ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
แรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านมากขึ้น
รัฐบาลกลาง รัฐบาลแห่งรัฐและเขตปกครองต่าง ๆ ทั่วออสเตรเลีย มีมาตรการเงินคืน (rebates) และความช่วยเหลือหลายรูปแบบ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบบแบตเตอรี่ และการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
เรามีสรุปมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ในขณะนี้ทั่วออสเตรเลีย
โซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่
ทั่วออสเตรเลีย
ในปี 2011 รัฐบาลกลางออสเตรเลียได้เปิดตัวโครงการ Small-scale Renewable Energy Scheme เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก
เช่น แผงโซลาร์เซลล์ (solar photovoltaic) แบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ กังหันลม ระบบพลังน้ำขนาดเล็ก และเครื่องทำความร้อนแบบใช้พลังงานอากาศ
ครัวเรือนที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ยังสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้กลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้
ผู้ใช้ยังสามารถได้รับ solar feed-in tariff ซึ่งเป็นเงินที่ผู้ให้บริการพลังงานจ่ายให้สำหรับไฟฟ้าส่วนเกินที่ส่งกลับเข้าสู่ระบบ โดยปัจจุบันมาตรการนี้มีให้ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ควีนส์แลนด์ เซาท์ออสเตรเลีย และวิกตอเรีย
รัฐบาลกลางออสเตรเลียยังได้เปิดตัวโครงการ Cheaper Home Batteries Program เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดโอกาสให้ครัวเรือนและธุรกิจสามารถติดตั้งแบตเตอรี่พลังงานขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์ได้ โดยได้รับส่วนลดประมาณ 30%
สำหรับผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดหรืออพาร์ตเมนต์ รัฐบาลกลางยังมีโครงการ Community Solar Banks Program เพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอาคารที่มีหลายยูนิต
โครงการนี้ดำเนินการผ่านความร่วมมือกับรัฐบาลของแต่ละรัฐ ปัจจุบันมีรัฐและเขตปกครองตนเองที่เข้าร่วม ได้แก่ นิวเซาท์เวลส์ เวสเทิร์นออสเตรเลีย วิกตอเรีย เขตนครหลวงออสเตรเลีย (ACT) นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT) และเซาท์ออสเตรเลีย
รัฐนิวเซาท์เวลส์
นอกจากโครงการ Cheaper Home Batteries Program ของรัฐบาลกลางแล้ว รัฐบาลนิวเซาท์เวลส์ยังได้เปิดตัวโครงการ Virtual Power Plant Initiative เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเชื่อมต่อแบตเตอรี่โซลาร์เซลล์ของตนเข้ากับระบบโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant)
เงินสนับสนุนล่วงหน้าที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ จะขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ โดยแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าจะได้รับเงินสนับสนุนมากกว่า
เขตปกครองตนเองแคปิตอลเทร์ริทอรี (ACT)
ภายใต้โครงการ Home Energy Support Program เจ้าของบ้านบางรายอาจมีสิทธิขอสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขณะที่บางรายอาจมีสิทธิได้รับเงินคืนสูงสุด 50% ของค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง สำหรับโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 2,500 ดอลลาร์
รัฐควีนส์แลนด์
ปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลควีนส์แลนด์ประกาศโครงการ Supercharged Solar for Renters ซึ่งให้เงินคืนแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สูงสุดถึง 3,500 ดอลลาร์ สำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในบ้านเช่าทั่วรัฐ
รัฐวิกตอเรีย
โครงการ Victorian Solar Homes Program ให้เงินคืนสูงสุด 1,400 ดอลลาร์ สำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ายังสามารถยื่นขอเงินคืนได้สูงสุด 1,400 ดอลลาร์ สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเช่าได้สูงสุด 2 แห่งต่อปีงบประมาณ หากผู้เช่ามีรายได้รวมกันไม่เกิน 210,000 ดอลลาร์ต่อปี
ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมลเบิร์น เช่น Coburg, Brunswick และ Glenroy ผู้อยู่อาศัยในเขตเทศบาล Merri-Bek อาจมีสิทธิได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 3,000 ดอลลาร์ สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการ Home Energy Subsidy program
รัฐเซาท์ออสเตรเลีย
เทศบาลนครแอดิเลด (City of Adelaide) ดำเนินโครงการ Sustainability Incentives Scheme สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการ ผู้เช่า และผู้อยู่อาศัยในอาคารชุมชน โดยให้เงินคืนระหว่าง 1,000 ถึง 5,000 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบโซลาร์เซลล์
รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
นอกจากโครงการ Cheaper Home Batteries Program ของรัฐบาลกลางแล้ว รัฐบาลเวสเทิร์นออสเตรเลียยังให้เงินคืนระหว่าง 5,000 ถึง 7,500 ดอลลาร์ สำหรับผู้ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 10 kWh
รถยนต์ไฟฟ้า (Electric vehicles)
มาตรการช่วยเหลือสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัด
รัฐบาลกลางได้ยุติการยกเว้นภาษี fringe benefits tax (FBT) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และกำลังพิจารณาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนสำหรับรถ EV ตามระยะทางที่ใช้
ขณะที่รัฐควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์ และวิกตอเรีย ได้ยุติโครงการเงินคืนสำหรับรถ EV ของรัฐไปแล้วในปี 2024
เขตปกครองตนเองแคปิตอลเทร์ริทอรี (ACT)
ภายใต้โครงการ Sustainable Household Scheme ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถขอสินเชื่อระหว่าง 2,000 ถึง 15,000 ดอลลาร์ เพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและติดตั้งเครื่องชาร์จ โดยมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3%
แม้จะหารถ EV มือสองคุณภาพดีในราคาไม่เกิน 15,000 ดอลลาร์ได้ยาก แต่โครงการนี้ยังอนุญาตให้นำเงินกู้ไปใช้เป็นเงินดาวน์รถ EV ได้
ACT ยังมีโครงการ Business Electric Charger Rebates เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจติดตั้งสถานีชาร์จรถ EV โดยธุรกิจที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถรับเงินคืนได้สูงสุด 50% ของค่าใช้จ่าย หรือไม่เกิน 3,000 ดอลลาร์ (ไม่รวม GST)
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม
