รายการวิทยุ เอสบีเอส ไทย ออกอากาศสดหนึ่งชั่วโมงเต็ม กดฟังได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai ทุกจันทร์และพฤหัสบดี 22.00 น. (เวลาซิดนีย์/เมลเบิร์น) หลังจากนั้นฟังซ้ำได้ทุกเมื่อ
ติดตาม เอสบีเอส ไทย ทางเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/sbsthai
You can read the full version of this story in English on SBS News here.
กลุ่มผู้จัดงาน สกัลป์เชอร์บายเดอะซี บริเวณชายหาดบอนไดซึ่งมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ กำลังหาสถานที่จัดงานแห่งใหม่ หลังกล่าวหาสภาเทศบาลเวเวอร์ลีย์ว่า “บั่นทอน” นิทรรศการดังกล่าวด้วยทางเท้าใหม่
ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ นายเดวิด แฮนด์ลีย์ เจ้าของงานซึ่งเป็นที่สนใจของผู้เยี่ยมชมประมาณ 450,000 คนต่อปีกล่าวว่า ทางเท้าคองกรีตซึ่งมีความยาว 279 เมตร และกว้าง 1.8 เมตร จะเป็นอุปสรรคต่องานดังกล่าวซึ่งจะจัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ และจะทำให้จำนวนของชิ้นงานที่ตั้งได้นั้นลดน้อยลง
ขณะนี้กำลังมีการสร้างทางเท้าดังกล่าวขึ้นที่บริเวณสันเนินของสวนสาธารณะมาร์กส์ จากหาดบอนไดถึงหาดทามารามา ซึ่ง(ตามปกติ)จะมีรูปปั้นตั้งเด่นอยู่ที่บริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงบริเวณดังกล่าวได้มากขึ้น
“การตัดสินใจของสภาเทศบาลเวเวอร์ลีย์นั้นทำลายงานสกัลป์เชอร์บายเดอะซีและทำลายบริเวณสวนสาธารณะมาร์กส์ ซึ่งเป็นหน้าต่างสู่โลกสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมชมงานศิลปะที่ตั้งอยู่หน้าฉากทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์จำนวนหลายแสนคนทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิ” นายนแฮนด์ลีย์กล่าวผ่านแถลงการณ์ในวันนี้ (11 ก.ค.)
“เราแจ้งให้สภาเทศบาลทราบแล้วว่าครั้งนี้อาจเป็นนิทรรศการครั้งสุดท้าย”
“มันสายเกินไปแล้วที่จะยกเลิกงานปี 2019 อย่างไรก็ตาม จะมีรูปปั้นจำนวนเก้ารูปที่ไม่สามารถจัดแสดงได้ และอีก 12 รูปที่จะถูกบั่นทอนลงไปอย่างมาก”
“สวนสาธารณะมาร์กส์จะไม่เป็นฉากหลังอันบริสุทธิ์งดงามอีกต่อไปสำหรับการจัดนิทรรศการระดับนานาชาติ”

งานวิจัยโดยบีไอเอสออกซ์ฟอร์ดอีโคโนมิคส์ (BIS Oxford Economics) ประเมิณว่างานดังกล่าวก่อให้เกิดการใช้สอยโดยตรงต่อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่จำนวน $11 ล้านดอลลาร์ ในขณะนี่ผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือนนิทรรศการดังกล่าวโดยเฉพาะจากต่างรัฐและต่างประเทศนั้นก่อให้เกิดรายได้ $38.9 ล้านดอลลาร์ต่อเศรษฐกิจของรัฐนิวเซาท์เวลส์
นายแฮดลีย์กล่าวว่า ศิลปินจำนวนมากได้สร้างงานศิลปะเสร็จเรียบร้อยแล้ว “และควักเงินของตัวเองเป็นจำนวนหลายแสนดอลลาร์” สำหรับนิทรรศการในปี 2019
และเช่นเดียวกัน กลุ่มผู้จัดงานก็ได้ใช้เวลากว่าแปดเดือนเพื่อเตรียมงานดังกล่าว โดยใช้กองทุนจากสปอนเซอร์ ผู้บริจาค และรัฐบาล ดังนั้นงานจะเดินหน้าต่อไป “แต่ว่ามันก็อาจเป็นจุดจบของสกัลป์เชอร์บายเดอะซีที่บอนได”
สมาชิกสภาเทศบาลเวเวอร์ลีย์ นางแซลลี เบตส์ กล่าวกับหนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟว่า สมาชิกสภาถูก “บิดเบือนให้เข้าผิด” หลังจากเจ้าหน้าที่ของสภาฯ กล่าวว่ากลุ่มผู้จัดงานนั้นรู้สึกพอใจกับการออกแบบทางเท้าแบบใหม่
