RBA มีมติขึ้นดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 4.1 หลังประชุมหารือเครียด เรื่องนี้จะกระทบคุณอย่างไร

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 3.85 เป็นร้อยละ 4.10 นับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่สองในปีนี้

Australian banknotes laid out on a table.

ชาวออสเตรเลียที่มีสินเชื่อบ้านมูลค่า 600,000 ดอลลาร์ จะต้องจ่ายเงินผ่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 93 ดอลลาร์ต่อเดือน หากธนาคารกลางออสเตรเลียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 Source: Getty, iStockphoto / enjoynz

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สงครามในตะวันออกกลางสร้างความผันผวนให้ตลาดพลังงาน และอาจผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงกว่าเป้าหมายของ RBA
  • ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ชาวออสเตรเลียต้องนำรายได้ไปจ่ายค่าผ่อนบ้านในสัดส่วนที่มากขึ้น

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ระบุในการประกาศผลการประชุมว่า คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 4.10

RBA ระบุว่า แม้อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงอย่างมากจากระดับสูงสุดในปี 2022 แต่ได้กลับมาปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

โดยข้อมูลตั้งแต่การประชุมเดือนกุมภาพันธ์ชี้ให้เห็นว่า ส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อมาจากแรงกดดันด้านกำลังการผลิตที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ขณะที่ตัวชี้วัดความคาดหวังเงินเฟ้อในระยะสั้นก็ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการจึงประเมินว่า มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญที่เงินเฟ้อจะยังคงอยู่เหนือกรอบเป้าหมายเป็นเวลานานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก และสร้างความผันผวนในตลาดพลังงาน จนส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น

นักวิเคราะห์เตือนว่า ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงอาจพุ่งสูงเกิน 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไม่ช้า และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 3.8 จะปรับตัวสูงขึ้น จนยิ่งห่างจากกรอบเป้าหมายของ RBA ที่ร้อยละ 2–3

แรงกระแทกจากสงครามเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ในการให้สัมภาษณ์กับ The Conversation เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แอนดรูว์ เฮาเซอร์ รองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางมีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจยังอยู่ในระดับสูง

เฮาเซอร์กล่าวว่า

“หากไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสู่ระดับที่จำเป็น และปล่อยให้เงินเฟ้อหลุดการควบคุม มันจะเกิดเป็นปัญหา” พร้อมเสริมว่า การดำเนินนโยบายอย่างเร่งรีบเกินไปก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

พอล บล็อกแฮม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC กล่าวว่า

“ตลาดตีความการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ว่า มีโอกาสมากกว่าที่ RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม”

ด้านจิม ชาลเมอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย ระบุว่า มีการจำลองสถานการณ์ที่อัตราเงินเฟ้ออาจปรับขึ้นไปอยู่ในช่วงกลางถึงปลายระดับร้อยละ 4 จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

เขากล่าวกับ Sky News เมื่อวันอาทิตย์ว่า

“ประมาณการเศรษฐกิจของเราผันผวนมาก ขึ้นอยู่กับว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน”

พร้อมเสริมว่า

“เราทราบดีว่านี่เป็นแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญมาก”

RBA จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่?

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นร้อยละ 3.85 ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.6 ซึ่งเป็นระดับที่คงไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม หลังจากมีการปรับลดลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านั้น

เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMP มองว่า การประชุมในวันอังคารนี้จะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดมากกว่าปกติ แม้เขาจะเห็นว่าควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่เชื่อว่า RBA มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ย

เขากล่าวว่า

“จากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางและต้นทุนเชื้อเพลิง อาจมีกรรมการบางคนที่ต้องการรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อนจะขึ้นดอกเบี้ย”

“แต่ผมคิดว่าในท้ายที่สุด การตัดสินใจน่าจะเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง เพื่อป้องกันความกังวลว่าธนาคารกลางอาจสูญเสียการควบคุมเงินเฟ้อมากไปกว่านี้”

A graph showing an interest rate rise to 3.85 per cent in February.
Source: SBS

เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMP กล่าวว่า แม้โดยปกติการตัดสินใจของ RBA มักเป็นเอกฉันท์ แต่การประชุมครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ “ซับซ้อนที่สุด” ในรอบหลายปี

เขาระบุว่า

“ยังมีช่วงเวลาค่อนข้างนานก่อนการประชุมครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคม กรรมการบางคนอาจต้องการรอดูสถานการณ์ ขณะที่บางคนอาจต้องการดำเนินการเร็วขึ้น”

ผู้กู้จับตาการตัดสินใจของ RBA

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณว่าความตึงตัวด้านภาระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกำลังเพิ่มขึ้น และหลังจากข้อมูลใหม่พบว่า สินเชื่อบ้านที่มีเงินดาวน์ต่ำเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์

โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 63 หรือประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสเดือนธันวาคม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินออสเตรเลีย (APRA) โดยเว็บไซต์เปรียบเทียบการเงินแคนสตาร์ (Canstar)

การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลกลางยกเลิกเพดานโครงการ First Home Guarantee เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถซื้อบ้านได้ด้วยเงินดาวน์เพียงร้อยละ 5 แทนที่จะต้องมีเงินดาวน์ร้อยละ 20

แซลลี ทินดอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกของ Canstar กล่าวกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า การเพิ่มขึ้นของการปล่อยสินเชื่อสะท้อนว่า ผู้กู้ยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวเสริมว่า

“สิ่งนี้ยังสะท้อนว่าราคาบ้านกำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนต้องก่อหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ”

A table showing how the next RBA decision could affect mortgages
Source: SBS

ลิฟ คอตเทอริลล์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า โครงการนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการซื้อบ้านของเธอได้อย่างมาก

หญิงชาวซิดนีย์รายนี้กล่าวว่า เธอเก็บเงินมานานเกือบสิบปี และต้องเช่าบ้านมาโดยตลอด จนเคยมองว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นเพียงความฝันที่ยากจะเป็นจริง

เธอกล่าวว่า

“ฉันอยู่ในวัยกลาง 40 และเป็นโสด การได้มีบ้านเป็นของตัวเองแทบไม่เคยอยู่ในความคิดเลยว่าจะเป็นสิ่งที่ฉันทำได้”

เธอยังเสริมว่า เธอถือว่าโชคดีที่แม่ของเธอสามารถช่วยสนับสนุนเงินเก็บได้ “เล็กน้อย” หลังจากก่อนหน้านี้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้

Liv Cotterill pictured in front of houses and an RBA logo
Liv Cotterill bought her first home in Sydney last December with help from her mum and the government's 5 per cent deposit scheme. Source: Getty / Supplied

คอตเทอริลล์กล่าวว่า งบประมาณของเธอตึงตัวมากขึ้นนับตั้งแต่รับกุญแจบ้านเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยภาระผ่อนบ้านของเธอสูงกว่าค่าเช่าที่เคยจ่ายเกือบสองเท่า

เธอกล่าวว่า เตรียมรับมือกับการตัดสินใจของ RBA ในวันอังคารนี้ไว้แล้ว แต่หากธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ก็อาจทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันทางการเงิน

เธอกล่าวว่า

“ถ้าขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งสำหรับฉัน ฉันคิดว่ายังพอรับมือได้ แต่ถ้ามีการขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้น หรือขึ้นมากกว่านั้น ฉันก็คงเริ่มรู้สึกว่างบประมาณการเงินเริ่มตึงตัวมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ผู้กู้รายอื่นอาจอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางมากกว่านี้

Mortgage repayments for houses
Source: SBS

ข้อมูลจากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดของ Domain ระบุว่า ชาวออสเตรเลียกำลังใช้สัดส่วนรายได้ที่สูงขึ้นในการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน

รายงานดังกล่าวระบุว่า ครัวเรือนจะถูกจัดว่าอยู่ในภาวะตึงตัวด้านภาระสินเชื่อ (mortgage stress) หากต้องใช้รายได้มากกว่าร้อยละ 30 ไปกับการผ่อนชำระหนี้บ้าน

ผู้กู้ที่เป็นเจ้าของบ้านระดับราคาเริ่มต้นในนครซิดนีย์กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินสูงที่สุด รองลงมาคือบริสเบน ตามด้วยแอดิเลดและเพิร์ธ

นิโคลา พาวเวล หัวหน้าฝ่ายวิจัยและเศรษฐศาสตร์ของ Domain กล่าวว่า

“ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน ที่แทบไม่มีเมืองใดเผชิญภาวะความเครียดสินเชื่อเงินกู้บ้าน (mortgage stress) เลย”

“แต่ในวันนี้ เมืองหลวงของเราทุกแห่งกำลังเผชิญภาวะนี้แม้แต่บ้านที่มีราคาระดับเริ่มต้น”

“และเมื่อดูในตลาดยูนิต ตอนนี้ซิดนีย์ บริสเบน และแอดิเลด ก็ถือว่าอยู่ในภาวะ mortgage stress เช่นกัน”

— รายงานเพิ่มเติมโดย Australian Associated Press


For the latest from SBS News, download our app and subscribe to our newsletter.


2 min read

Published

Updated

By Cameron Carr

Presented by Chayada Powell

Source: SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now