ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคเพิ่มระดับการเตือนภัยด้านความมั่นคง และมีการแจ้งเตือนประชาชนให้หลบในที่ปลอดภัย
แม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จะไม่ได้เป็นพื้นที่สู้รบโดยตรง แต่ด้วยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และสถานการณ์ที่ขยายวงกว้างขึ้น
ทำให้ประชาชนในบางพื้นที่รายงานว่าได้ยินเสียงระเบิด ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการสกัดขีปนาวุธ
ด้วยจำนวนคนไทยหลายพันคนที่อาศัยและทำงานอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เอสบีเอสไทยจึงได้ต่อสายพูดคุยกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในอาบูดาบีและดูไบ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด
ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทำงานและอาศัยอยู่ในกรุงอาบูดาบีมาแล้ว 11 ปี เปิดเผยกับเอสบีเอสไทยว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ (1 มี.ค.) เป็นต้นมา เขาได้ยินเสียงระเบิดที่เชื่อว่าเป็นการยิงสกัดขีปนาวุธหลายครั้ง
“ผมอยู่ในอพาร์ทเมนต์ รู้สึกว่าตึกสั่น ตอนนี้ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเลยคือเพลีย เพราะนอนไม่ค่อยหลับมาหลายวัน”

เขาระบุว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาอาศัยอยู่ที่นี่มา ที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้
ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลยูเออีมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่านข้อความ SMS ก่อนเหตุการณ์แต่ละครั้ง
“มีแจ้งเตือนจากรัฐบาลก่อนสัก 10-15 นาทีทุกครั้ง ให้ประชาชนหลบในที่ปลอดภัย ผมอาศัยอยู่อพาร์ทเมนต์ ก็ต้องไปหลบชั้นใต้ดิน ชั้นจอดรถ”
เมื่อถูกถามถึงระบบบังเกอร์หรือศูนย์หลบภัยสำหรับประชาชน ศักดิ์สิทธิ์ บอกว่า เมืองไม่เคยเผชิญสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงยังไม่มีการเตรียมการในลักษณะดังกล่าว
ในด้านการเตรียมตัวเรื่องสิ่งของอุปโภคบริโภค เขาเผยว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งเริ่มประกาศจำกัดการซื้อไม่เกิน 10 ชิ้นต่อคน แต่ยังไม่มีสัญญาณการกักตุนสินค้า
ซูเปอร์มาร์เก็ตมีการประกาศห้ามซื้อของเกิน 10 ชิ้นต่อคน เช่น น้ำห้ามเกิน 10 แพค ข้าวห้ามเกิน 10 ถุงศักดิ์สิทธิ์คนไทยที่อาศัยในอาบู ดาบี
เขาระบุว่า เท่าที่สังเกตยังมีสินค้าเหลือจำนวนมาก และประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตื่นตระหนก
อย่างไรก็ตาม ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกอยากเดินทางกลับประเทศไทย แต่ขณะนี้ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ
โดยทางเลือกเดียวในตอนนี้คือการเดินทางทางรถยนต์ไปยังประเทศโอมาน ซึ่งอยู่ห่างจากอาบู ดาบีราว 6 ชั่วโมง เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับไทย

ท่ามกลางความไม่แน่นอน หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกในการเดินทางกลับประเทศไทยด้วยตนเอง
บี สมาชิกชุมชนไทยในดูไบ กล่าวว่า เธอกังวลและอยากกลับไทยเพราะเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย แม้จะเชื่อมั่นในระบบป้องกันทางอากาศของดูไบ
เธอเล่าว่าชุมชนไทยในพื้นที่บางส่วนได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มไลน์เพื่อปรึกษาหารือแนวทางเดินทางกลับประเทศไทย โดยมีการรวมกลุ่มกันหารถเหมาเดินทางไปยังประเทศโอมาน เพื่อแบ่งค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนให้ถูกลง
ในส่วนของความช่วยเหลือจากทางการไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้เปิดให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลงทะเบียนข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Thai Consular เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานในกรณีฉุกเฉิน
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้จัดทำแบบสำรวจแสดงเจตจำนงสำหรับคนไทยที่พำนักในยูเออี เพื่อใช้ประกอบการประเมินแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อไป
เธอระบุว่าได้ลงทะเบียนแบบฟอร์มกับกงสุลเพื่อแสดงความประสงค์เดินทางกลับไทยแล้ว แต่ยังไม่ทราบกำหนดการแน่ชัด และกังวลเรื่องความปลอดภัยหากต้องเดินทางด้วยตนเอง
"ตอนนี้ไม่ทราบว่าจะเดินทางเมื่อไหร่เพราะต้องรอกงสุลประกาศ ถ้าไปเองแบบไม่ได้จัดหาให้ก็ไม่รู้จะปลอดภัยไหม”
เธอยังเปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยค่าตั๋วเครื่องบินจากโอมานกลับไทยปรับขึ้นเกือบเท่าตัว
“ค่าตั๋วปกติราว 28,000 บาท ไป-กลับ แต่ตอนนี้ขึ้นมาราว ๆ 50,000 บาทเที่ยวเดียว ค่ารถเหมาไปโอมานตอนนี้1,500 ดีแรห์ม (ราว 570 ดอลลาร์ออสเตรเลีย)”

ในส่วนของความช่วยเหลือจากทางการไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้เปิดให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลงทะเบียนข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Thai Consular เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานในกรณีฉุกเฉิน
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้จัดทำแบบสำรวจแสดงเจตจำนงสำหรับคนไทยที่พำนักในยูเออี เพื่อใช้ประกอบการประเมินแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อไป
ด้านสุโข นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ตกค้างอยู่ในอาบู ดาบี เล่าว่า เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) มีสะเก็ดวัตถุตกใกล้โรงแรมที่เธอพักในย่านท่าเรือ
โดยมีรายงานว่าขีปนาวุธส่วนใหญ่ในพื้นที่ถูกสกัดไว้ได้ และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เธอกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอาบู
ดาบีได้เข้าเยี่ยมที่โรงแรม และแจ้งว่ากำลังพยายามประสานงานจัดหาเที่ยวบินกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด
วันนี้สถานทูตไทยมาเยี่ยมและบอกว่าพยายามหาไฟล์ทให้ได้เร็วที่สุดสุโข นักท่องเที่ยวไทยที่ติดค้างในอาบู ดาบี
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันความเสียหายร้ายแรงในพื้นที่ที่คนไทยอาศัยอยู่
อีกมุมจากดูไบ สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
อย่างไรก็ตาม คนไทยบางส่วนในยูเออีมองว่าสถานการณ์ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นวิกฤตอย่างที่ข่าวหลายสำนักกล่าวอ้าง
พลอย คนไทยที่อาศัยอยู่ในดูไบมากว่า 5 ปี และเคยพำนักในกาตาร์รวม 8 ปี ให้ความเห็นอีกด้านหนึ่งว่าเหตุการณ์ในดูไบและพื้นที่อื่น ๆ ของยูเออีไม่ได้รุนแรงอย่างที่บางคนกังวล และเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
เธอกล่าวกับเอสบีเอสไทยว่า เสียงระเบิดที่มีผู้ได้ยินนั้นเป็นการยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน
โดยมีขีปนาวุธบางส่วนตกในบางพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนหรือโรงแรมบางแห่งได้รับความเสียหาย แต่การโจมตีของอิหร่านมีเป้าหมายที่ฐานทัพสหรัฐฯ ไม่ใช่พลเรือนของยูเออี
พลอยระบุว่า รัฐบาลยูเออีมีการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่มีการประกาศกักตุนสินค้า ไม่มีการเร่งอพยพ และไม่มีสัญญาณการขาดแคลนอาหาร
ที่นี่รัฐบาลมีกฎหมายแรงมาก ไม่มีการกักตุนสินค้า ขาดแคลนอาหารหรือเร่งอพยพพลอย คนไทยในดูไบ
เธออธิบายว่าขณะนี้บรรยากาศโดยรวมยังคงเป็นช่วงเดือนรอมฎอน ร้านค้าหลายแห่งจะปิดในเวลากลางวันตามธรรมเนียมการถือศีลอด
และข้อกำหนดเคร่งครัดเกี่ยวกับการงดรับประทานอาหารในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในอาบูดาบี แต่จะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงอิฟตาร์หลังพระอาทิตย์ตก เมื่อผู้คนออกมารับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์กัน

พลอยยังกล่าวว่า เธอประทับใจมาตรการของรัฐบาลยูเออีที่มีการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ อนุญาตให้บางภาคส่วนทำงานจากที่บ้าน
และมีเจ้าหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างด้วยการจัดหาที่พัก
“โดยรวมแล้วชีวิตประจำวันยังดำเนินไปตามปกติ” เธอกล่าว พร้อมระบุว่าเธอยังสามารถออกไปวิ่งออกกำลังกายได้ตามปกติ
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram
