คนไทยในบริสเบนเผยเหตุการณ์ถูกทำร้ายร่างกายพร้อมคำพูดต่อต้านผู้อพยพย้ายถิ่นเขาบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มุมมองต่อความปลอดภัยและสังคมพหุวัฒนธรรมของออสเตรเลียเปลี่ยนไป
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
สมาชิกชุมชนไทยในนครบริสเบน เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทยว่าถูกชายคนหนึ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายในย่านใจกลางนครบริสเบน พร้อมตะโกนข้อความต่อต้านผู้อพยพ
เขาบอกว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ความรู้สึกต่อออสเตรเลียในฐานะประเทศที่ปลอดภัยและเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมเปลี่ยนไป
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเด็นการย้ายถิ่น การเหยียดเชื้อชาติ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคมกำลังได้รับความสนใจในออสเตรเลีย
จากข้อมูลของ Australian Human Rights Commission ระบุใน Australian Human Rights Assessment 2026 ว่า การเหยียดเชื้อชาติ ความแตกแยกและการแบ่งขั้วในสังคมกำลังเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับความรู้สึกต่อต้านผู้ย้ายถิ่น
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอีกด้านหนึ่งชี้ว่า การสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมในออสเตรเลียยังอยู่ในระดับสูง แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ย้ายถิ่นที่เดินทางเข้าประเทศ
รายงาน Mapping Social Cohesion 2025 ของ Scanlon Foundation Research Institute ยังพบความแตกต่างด้านความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และรายงานยังพบว่า ผู้ที่มีภูมิหลังจากประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ มีความรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออสเตรเลียน้อยกว่าคนบางกลุ่ม
ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
ดร.ภูพิงค์ (ปุย) สุจริตกุล เปิดเผยกับเอสบีเอสไทยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม หลังจากเขาและแฟนรับประทานอาหารในย่าน CBD ของบริสเบน และกำลังเดินไปยังร้านขนมแห่งหนึ่ง
ระหว่างทางเขาเดินผ่านครอบครัวหนึ่งซึ่งมีสมาชิกสามคน ก่อนจะได้ยินเสียงคนวิ่งตามมาจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไป เขาบอกว่าชายคนหนึ่งเข้ามาประชิดตัวและตะโกนว่า “get out immigrant” ก่อนชกเขาที่หลังสองครั้ง เขาเล่าว่า
ได้ยินเสียงเหมือนคนวิ่งมาข้างหลังก็เลยหันไปดู พอหันไปเค้าเข้ามาใกล้ตัวแล้ว แล้วเค้าก็ตะโกนขึ้นมาเลยว่า get out immigrant! get out immigrant! แล้วเค้าก็ชกมา ที่หลัง 2 ทีภูพิงค์ (ปุย) สุจริตกุล
และเพียงอีกอึดใจเขาก็ได้ยินชายคนดังกล่าวยกแขนชูขึ้นพร้อมตะโกนว่า Pauline Hanson way to go!
ปุยรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงรีบวิ่งไปร้านของหวานข้างหน้าซึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและรีบโทรหาตำรวจ เขาเปิดเผยความรู้สึกในขณะนั้นว่า
“ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นเลยคือมันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เหรอที่ออสเตรเลีย เราเคยแต่ดูข่าวว่ามันเกิดขึ้นที่ประเทศอื่น"
โฆษกสำนักงานตำรวจควีนส์แลนด์ยืนยันกับเอสบีเอส ไทยว่า ตำรวจกำลังสอบสวนเหตุทำร้ายร่างกายที่ได้รับแจ้งในนครบริสเบน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม
ตำรวจระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ชายสองคนที่กำลังเดินอยู่บนถนนอัลเบิร์ต ถูกชายที่ไม่รู้จักเข้ามาตีที่บริเวณหลัง
ตำรวจระบุว่า ชายคนดังกล่าวมีลักษณะเป็นชายผิวขาว สูงประมาณ 175 เซนติเมตร รูปร่างปานกลาง ไม่โกนหนวด สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีขาว และคาดว่ามีอายุประมาณ 50 ปี
ตำรวจขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยขณะนี้การสอบสวนยังดำเนินอยู่
We are not welcome here
ปุยเดินทางมาเรียนที่ออสเตรเลียเมื่อประมาณ 9 ปีก่อน โกลด์โคสต์ ก่อนย้ายมาอยู่บริสเบนในช่วงปลายปี 2019
เขาบอกว่า เคยเผชิญคำพูดล้อเลียนเกี่ยวกับเชื้อชาติในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ครั้งนั้นไม่มีการสัมผัสหรือทำร้ายร่างกาย
เขายังเปิดเผยอีกว่าออสเตรเลียตอนนี้ไม่เหมือนกับออสเตรเลียในอดีตที่พ่อของเขาเดินทางมาออสเตรเลียเพื่อศึกษาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และจากที่เคยพูดคุยกัน พ่อก็ไม่เคยเผชิญเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้
หลังจากถูกทำร้าย ปุยบอกว่า นอกจากความตกใจแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกว่าตัวเองอาจถูกมองว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสังคมเพราะรูปลักษณ์ภายนอก
“เราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ welcome here หรือว่าเราดูไม่ใช่คนขาวหรือเปล่า เราเลยเหมือนไม่กลมกลืน ทั้ง ๆ ที่เราก็อยู่ในเมือง ใน CBD ซึ่งมันก็มีคนหลากหลายอยู่แล้ว”

ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ก่อนเกิดเหตุ ปุยบอกว่า เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับกระแสการประท้วงหรือการถกเถียงเรื่องผู้อพยพในออสเตรเลียมากนัก เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ห่างจากชีวิตประจำวัน แต่หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป
“เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าออสเตรเลียเป็นบ้านมาโดยตลอด มีความรู้สึกอบอุ่น แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าออสเตรเลียเป็นสถานที่ที่เหมือนไม่เป็นมิตร”
“พอมาประสบเหตุด้วยตัวเองจริง ๆ แล้วเราก็รู้สึกว่า เอเชียอย่างเรา หน้าตาอย่างเรา ก็เป็นหนึ่งใน target”
เขาบอกว่า หลังเกิดเหตุเริ่มพูดคุยกับเพื่อนชาวไทยและเพื่อนต่างประเทศมากขึ้น และเตือนคนใกล้ตัวให้ระมัดระวัง จากเดิมที่เคยมองว่าความขัดแย้งเรื่องการย้ายถิ่นและการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเอง
กระแสเรื่องการย้ายถิ่นกำลังเป็นประเด็นในออสเตรเลีย
เหตุการณ์ที่เอสบีเอส ไทยได้รับรายงานนี้ เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากนักเรียน นักศึกษาและผู้สนับสนุนประมาณ 200 คนรวมตัวที่ King George Square ในบริสเบน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เพื่อประท้วงพรรค One Nation และนโยบายของพรรคในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการย้ายถิ่น โดยผู้จัดการชุมนุมกล่าวหาว่าผู้ย้ายถิ่นและนักศึกษาต่างชาติกำลังถูกใช้เป็นแพะรับบาปท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพ
ขณะเดียวกันสำนักข่าว เอบีซี รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม One Nation เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่หญิงของพรรคถูกทำร้ายที่งาน Ekka ในนครบริสเบน
โดยเจมส์ แอชบี หัวหน้าคณะทำงานของพรรค แสดงความเห็นว่าเธออาจถูกเลือกเป็นเป้าหมายเพราะสวมเสื้อของพรรค ขณะที่ตำรวจควีนส์แลนด์ระบุว่า รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้รับการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานว่าการทำร้ายปุยมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองเหล่านี้
ความหลากหลายมีความหมายอย่างไร
สำหรับปุย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เขาปฏิเสธแนวคิดเรื่องสังคมพหุวัฒนธรรม ตรงกันข้าม เขามองว่าความหลากหลายยังเป็นส่วนสำคัญของความเข้มแข็งของออสเตรเลีย
ยิ่งมี diversity ยิ่งมีความหลากหลายมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สังคมนั้น strong มากขึ้นเท่านั้นภูพิงค์ (ปุย) สุจริตกุล
เขามองว่า ผู้คนสามารถมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน รวมถึงเรื่องการย้ายถิ่น แต่เส้นแบ่งอยู่ที่เมื่อความคิดเห็นนำไปสู่การเลือกปฏิบัติหรือความรุนแรง
“การที่มีความคิดแตกต่างกันได้ เป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่ว่าการก้าวข้าม boundary มาทำร้ายร่างกาย หรือทำให้คนอื่นรู้สึก uncomfortable อันนี้ก็อาจจะเป็นการก้าวล่วง boundary มากเกินไป”
หลังเกิดเหตุ ปุยบอกว่า เขาเริ่มเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนชาวไทยและชาวจีนฟัง เพื่อเตือนให้ระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ยังทำให้เขาต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการเลือกปฏิบัติ
“ผมรู้สึกว่าเราจะต้องมีการส่งเสียงกลับไปบ้างว่า สิ่งที่คุณทำมันไม่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
เขามองว่า การให้ความรู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่า แนวคิดหรือการกระทำที่เลือกปฏิบัติส่งผลกระทบต่อผู้อื่นและสังคมโดยรวมอย่างไร
ปุยบอกว่า ตอนนี้เขาอยากร่วมรณรงค์ ส่งเสียงต่อต้านการเลือกปฏิบัติ และให้กำลังใจทั้งผู้ย้ายถิ่นและชาวออสเตรเลียเชื้อสายเอเชียที่อาจเผชิญประสบการณ์คล้ายกัน
“เมื่อก่อนผมอยากอยู่ไกลจากประเด็นนี้มาก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าอยากเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำแคมเปญ อยากส่งสัญญาณออกไปว่าการกระทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง และอยากให้กำลังใจกับผู้ย้ายถิ่น หรือแม้แต่คนออสเตรเลียที่เกิดที่นี่แต่มีรูปลักษณ์เป็นชาวเอเชีย”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ





