ข้อมูลใหม่แสดงให้เห็นว่าการยื่นขอสินเชื่อบ้านและบัตรเครดิตพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนก่อนที่ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบสองปี ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้กู้จำนวนมากพยายามที่จะล็อกสินเชื่อไว้ก่อนที่ต้นทุนจะสูงขึ้นไปอีก
ตามรายงาน Market Pulse ของ Equifax ซึ่งเป็นหน่วยงานรายงานข้อมูลเครดิตผู้บริโภค ระบุว่าความต้องการสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น 12.3 เปอร์เซ็นต์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024
ส่วนการยื่นขอสินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่านั้น โดยเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 15 ในไตรมาสเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม การล็อกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ทั้งหมด เพราะอัตราดังกล่าวยังคงส่งผลให้ดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบลอยตัวปรับสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันเป็นตัวเลือกหลักของเงินกู้ใหม่
เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบห้าปี
เควิน เจมส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายโซลูชันของ Equifax กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อบ้านนั้น อยู่ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบห้าปี
“คาดว่าแรงกระตุ้นมาจากการขยายโครงการเงินดาวน์ซื้อบ้านหลังแรก 5% ของรัฐบาล ซึ่งเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2025 และผู้ซื้อที่เข้าใจว่าอัตราดอกเบี้ยได้ถึงจุดสูงสุดแล้วในช่วงปลายปี 2025 จึงรีบคว้าโอกาสทำสัญญาซื้อขายก่อนสิ้นปี
“หากนี่คือปัจจัยหลัก พวกเขาอาจสามารถคว้าอัตราดอกเบี้ยต่ำช่วงสุดท้ายไว้ได้ ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอีกร้อยละ 0.25 ที่ได้รับการยืนยันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา”
ยอดค้างชำระคงที่ — แต่หนี้สินเพิ่มขึ้น
ในขณะที่จำนวนชาวออสเตรเลียที่ค้างชำระสินเชื่อบ้านยังคงที่ แต่จำนวนเงินที่พวกเขาเป็นหนี้กลับเพิ่มขึ้น
มูลค่าเงินรวมของสินเชื่อบ้านที่ค้างชำระเพิ่มขึ้น 6.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2024
ขณะที่ยอดหนี้เฉลี่ยของสินเชื่อที่อยู่ในขั้นค้างชำระรุนแรงเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 8 แตะ 403,000 ดอลลาร์ สอดคล้องกับราคาบ้านที่สูงขึ้น ซึ่งอาจบีบให้ผู้ซื้อจำเป็นต้องกู้เงินในวงเงินที่สูงขึ้น และเผชิญภาระผ่อนชำระที่หนักกว่าเดิม
“รูปแบบที่ชาวออสเตรเลียสูงวัย (อายุ 66 ปีขึ้นไป) แบกรับหนี้ประเภทนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวัยเกษียณ เป็นเรื่องที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหากสภาพแวดล้อมด้านอัตราดอกเบี้ยยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไป” เจมส์กล่าว
ในหมวดสินเชื่ออื่น ๆ ความต้องการสินเชื่อไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 การยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ลดลงร้อยละ 5.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2024
Gen X และ Gen Z ตัวขับเคลื่อนการพุ่งขึ้น
ผู้กู้กลุ่ม Gen X (อายุ 46–55 ปี) เป็นแรงหลักที่ผลักดันความต้องการสินเชื่อบ้านให้เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน กลุ่ม Gen Z (อายุ 18–30 ปี) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การสมัครบัตรเครดิตพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 23.2 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดของกลุ่มนี้ในรอบสามปี
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวน่าจะได้รับแรงหนุนจากแคมเปญส่งเสริมการขายเชิงรุกของผู้ให้บริการบัตรเครดิตในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้กู้อายุน้อยเหล่านี้ยังมีส่วนทำให้ยอดค้างชำระบัตรเครดิตพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 28.8
แม้ความต้องการสินเชื่อจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ให้กู้ดูเหมือนจะใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้น
วงเงินบัตรเครดิตสำหรับลูกค้าใหม่ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบรายปี ขณะที่วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลลดลงร้อยละ 3.9
“การลดวงเงินเชิงรุกเช่นนี้สะท้อนถึงการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ โดยธนาคารให้ความสำคัญกับเสถียรภาพมากกว่าการเติบโตที่มีความเสี่ยงสูง” เจมส์กล่าว
ในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล มีจำนวนผู้ที่เริ่มประสบปัญหาลดลงเล็กน้อย โดยอัตราค้างชำระลดลงร้อยละ 0.08 แต่ผู้ที่ค้างชำระกลับมีภาระหนี้สูงขึ้น
“แม้จำนวนผู้ที่ค้างชำระสินเชื่อส่วนบุคคลจะลดลง แต่จำนวนเงินที่พวกเขาเป็นหนี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” เจมส์กล่าว
ด้านธนาคารกลางออสเตรเลียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกในรอบสองปี ซึ่งปูทางให้ผู้ให้กู้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามไปด้วย
และมีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเร็วที่สุดในเดือนพฤษภาคมนี้
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram



