1. ชาวออสเตรเลีย 1 ใน 6 คน จะประสบภาวะสมองขาดเลือดในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต

2. ผู้ที่เกิดภาวะสมองขาดเลือด 1 ใน 3 เสียชีวิตภายใน 1 ปี หลังเกิดภาวะดังกล่าว
3. ภาวะสมองขาดเลือดคร่าชีวิตผู้หญิงไปมากกว่าโรคมะเร็งเต้านม และคร่าชีวิตผู้ชายมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

4. ร้อยละ 20 ของผู้ที่ประสบภาวะสมองขาดเลือด เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 55 ปี

5. ผู้ชายมีแนวโน้มมากกว่าที่จะประสบภาวะสมองขาดเลือดขณะอายุไม่มากนัก

6. ความดันโลหิตเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดได้
ความดันโลหิตสูงคือเมื่อความดันเลือดของคุณสูงกว่า 140/90 ความดันโลหิตในระดับปกติอยู่ที่ราว 120/80

7. วิธีที่จะสังเกตอาการของภาวะสมองขาดเลือดได้ง่ายๆ คือให้จำคำว่า FAST
ให้สังเกตดูอาการดังต่อไปนี้
Face ดูที่ใบหน้า ปากของผู้ป่วยเบี้ยวหรือไม่? Arm ดูที่แขน ผู้ป่วยสามารถยกแขนทั้งสองข้างได้หรือไม่? Speech การพูด ผู้ป่วยพูดไม่ชัดหรือเปล่า? ผู้ป่วยเข้าใจที่เราพูดหรือไม่? Time เวลานั้นสำคัญมาก หากคุณสังเกตุเห็นอาการเหล่านี้ ให้รีบโทรศัพท์ไปยังหมายเลข 000 ทันที

8. อาการของภาวะสมองขาดเลือดนั้นอาจเกิดขึ้นเพียงอาการเดียว หรือเกิดอาการหลายอย่างควบคู่กันก็ได้
อาการนั้นอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที หรือเกิดขึ้นนานถึง 24 ชั่วโมง และจากนั้นก็หายไป สำหรับอาการที่หายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าอาการหลอดเลือดสมองตีบชั่วคราว

9. ความช่วยเหลือทางการแพทย์บางอย่างนั้น ต้องให้แก่ผู้ที่ประสบภาวะสมองขาดเลือดทันที ภายใน 4.5 ชั่วโมง เมื่อเริ่มเกิดภาวะหรือเริ่มแสดงอาการสมองขาดเลือด

10. การได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
หากคุณเกิดภาวะสมองขาดเลือด การได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างทันท่วงทีอาจช่วยชีวิตคุณได้ และอาจสามารถลดการบาดเจ็บอย่างถาวรของสมอง มีเพียงแพทย์เท่านั้นที่จะวินิจฉัยได้ว่าคุณกำลังประสบภาวะสมองขาดเลือด หรือได้ประสบกับภาวะสมองขาดเลือด

หากคุณต้องการล่ามฟรีทางโทรศัพท์ ให้โทรไปที่ TIS ที่หมายเลข 13 14 50 แล้วให้บอกภาษาที่คุณพูด จากนั้นให้ถือสายรอที่จะคุยกับล่าม
Share
