SKIP TO MAIN CONTENT

Thai Voice: โพสต์ไม่ระบุตัวตนในโซเชียล: พื้นที่ปลอดภัยหรือดาบสองคมเสี่ยงฟ้องหมิ่นประมาท

 ALC Header Cutout.png
มีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่า การโพสต์แบบซ่อนตัวตนอาจไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด และอาจนำไปสู่คดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทที่มีมูลค่าความเสียหายสูง Credit: Swello/unsplash

ฟีเจอร์โพสต์แบบไม่ระบุตัวตนกลายเป็นพื้นที่ที่คนไทยในออสเตรเลียใช้ขอคำแนะนำ ร้องเรียน หรือพูดถึงความขัดแย้งโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง แต่เมื่อโพสต์พาดพิงถึงบุคคลหรือธุรกิจ แม้ไม่เอ่ยชื่อโดยตรง เรื่องอาจไม่ได้จบแค่บนหน้าจอ


Published

By Thoraporn Thowrungruang

Source: SBS


Skip to podcast episode content

ฟีเจอร์โพสต์แบบไม่ระบุตัวตนกลายเป็นพื้นที่ที่คนไทยในออสเตรเลียใช้ขอคำแนะนำ ร้องเรียน หรือพูดถึงความขัดแย้งโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง แต่เมื่อโพสต์พาดพิงถึงบุคคลหรือธุรกิจ แม้ไม่เอ่ยชื่อโดยตรง เรื่องอาจไม่ได้จบแค่บนหน้าจอ


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ฟีเจอร์โพสต์แบบไม่ระบุตัวตนกลายเป็นพื้นที่ที่คนไทยในออสเตรเลียใช้ขอคำแนะนำ ร้องเรียน หรือพูดถึงความขัดแย้งโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง แต่เมื่อโพสต์พาดพิงถึงบุคคลหรือธุรกิจ แม้ไม่เอ่ยชื่อโดยตรง เรื่องอาจไม่ได้จบแค่บนหน้าจอ

เอสบีเอส ไทย คุยกับทนายความ แอดมินกลุ่ม เจ้าของธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ ถึงเส้นแบ่งระหว่างสิทธิในการพูด ความรับผิดชอบของผู้โพสต์ และความเสี่ยงทางกฎหมายที่ควรรู้ก่อนกดโพสต์แบบ Anonymous

โพสต์ไม่ระบุตัวตนในโซเชียล: พื้นที่ปลอดภัย หรือดาบสองคมเสี่ยงฟ้องหมิ่นประมาท

ฟีเจอร์โพสต์แบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous post) ในกลุ่มเฟซบุ๊กกลายเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับคนไทยในออสเตรเลียที่ต้องการร้องเรียนหรือระบายความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากทั้งทนายความ แอดมินกลุ่ม เจ้าของธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ ต่างเตือนว่า การ 'ซ่อนตัวตน' อาจไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด และอาจนำไปสู่คดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทที่มีมูลค่าความเสียหายสูง

การที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กอนุญาตให้สมาชิกระบุตัวตนเป็น "Anonymous" ในการโพสต์ข้อความ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในสังคมออนไลน์หลายต่อหลายครั้ง

ในมุมหนึ่ง ผู้โพสต์ต้องการใช้เป็นช่องทางเรียกร้องความเป็นธรรมโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนเพื่อความปลอดภัย แต่ในอีกมุมหนึ่ง แม้โพสต์ดังกล่าวจะใช้อักษรย่อ หรือไม่ได้ระบุชื่อ-นามสกุลตรงๆ แต่ผู้อ่านก็มักจะคาดเดาเป้าหมายได้ไม่ยาก จนสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบุคคลหรือธุรกิจที่ถูกพาดพิง

เอสบีเอส ไทย ชวนไปทำความเข้าใจถึง สิทธิ ความรับผิดชอบ และข้อกฎหมาย ที่คนไทยในออสเตรเลียควรรู้ ก่อนที่จะกดโพสต์แบบไม่ระบุตัวตน

ทนายความเตือน แม้ไม่เปิดเผยตัวตนก็อาจไม่รอดกฎหมาย

เดวิด บาล็อค จาก D.C. BALOC & ASSOCIATES ให้ข้อมูลกับเอสบีเอส ไทย ว่า การโพสต์แบบไม่ระบุตัวตนไม่ได้หมายความว่าคุณจะหลุดพ้นจากสายตาของกฎหมาย เพราะหากผู้เสียหายตัดสินใจดำเนินคดี ทนายความสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงแอดมินกลุ่มหรือแม้แต่บริษัทเฟสบุ๊กเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้โพสต์ได้

"ตอนนี้ผมกำลังทำคดีหนึ่งอยู่ ซึ่งคู่กรณีคิดว่าตัวเองโพสต์แบบไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymous) แต่สุดท้ายเราก็พิสูจน์ตัวตนได้ว่าเขาเป็นใคร ตอนนี้ลูกความของผมกำลังฟ้องร้องเขาอยู่ และเขาจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก" ทนายเดวิดกล่าว

"การพูดถึงคนอื่น โดยอ้างว่าเป็นเรื่องจริง แต่สร้างความเสียหายให้เขา การใช้ข้อเท็จจริงมาต่อสู้คดีในศาล (Defense of Truth) เป็นเรื่องที่ยากมาก หากคุณมีเรื่องที่อยากจะพูดและคิดว่าเป็นเรื่องจริง ทางที่ดีควรปรึกษาทนายก่อน เพื่อเรียบเรียงคำพูดให้เหมาะสมก่อนจะโพสต์ออกไป"

