Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

RBA เคาะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 4.35 ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ผลกระทบค่าครองชีพ

หาก RBA มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สามในปีนี้

A composite of a couple, bills and housing

การขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สามในวันอังคารนี้ อาจทำให้ชาวออสเตรเลียต้องจ่ายเพิ่มอีกหลายพันดอลลาร์ตลอดอายุสัญญาเงินกู้บ้าน Credit: Getty / Simple Images / Unsplash / Tierra Mallorca / Ussama Azam / Seyi Ariyo

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ธนาคารใหญ่ทั้ง 4 แห่งคาดว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันอังคารนี้
  • หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะทำให้ค่างวดผ่อนบ้านต่อเดือนเพิ่มขึ้น 91 ดอลลาร์ สำหรับสินเชื่อบ้านมูลค่า 600,000 ดอลลาร์

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia - RBA) เผชิญการตัดสินใจที่ยากลำบาก ก่อนการประกาศอัตราดอกเบี้ยในวันอังคารนี้ (5 พ.ค.) โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 4.35

ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของออสเตรเลียเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2023 โดยมีแรงกดดันด้านราคาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 จะทำให้อัตราดอกเบี้ยขยับจากร้อยละ 4.1 กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับปี 2024

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้อาจลบล้างผลประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งก่อนหน้า และทำให้ภาระผ่อนบ้านของผู้กู้เพิ่มสูงขึ้น

การวิเคราะห์จากเว็บไซต์เปรียบเทียบการเงินแคนสตาร์ (Canstar) ระบุว่า หากมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 ในวันอังคารนี้ จะทำให้ค่างวดผ่อนบ้านต่อเดือนเพิ่มขึ้น 91 ดอลลาร์ สำหรับสินเชื่อมูลค่า 600,000 ดอลลาร์

หาก RBA ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะนับเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สามในปีนี้ ส่งผลให้ภาระผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นรวม 272 ดอลลาร์ต่อเดือน เมื่อเทียบกับปี 2025 สำหรับสินเชื่อขนาดเดียวกัน

ด้าน แซลลี ทินดอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกของ Canstar ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า การขึ้นดอกเบี้ยจะสร้าง “แรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อผู้กู้ เธออธิบายว่า คณะกรรมการของ RBA จะมุ่งเน้นการลดอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ต่ำกว่าร้อยละ 3

โดยข้อมูลล่าสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.7 เป็นร้อยละ 4.6

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ร้อยละ 2–3 และใช้นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของผู้บริโภค

โดยเมื่อมีการขึ้นดอกเบี้ย ธนาคารพาณิชย์มักส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวไปยังผู้กู้ ทำให้ค่างวดผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความขัดแย้งในต่างประเทศ แซลลี ทินดอลล์ ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยอาจทำให้ชาวออสเตรเลียบางกลุ่มที่มีความเปราะบางทางการเงิน “รับไม่ไหว”

เธอเปิดเผยว่า การตัดสินใจครั้งก่อนของคณะกรรมการ RBA มีความเห็นแตกต่างกันอย่างสูสีที่ 5 ต่อ 4

“หากมีกรรมการเพียงคนเดียวเปลี่ยนความเห็น ผลอาจออกมาเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยแทนการปรับขึ้น”

ทินดอลล์คาดว่า การตัดสินใจครั้งนี้อาจยังคงเป็นไปอย่างสูสี และต้องลุ้นจนถึงช่วงสุดท้าย เนื่องจากมีปัจจัยหลายด้านที่ขัดแย้งกัน

ความเชื่อมั่นลดลง ท่ามกลางภาระผ่อนที่เพิ่มขึ้น

ทินดอลล์ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปี 2026 ปรับตัวลดลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัวและไม่แน่นอน

ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ผู้คนระมัดระวังมากขึ้นในการซื้อหรือขายบ้าน ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบในระยะสั้นมากที่สุดจากการขึ้นดอกเบี้ย คือเจ้าของบ้านที่ยังมีภาระผ่อนชำระอยู่

A chart showing how monthly repayments could change
Source: SBS

“การขึ้นดอกเบี้ยอาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หลายคนรับภาระไม่ไหว” แซลลี ทินดอลล์ กล่าว

“สำหรับผู้กู้รายใหม่ ที่อาจไม่คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากมีการลดลงเมื่อปีก่อน ก็อาจต้องเผชิญกับความจริงอีกครั้ง”

ชาวออสเตรเลียที่มีภาระสินเชื่อบ้านสูง จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นตลอดอายุสัญญาเงินกู้

ผู้กู้ที่มีหนี้บ้าน 800,000 ดอลลาร์ จะต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 363 ดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่ผู้ที่มีหนี้ 1 ล้านดอลลาร์ จะมีภาระเพิ่มขึ้นราว 453 ดอลลาร์ต่อเดือน

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังส่งผลต่อความสามารถในการกู้ซื้อบ้าน

โดยผู้กู้รายบุคคลที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี 106,950 ดอลลาร์ จะสามารถกู้ได้น้อยลงประมาณ 11,700 ดอลลาร์ หาก RBA ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันอังคารนี้

A chart showing how buying power has been affected by rate hikes
Source: SBS

เมื่อรวมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา ผู้กู้รายนี้จะมีภาระทางการเงินเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 36,500 ดอลลาร์

แม้ธนาคารใหญ่ทั้ง 4 แห่งคาดว่า RBA จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันอังคารนี้ แต่ Westpac มองว่าการปรับขึ้นอาจยังไม่สิ้นสุด โดยคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 อีก 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและสิงหาคมที่จะถึงนี้

ความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

แม้ตลาดคาดว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง แต่ เดวิด บาสซาเนส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ เบตาแชร์ (BetaShares) มองว่า มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอาจยังลังเล

“หลายอย่างจะขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของความขัดแย้งกับอิหร่าน และว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังถูกปิดต่อไปหรือไม่” เขากล่าว

เขาเตือนว่า หากช่องแคบดังกล่าวยังไม่กลับมาเปิดภายในเดือนหน้า อาจเกิดแรงกดดันด้านพลังงานที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองเริ่มลดลง

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า จะเริ่มโครงการในวันจันทร์เพื่อช่วยเรือที่ติดค้างออกจากช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

โดยปกติแล้วการส่งออกน้ำมันทั่วโลกราวร้อยละ 20 ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เดวิด บาสซาเนส ยังระบุว่า อีกหนึ่งความเสี่ยงที่ RBA อาจต้องพิจารณา คือ “ผลกระทบต่อเนื่อง” ต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ จากการเปลี่ยนแปลงมาตรการภาษีในปีงบประมาณที่จะประกาศเร็วๆ นี้

“การลดแรงจูงใจทางภาษี ควบคู่กับการขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้ง อาจทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลกระทบด้านความมั่งคั่งของครัวเรือน ซึ่งจะกดดันการใช้จ่ายโดยรวม” เขากล่าว


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม


2 min read

Published

Updated

By Cameron Carr

Presented by Chayada Powell

Source: SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now