางตะวันออกของอิหร่าน เขาเป็นหนึ่งในบุตรทั้งหกคนของผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตด้วยวัย 86 ปี เมื่อกว่า 1 สัปดาห์ก่อนในกรุงเตหะราน ระหว่างการโจมตีทางอากาศระลอกแรกของสหรัฐและอิสราเอล ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดสงครามในตะวันออกกลาง

เนื่องจากเขาไม่ค่อยปรากฏตัวในพิธีการทางการและสื่อมวลชน อิทธิพลที่แท้จริงของโมจตาบาจึงเป็นประเด็นที่ถูกคาดการณ์และถกเถียงกันมานาน ทั้งในหมู่ชาวอิหร่านและในแวดวงการทูต

เขาเป็นบุตรเพียงคนเดียวของอดีตผู้นำสูงสุดที่มีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการอย่างเป็นทางการก็ตาม

นักบวชผู้นี้ ซึ่งมีเคราแซมขาวดำ และสวมผ้าโพกศีรษะสีดำของ ซัยยิด ซึ่งเป็น สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่าตระกูลของเขาสืบเชื้อสายมาจากศาสดามุฮัมมัด โมจตาบา คาเมเนอี ถูกมองโดยบางฝ่ายว่าเป็นผู้ทำงานอยู่เบื้องหลัง และมีบทบาทในการชักใยอำนาจในศูนย์กลางการเมืองของอิหร่าน

เขาถูกมองว่าใกล้ชิดกับกลุ่มอนุรักษนิยม โดยเฉพาะจากความสัมพันธ์กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ซึ่งเป็นกำลังสำคัญเชิงอุดมการณ์ของกองทัพสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีมาตั้งแต่ช่วงที่เขาเคยรับราชการในหน่วยรบช่วงปลายของสงครามอิรัก–อิหร่าน ซึ่งดำเนินระหว่างปี 1980 ถึง 1988

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่า ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ IRGC ทำให้เขามีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในโครงสร้างการเมืองและความมั่นคงของอิหร่าน

และยังได้สร้างบทบาททางอำนาจเบื้องหลัง ในฐานะบุคคลใกล้ชิดที่ทำหน้าที่ควบคุมการเข้าถึงบิดาของเขา ผู้เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ

มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและความเชื่อมโยงกับกองกำลังความมั่นคง

กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตร โมจตาบา คาเมเนอี ในปี 2019 ระหว่างวาระแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าเขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้นำสูงสุด แม้จะไม่เคยได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ นอกเหนือจากการทำงานในสำนักงานของบิดา

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า อาลี คาเมเนอี ได้มอบหมายความรับผิดชอบด้านการนำประเทศบางส่วนให้แก่บุตรชายของเขา

ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับกองกำลังความมั่นคงของอิหร่าน เพื่อผลักดันนโยบายระดับภูมิภาคที่ถูกมองว่าสร้างความไม่มั่นคง รวมถึงเป้าหมายภายในประเทศที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการกดขี่

ฝ่ายตรงข้ามยังกล่าวหาเขาว่ามีบทบาทในการปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง หลังการเลือกตั้งซ้ำของประธานาธิบดีสายอนุรักษนิยมจัด มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ในปี 2009 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวประท้วงครั้งใหญ่

ขณะเดียวกัน การสืบสวนของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวนิรนามและรายงานจากหน่วยข่าวกรองของชาติตะวันตก ระบุว่า โมจตาบา คาเมเนอี สั่งสมทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากการสืบสวนดังกล่าว เงินจากการขายน้ำมันถูกนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรูในสหราชอาณาจักร โรงแรมในยุโรป และทรัพย์สินในนครดูไบ ผ่านบริษัทบังหน้าที่ตั้งอยู่ในแหล่งหลบเลี่ยงภาษี

ในด้านศาสนา โมจตาบา คาเมเนอี ศึกษาด้านเทววิทยาที่เมืองศักดิ์สิทธิ์กุม ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขายังเคยสอนหนังสือด้วย

เขาได้รับตำแหน่งทางศาสนาในระดับ ฮุจญัต อัล-อิสลาม ซึ่งเป็นตำแหน่งของนักบวชระดับกลาง ต่ำกว่าตำแหน่งอยาตอลเลาะห์ที่บิดาของเขา รวมถึงอดีตผู้นำการปฏิวัติ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี

จากการเปิดเผยของทางการอิหร่านภรรยาของเขา ซาห์รา ฮัดดัด-อาเดล บุตรสาวของอดีตประธานรัฐสภา ก็เสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลครั้งเดียวกับที่คร่าชีวิตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

อิสราเอลได้ออกคำเตือนอย่างชัดเจนต่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ รวมถึงผู้ที่มีส่วนในการเลือกเขา โดยระบุว่า “อิสราเอลจะยังคงติดตามผู้สืบทอดตำแหน่งคนใดก็ตาม และผู้ที่พยายามแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งคนต่อไป”

สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านมีสมาชิกทั้งหมด 88 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งทุก 8 ปี

จนถึงปัจจุบัน สภาดังกล่าวเคยทำหน้าที่กำกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านผู้นำเพียงครั้งเดียว คือเมื่อปี 1989 หลังการเสียชีวิตของรูฮอลเลาะห์ โคไมนี และมีการเลือกอาลี คาเมเนอีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now