แอดมินเพจย้ำ อักษรย่อไม่ช่วยอะไร

ด้านคุณฤทัย (คุณใจ) แอดมินกลุ่ม 'บ้านคนไทยในซิดนีย์' เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานว่า มีโพสต์สารพัดรูปแบบส่งเข้ามาให้พิจารณาทุกวัน

"รู้สึกปวดหัวมากค่ะ มีแทบทุกวันนะคะ มีมาสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะมาทวงหนี้ ทวงสิน ไม่ว่าจะมาหาคู่ มาถามไถ่ว่าขายอะไรที่ไหน ทุกอย่างมีทุกรูปแบบจริง ๆ ค่ะ บางครั้งก็มีการมาแบบอักษรย่อ เต็มไปหมดเลย ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะคะ เพราะว่าคนที่อ่านส่วนมากก็ค่อนข้างจะฉลาดนะ ก็เดาถูกกันเพราะคนในสังคมซิดนีย์ก็รู้กันว่าร้านไหนมีชื่อเสียงด้านไหน" แอดมินกลุ่มบ้านคนไทยในซิดนีย์กล่าว

คุณฤทัยอธิบายเพิ่มเติมว่า ทางกลุ่มมีทีมแอดมินที่ช่วยกันพิจารณาว่าจะอนุมัติโพสดีไหม ซึ่งจะพิจารณาตามความจำเป็นของเรื่องที่โพสต์ หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายด้านชีวิตและทรัพย์สิน หรือเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วยที่ไม่อยากระบุตัวตน หรือเป็นเรื่องส่วนตัว เราก็อนุมัติให้โพสต์ได้

และเธออยากใช้ประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกกลุ่มว่าการโพสต์ไม่ระบุตัวตนไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด

"ถ้ามีผู้เสียหายจะเอาเรื่องขึ้นมาจริง ๆ แล้วเขานำหมายศาลมายื่น ทางกลุ่มจำก็เป็นต้องเปิดเผยข้อมูลของคุณให้เขาตามกฎหมาย"

มุมมองจากภาคธุรกิจ

คุณอินทร์ธิดา ชัยศิริ (คุณดิว) เจ้าของร้านอาหาร 'ถนนข้าวสาร' ในย่านไทยทาวน์ นครซิดนีย์ ซึ่งเคยตกเป็นเป้าของการพาดพิง มองว่าการโพสต์ในลักษณะนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

"ข้อดีคือ บางทีเราบอกเตือนพนักงานแล้วเขาอาจจะไม่ฟัง แต่พอมีคนมาพูดในโซเชียลเขาก็ได้เห็นด้วยตัวเอง ส่วนข้อเสียคือ มันกระทบจิตใจมาก โดยเฉพาะกับคนที่อ่อนไหว ดิวคิดว่าหากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ควรใช้คำพูดในเชิงบวกที่ไม่รุนแรงจะดีกว่า ทุกอย่างมีทั้งบวกและลบค่ะ"

ในฐานะผู้ประกอบการ คุณดิวเลือกที่จะมองข้ามเรื่องตัวตนของผู้โพสต์ เพราะไม่รู้ว่ากำลังสื่อสารอยู่ก้บใคร แล้วหันมาแก้ไขปัญหาที่ข้อเท็จจริงมากกว่าการตอบโต้ด้วยอารมณ์ พร้อมฝากถึงผู้บริโภคว่า สามารถติชมหรือแนะนำธุรกิจต่างๆ ได้โดยตรง

"ดิวเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนพร้อมรับฟังค่ะ ถ้าเราติชมไปแล้วเขารับฟังหรือไม่เปลี่ยน เราก็สังเกตได้ ถ้าไม่ชอบก็แค่อาจจะไม่ไปอุดหนุนเขาอีก แต่อย่าทำร้ายกันเลยค่ะ ถ้าจะแนะนำก็แนะนำในเชิงสร้างสรรค์ ใช้คำพูดสุภาพ คุณอยากให้เราบริการดี เราก็อยากให้คุณพูดดีด้วยเหมือนกัน"

คำแนะนำจากกงสุลใหญ่ฯ

สำหรับกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้น นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เปิดเผยว่า เคยมีคนเข้ามาปรึกษาทางสถานกงสุลใหญ่ฯ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่บ่อย ซึ่งแนวทางที่ท่านแนะนำไป คือการพูดคุยปรับความเข้าใจกันก่อน และหากไม่ทราบว่าเป็นใครก็ให้ติดต่อแอดมินผู้ดูแลกลุ่มเพื่อแจ้งปัญหา

“ส่วนใหญ่ก็ไม่เชิงว่าร้องเรียนนะครับ มาขอคำปรึกษามากกว่าว่าจะทำยังไง ดำเนินการต่อไปยังไงได้ ผมก็แนะนำก่อนว่าพยายามคุยกับเจ้าตัวก่อนถ้าเราทราบว่าเป็นใคร แต่ถ้าเป็น Anonymous หรือไม่ทราบ ก็พยายามคุยกับกลุ่มเขาก่อน ว่ากลุ่มเขามีนโยบายยังไง"

"ผมเชื่อว่าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มของคนไทย เราสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อจะให้ข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นเวทีที่เราจะ Express คอมเมนต์ Express opinion ของเรา ทุกกลุ่มไม่ได้มีเจตนาที่จะให้คนมาทะเลาะกัน เพราะฉะนั้นต้องติดต่อแอดมินกลุ่มดู นี่ก็เป็นสิ่งที่เราแนะนำไป แล้วที่ผ่านมาก็ใช้ได้นะครับ”

ท่านกงสุลใหญ่ฯ ยังเน้นย้ำว่า แม้เสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of Expression) จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบที่ไม่สร้างความเสียหายหรือพาดพิงบุคคลที่สาม

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now