สรุปประเด็นสำคัญ
- สงครามในตะวันออกกลางสร้างความผันผวนให้ตลาดพลังงาน และอาจผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงกว่าเป้าหมายของ RBA
- ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ชาวออสเตรเลียต้องนำรายได้ไปจ่ายค่าผ่อนบ้านในสัดส่วนที่มากขึ้น
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ระบุในการประกาศผลการประชุมว่า คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 4.10
RBA ระบุว่า แม้อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงอย่างมากจากระดับสูงสุดในปี 2022 แต่ได้กลับมาปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2025
โดยข้อมูลตั้งแต่การประชุมเดือนกุมภาพันธ์ชี้ให้เห็นว่า ส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อมาจากแรงกดดันด้านกำลังการผลิตที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ขณะที่ตัวชี้วัดความคาดหวังเงินเฟ้อในระยะสั้นก็ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการจึงประเมินว่า มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญที่เงินเฟ้อจะยังคงอยู่เหนือกรอบเป้าหมายเป็นเวลานานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก และสร้างความผันผวนในตลาดพลังงาน จนส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น
นักวิเคราะห์เตือนว่า ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงอาจพุ่งสูงเกิน 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไม่ช้า และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 3.8 จะปรับตัวสูงขึ้น จนยิ่งห่างจากกรอบเป้าหมายของ RBA ที่ร้อยละ 2–3
แรงกระแทกจากสงครามเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ในการให้สัมภาษณ์กับ The Conversation เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แอนดรูว์ เฮาเซอร์ รองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางมีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจยังอยู่ในระดับสูง
เฮาเซอร์กล่าวว่า
“หากไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสู่ระดับที่จำเป็น และปล่อยให้เงินเฟ้อหลุดการควบคุม มันจะเกิดเป็นปัญหา” พร้อมเสริมว่า การดำเนินนโยบายอย่างเร่งรีบเกินไปก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
พอล บล็อกแฮม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC กล่าวว่า
“ตลาดตีความการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ว่า มีโอกาสมากกว่าที่ RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม”
ด้านจิม ชาลเมอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย ระบุว่า มีการจำลองสถานการณ์ที่อัตราเงินเฟ้ออาจปรับขึ้นไปอยู่ในช่วงกลางถึงปลายระดับร้อยละ 4 จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
เขากล่าวกับ Sky News เมื่อวันอาทิตย์ว่า
“ประมาณการเศรษฐกิจของเราผันผวนมาก ขึ้นอยู่กับว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน”
พร้อมเสริมว่า
“เราทราบดีว่านี่เป็นแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญมาก”
RBA จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่?
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นร้อยละ 3.85 ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.6 ซึ่งเป็นระดับที่คงไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม หลังจากมีการปรับลดลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านั้น
เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMP มองว่า การประชุมในวันอังคารนี้จะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดมากกว่าปกติ แม้เขาจะเห็นว่าควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่เชื่อว่า RBA มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ย
เขากล่าวว่า
“จากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางและต้นทุนเชื้อเพลิง อาจมีกรรมการบางคนที่ต้องการรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อนจะขึ้นดอกเบี้ย”
“แต่ผมคิดว่าในท้ายที่สุด การตัดสินใจน่าจะเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง เพื่อป้องกันความกังวลว่าธนาคารกลางอาจสูญเสียการควบคุมเงินเฟ้อมากไปกว่านี้”

เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMP กล่าวว่า แม้โดยปกติการตัดสินใจของ RBA มักเป็นเอกฉันท์ แต่การประชุมครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ “ซับซ้อนที่สุด” ในรอบหลายปี
เขาระบุว่า
“ยังมีช่วงเวลาค่อนข้างนานก่อนการประชุมครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคม กรรมการบางคนอาจต้องการรอดูสถานการณ์ ขณะที่บางคนอาจต้องการดำเนินการเร็วขึ้น”
ผู้กู้จับตาการตัดสินใจของ RBA
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณว่าความตึงตัวด้านภาระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกำลังเพิ่มขึ้น และหลังจากข้อมูลใหม่พบว่า สินเชื่อบ้านที่มีเงินดาวน์ต่ำเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์
โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 63 หรือประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสเดือนธันวาคม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินออสเตรเลีย (APRA) โดยเว็บไซต์เปรียบเทียบการเงินแคนสตาร์ (Canstar)
การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลกลางยกเลิกเพดานโครงการ First Home Guarantee เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถซื้อบ้านได้ด้วยเงินดาวน์เพียงร้อยละ 5 แทนที่จะต้องมีเงินดาวน์ร้อยละ 20
แซลลี ทินดอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกของ Canstar กล่าวกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า การเพิ่มขึ้นของการปล่อยสินเชื่อสะท้อนว่า ผู้กู้ยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวเสริมว่า
“สิ่งนี้ยังสะท้อนว่าราคาบ้านกำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนต้องก่อหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ”

ลิฟ คอตเทอริลล์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า โครงการนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการซื้อบ้านของเธอได้อย่างมาก
หญิงชาวซิดนีย์รายนี้กล่าวว่า เธอเก็บเงินมานานเกือบสิบปี และต้องเช่าบ้านมาโดยตลอด จนเคยมองว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นเพียงความฝันที่ยากจะเป็นจริง
เธอกล่าวว่า
“ฉันอยู่ในวัยกลาง 40 และเป็นโสด การได้มีบ้านเป็นของตัวเองแทบไม่เคยอยู่ในความคิดเลยว่าจะเป็นสิ่งที่ฉันทำได้”
เธอยังเสริมว่า เธอถือว่าโชคดีที่แม่ของเธอสามารถช่วยสนับสนุนเงินเก็บได้ “เล็กน้อย” หลังจากก่อนหน้านี้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้

คอตเทอริลล์กล่าวว่า งบประมาณของเธอตึงตัวมากขึ้นนับตั้งแต่รับกุญแจบ้านเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยภาระผ่อนบ้านของเธอสูงกว่าค่าเช่าที่เคยจ่ายเกือบสองเท่า
เธอกล่าวว่า เตรียมรับมือกับการตัดสินใจของ RBA ในวันอังคารนี้ไว้แล้ว แต่หากธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ก็อาจทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันทางการเงิน
เธอกล่าวว่า
“ถ้าขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งสำหรับฉัน ฉันคิดว่ายังพอรับมือได้ แต่ถ้ามีการขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้น หรือขึ้นมากกว่านั้น ฉันก็คงเริ่มรู้สึกว่างบประมาณการเงินเริ่มตึงตัวมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ผู้กู้รายอื่นอาจอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางมากกว่านี้

ข้อมูลจากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดของ Domain ระบุว่า ชาวออสเตรเลียกำลังใช้สัดส่วนรายได้ที่สูงขึ้นในการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน
รายงานดังกล่าวระบุว่า ครัวเรือนจะถูกจัดว่าอยู่ในภาวะตึงตัวด้านภาระสินเชื่อ (mortgage stress) หากต้องใช้รายได้มากกว่าร้อยละ 30 ไปกับการผ่อนชำระหนี้บ้าน
ผู้กู้ที่เป็นเจ้าของบ้านระดับราคาเริ่มต้นในนครซิดนีย์กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินสูงที่สุด รองลงมาคือบริสเบน ตามด้วยแอดิเลดและเพิร์ธ
นิโคลา พาวเวล หัวหน้าฝ่ายวิจัยและเศรษฐศาสตร์ของ Domain กล่าวว่า
“ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน ที่แทบไม่มีเมืองใดเผชิญภาวะความเครียดสินเชื่อเงินกู้บ้าน (mortgage stress) เลย”
“แต่ในวันนี้ เมืองหลวงของเราทุกแห่งกำลังเผชิญภาวะนี้แม้แต่บ้านที่มีราคาระดับเริ่มต้น”
“และเมื่อดูในตลาดยูนิต ตอนนี้ซิดนีย์ บริสเบน และแอดิเลด ก็ถือว่าอยู่ในภาวะ mortgage stress เช่นกัน”
— รายงานเพิ่มเติมโดย Australian Associated Press
For the latest from SBS News, download our app and subscribe to our newsletter.
