หากคุณรู้สึกว่าทุกอย่างแพงขึ้น นั่นเป็นเพราะมันแพงขึ้นจริง ๆ
ข้อมูลใหม่จากสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (ABS) ระบุว่า ค่าครองชีพของครัวเรือนทุกประเภทเพิ่มสูงขึ้นในรอบปีจนถึงไตรมาสเดือนธันวาคม ปี 2025 โดยอัตราการเพิ่มขึ้นรายปีอยู่ระหว่างร้อยละ 2.3 ถึง 4.2
การปรับตัวสูงขึ้นของค่าครองชีพมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนด้านที่อยู่อาศัยและอาหาร ซึ่งเป็นสองค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดและหลีกเลี่ยงได้ยากที่สุดในงบประมาณครัวเรือน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการพักผ่อนและวัฒนธรรม
ดัชนีค่าครองชีพของ ABS ที่ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องจ่ายจริงในชีวิตประจำวัน ช่วยสะท้อนภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าผู้คนได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างไร
รายงานดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงที่องค์กรการกุศลด้านอาหารรายใหญ่เตือนว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้จะยิ่งผลักดันให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินอยู่แล้ว เผชิญความยากลำบากมากยิ่งขึ้น
ประชากรกลุ่มไหนได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ครัวเรือนที่พึ่งพาเงินสวัสดิการของรัฐบาลเป็นหลัก รวมถึงครัวเรือนผู้รับบำนาญและผู้รับสวัสดิการ เป็นกลุ่มที่เผชิญกับการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพสูงที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา โดยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 ถึง 4.2
ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น หลังจากไม่มีส่วนลดค่าไฟตามนโยบายของแต่ละรัฐในควีนส์แลนด์และออสเตรเลียตะวันตก
ขณะที่ลูกจ้าง ซึ่งมีรายได้หลักจากค่าจ้างและเงินเดือน เป็นกลุ่มได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพรายปีน้อยที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 2.3

ABS ยังระบุว่ากลุ่มลูกจ้างได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากดอกเบี้ยจำนองเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าครัวเรือนประเภทอื่น
เมื่อปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และสิงหาคม
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ที่แล้ว RBA ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นร้อยละ 3.85 ซึ่งถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่าสองปี ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยอาจกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ผ่อนชำระสินเชื่อบ้านและผู้เช่าที่อยู่อาศัย
อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น
ตลอดปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงการพักผ่อนและวัฒนธรรม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นอย่างมาก โดยมีปัจจัยหลักจากค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 21.5 หลังจากมาตรการส่วนลดค่าไฟของแต่ละรัฐทยอยสิ้นสุดลง ส่วนค่าเช่าที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3
ด้านราคาสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งจากการซื้อของอุปโภคบริโภคในครัวเรือนและการรับประทานอาหารนอกบ้าน
ราคาสัตว์เนื้อและอาหารทะเลเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 โดยเฉพาะเนื้อวัวและลูกวัวที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 และเนื้อแกะและแพะที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.4 ส่วนราคาผักและผลไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากผลกระทบของฝนตกหนักผิดปกติในรัฐควีนส์แลนด์

