Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

The Big Brief: จะชมฝนดาวตกไลริดในออสเตรเลียอย่างไรให้เห็นชัดเจน

Lyrid   ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER.jpg

Credit: Adventure_Photo/iStockphoto

ผู้ที่ชื่นชอบการดูดาวเตรียมเฮ เมื่อปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์กำลังเคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศของโลกอีกครั้ง


สรุปประเด็น
  • คาดว่าจะสามารถมองเห็นดาวตกได้ทุกชั่วโมง ระหว่างเวลา 23.00–06.00 น. (ตามเวลา AEST)
  • ซีกโลกใต้จะมองเห็นดาวตกได้น้อยกว่าซีกโลกเหนือ

หนึ่งในปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดกำลังจะกลับมาให้ชมอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน

ฝนดาวตกไลริด (Lyrid meteor shower) ที่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ 2,700 ปีที่แล้ว จะกลับมาเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนเมษายน

และระหว่างวันที่ 16 ถึง 22 เมษายน ผู้ที่ชื่นชอบการดูดาวจะมีโอกาสได้ชมปรากฏการณ์นี้ แม้ว่าบางพื้นที่อาจมองเห็นได้ชัดเจนกว่าพื้นที่อื่น

ฝนดาวตกไลริดคืออะไร?

แม้ฝนดาวตกไลริดมักถูกกลบความสนใจโดยปรากฏการณ์ท้องฟ้าขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี เช่น ฝนดาวตกเจมินิด แต่ไลริดยังคงมีความสำคัญจากการเป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่มีการบันทึกเก่าแก่ที่สุด

ฝนดาวตกไลริดเกิดจากฝุ่นและเศษซากที่หลงเหลือในเส้นทางโคจรของดาวหาง C/1861 G1 (Thatcher) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 415 ปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ในทุกเดือนเมษายน โลกจะเคลื่อนผ่านแนวเศษซากของดาวหางนี้

เมื่อเศษฝุ่นดังกล่าวพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก จะเกิดการเผาไหม้และสลายตัว ทำให้เกิดแสงสว่างเป็นเส้นพาดผ่านท้องฟ้า หรือที่เราเห็นเป็น “ดาวตก” นั่นเอง

ดร.ลอรา ดรีสเซน จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์อธิบายว่า ในแต่ละปีโลกจะเคลื่อนผ่านแนวเศษซากของดาวหางในตำแหน่งที่แตกต่างกันเล็กน้อย และแนวเศษซากดังกล่าวจะค่อย ๆ กระจายตัวออกเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจำนวนดาวตกจากดาวหางจึงเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี

ทั้งนี้ ยังต้องใช้เวลาอีกราว 200 ปี ก่อนที่ดาวหางแธตเชอร์จะโคจรผ่านอีกครั้ง และเติมเต็มแนวฝุ่นใหม่

“ฝนดาวตกไลริดมีความพิเศษมาก เพราะมีบันทึกในเอกสารจีนว่ามีการสังเกตเห็นตั้งแต่ปี 687 ก่อนคริสตกาล นั่นหมายความว่ามนุษย์เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้มาหลายร้อยปีแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นนานก่อนที่เราจะเข้าใจว่าฝนดาวตกคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร” ดร.ดรีสเซน กล่าว

จะมองเห็นฝนดาวตกได้ดีที่สุดที่ไหน?

ศาสตราจารย์จอนตี ฮอร์เนอร์ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นควีนส์แลนด์ ระบุว่า โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งอยู่ทางตอนเหนือมากเท่าใด ก็จะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกได้ชัดเจนมากขึ้น

ผู้ที่อยู่ในบริสเบนมีแนวโน้มจะมองเห็นได้ดีกว่าพื้นที่ทางตอนใต้ เช่น เมลเบิร์น ขณะที่ผู้ที่อยู่ในซิดนีย์และเพิร์ธจะได้ชมในระดับใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทหรือภูมิภาคต่าง ๆ จะมีโอกาสเห็นได้ชัดเจนกว่า เนื่องจากมีมลภาวะทางแสงน้อยกว่าในเขตเมืองใหญ่

แม้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการชมฝนดาวตก แต่การหลีกเลี่ยงแสงไฟจากเมืองจะช่วยให้เห็นได้ชัดขึ้น

ศาสตราจารย์ฮอร์เนอร์อธิบายว่า หากเป็นผู้ที่มีสายตาดี มีประสบการณ์ในการดูดาว และอยู่ในพื้นที่มืดสนิทเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จนสายตาปรับเข้ากับความมืดได้เต็มที่ อาจมองเห็นดาวตกได้สูงสุดราว 6–8 ดวงต่อชั่วโมง

สามารถชมฝนดาวตกได้ช่วงเวลาใด?

หากสามารถตื่นดึกได้ ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการชมฝนดาวตกไลริดคือประมาณเวลา 02.00 น. (ตามเวลา AEST)

อย่างไรก็ตาม อาจเริ่มมองเห็นดาวตกได้ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ไปจนถึง 06.00 น.

หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม ผู้สังเกตการณ์อาจเห็นดาวตกได้ประมาณ 5–15 ดวงต่อชั่วโมง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ที่อยู่ในซีกโลกใต้อาจมองเห็นปรากฏการณ์ได้ไม่ชัดเจนเท่าซีกโลกเหนือ แต่ก็ยังคงมีโอกาสรับชมได้

นอกจากนี้ ในบางช่วงเวลาประมาณทุก ๆ 60 ปี ฝนดาวตกไลริดอาจทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “พายุดาวตก” ที่สามารถเห็นดาวตกได้หลายสิบดวงต่อชั่วโมง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1982

ในช่วงดังกล่าว อาจมีโอกาสเห็นดาวตกที่สว่างเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า “ไฟร์บอล” ซึ่งเกิดจากเศษซากที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก

มีปรากฏการณ์ท้องฟ้าอื่น ๆ ให้ชมอีกหรือไม่?

ศาสตราจารย์ฮอร์เนอร์ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ดาวเสาร์ ดาวพุธ และดาวอังคารจะเคลื่อนมาอยู่ใกล้กันมากขึ้น และในช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เขาระบุว่า ในช่วงประมาณสัปดาห์นี้ ผู้ชมท้องฟ้าจะได้เห็นปรากฏการณ์ที่ดาวเคราะห์ทั้งสามดวงมาเรียงตัวใกล้กัน โดยในช่วงเช้าของวันถัดไป ดวงจันทร์จะอยู่ใกล้เคียงด้วย ก่อนจะเคลื่อนออกไป

นอกจากนี้ ยังมีฝนดาวตกอีตาอควอริด (Eta Aquariid) ซึ่งคาดว่าจะถึงช่วงพีคในเดือนหน้า และจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีในการชมความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม

หนึ่งในปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดใน โลกกำลังกลับมาให้ชมกันอีกครั้งค่ะในเดือน

เมษายนนี้ ฝนดาวตก Lyrid ที่มีบันทึกย้อนไป กว่าสองพันเจ็ดร้อยปีกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

นะคะระหว่างวันที่ 16 ถึง 22 เมษายน สำหรับ ใครที่ชื่นชอบการดูดาวค่ะ

นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ไม่ควรพลาด นะคะ

ฝนดาวตก Lyrid เกิดจากฝุ่นและเศษซากของดาวหาง ที่ชื่อว่า Thatcher ซึ่งโลกจะเคลื่อนผ่าน

แนวเศษซากนี้ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เมื่อ เศษฝุ่นพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกก็จะเกิด

การเผาไหม้และกลายเป็นแสงพาดผ่านท้องฟ้าหรือ ที่เราเรียกว่าดาวตกนั่นเองค่ะ นักวิชาการ

ระบุว่าปรากฏการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ หกร้อยแปดสิบเจ็ดปีก่อนคริสตกาลทำให้ Lyrid

เป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่มนุษย์รู้จักมานาน ที่สุดค่ะ

ในออสเตรเลียโดยทั่วไปแล้วพื้นที่ทางตอนเหนือ เช่นบริสเบนจะมีโอกาสมองเห็นได้ชัดกว่า

พื้นที่ทางตอนใต้เช่นเมลเบิร์นนะคะ

แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนค่ะหากหลีกเลี่ยงแสงไฟ ในเมืองและเลือกดูในพื้นที่มืดก็จะช่วยให้

เห็นได้ชัดขึ้นค่ะ

โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมก็คือประมาณ ตีสองเป็นต้นไปตามเวลาออสเตรเลียฝั่งตะวันออก

แต่จริงๆ แล้วสามารถเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ประมาณ ห้าทุ่มไปจนถึงช่วงเช้ามืด โดยหากสภาพอากาศ

เหมาะสมก็อาจจะเห็นฝนดาวตกได้ประมาณห้าถึง สิบห้าดวงต่อชั่วโมง

และในบางปีนะคะก็ยังมีโอกาสเห็น Fireball หรือดาวตกที่ส่องสว่างเป็นพิเศษจากเศษซากที่มี

ขนาดใหญ่กว่าปกติด้วยค่ะ นอกจากฝนดาวตกแล้ว ในช่วงสัปดาห์นี้ยังมีปรากฏการณ์ที่ดาวเสาร์

ดาวพุธ และดาวอังคารเคลื่อนมาอยู่ใกล้กัน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในช่วงก่อน

พระอาทิตย์ขึ้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้อง ฟ้ามีอะไรให้ชมค่อนข้างหลากหลายทีเดียวค่ะ

และนี่คือ The Big Brief ในวันนี้นะคะ ดิฉัน ชญาดา พาวล์ เอสบีเอส ไทย รายงานค่ะ

END OF TRANSCRIPT

Share

Recommended for you

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now