ค่าใช้จ่ายด้านการพักผ่อนและวัฒนธรรมก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและที่พักในช่วงวันหยุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8
โดยการเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 ขณะที่การเดินทางและที่พักในต่างประเทศพุ่งสูงถึงร้อยละ 24.4
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสเดือนกันยายน ปี 2025 ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในทุกครัวเรือนชะลอตัวลง
มิเชลล์ มาร์ควาร์ดต์ หัวหน้าฝ่ายสถิติด้านราคาของ ABS ระบุว่า “ในไตรมาสนี้ ค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ลดลง ช่วยชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพในด้านอื่น ๆ”
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า เงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากกองทุน Commonwealth Energy Bill Relief Fund รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่ลดลง มีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องควักกระเป๋าจ่ายเองในช่วงไตรมาสนี้
องค์กรการกุศลเตือน การขึ้นดอกเบี้ยอาจยิ่งบีบคั้นครัวเรือน
มีเสียงเตือนว่า แรงกดดันด้านค่าครองชีพกำลังผลักดันให้หลายครัวเรือนเผชิญภาวะวิกฤตอยู่แล้ว และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
องค์กรช่วยเหลือด้านอาหาร OzHarvest ระบุว่าองค์กรกำลังรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
รอนนี คาห์น ผู้ก่อตั้ง OzHarvest กล่าวกับ เอสบีเอส นิวส์ ว่า
“นี่คือภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่ซ่อนตัวอยู่ต่อหน้าต่อตา”
เธอระบุว่า องค์กรการกุศลต่าง ๆ กำลังทำงานเกินขีดจำกัด ขณะที่ช่องว่างระหว่างความต้องการความช่วยเหลือกับทรัพยากรที่มีอยู่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
คาห์นกล่าวว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดเท่าที่องค์กรเคยเผชิญมา และคาดว่าแรงกดดันจะทวีความรุนแรงขึ้นอีก หลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของธนาคารกลางออสเตรเลีย
“ค่าเช่าที่สูงขึ้น การต้องย้ายที่อยู่อาศัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า และความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัย กดดันครอบครัวอย่างหนักอยู่แล้ว” เธอกล่าว พร้อมระบุว่า “การขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งบีบคั้นสถานการณ์การเงินของหลายๆ ครัวเรือนเข้าไปอีก”
เธอกล่าวเสริมว่า หลายครอบครัวกำลังเผชิญ “ทางเลือกที่แทบเป็นไปไม่ได้” ระหว่างการจ่ายค่าเช่ากับการมีอาหารรับประทาน
“เมื่อค่าครองชีพยังคงเพิ่มสูงขึ้น แม้แต่สิ่งพื้นฐานอย่างมื้ออาหารของลูก ๆ ก็อาจกลายเป็นเรื่องที่ต้องดิ้นรนในชีวิตประจำวัน”
อ่านเพิ่มเติม

วิกฤตค่าครองชีพสาหัส คนรายได้ต่ำเสี่ยงไร้บ้าน
สภาสวัสดิการสังคมแห่งออสเตรเลีย (Australian Council of Social Service - ACOSS) ระบุว่า ผู้มีรายได้น้อยที่สุดกำลังแบกรับภาระจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหนัก โดยหลายคนถูกบีบให้ต้องเลือกซื้อสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน
คาสซานดรา โกลดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ACOSS ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า วิกฤตค่าครองชีพยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายโดยเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้น้อย
เธอกล่าวว่า แบบสำรวจของ ACOSS พบว่าผู้ที่ได้รับเงินสนับสนุนรายได้จากรัฐถูกบังคับให้ต้องงดมื้ออาหาร ขาดยาที่จำเป็น หรือแม้กระทั่งต้องนอนในรถ เนื่องจากเงินช่วยเหลือที่ได้รับไม่เพียงพออย่างยิ่ง
โกลดีระบุว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้นกำลังก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวและชุมชนชนพื้นเมือง
“ผู้ที่ได้รับเงิน JobSeeker มีโอกาสอดมื้ออาหารหลักอย่างน้อยวันละครั้งมากกว่าคนทั่วไปถึง 14 เท่า” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่ากลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มสูงกว่ามากที่จะขาดสิ่งจำเป็น เช่น โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต หรือเครื่องซักผ้า
เธอยังชี้ว่า เงินช่วยเหลือ JobSeeker อยู่ที่เพียงร้อยละ 42 ของค่าแรงขั้นต่ำ
“เราทราบดีว่าผู้ที่ทำงานโดยได้รับค่าแรงขั้นต่ำก็ลำบากอยู่แล้ว แต่คนที่ตกงานกลับต้องพยายามเอาชีวิตรอดด้วยรายได้ที่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram





